“ประยุทธ์” เปิดเมือง “ทักษิณ” เปิดสงครามตามเงื่อนไขสถานการณ์เดิมพันเศรษฐกิจ ความอยู่รอดของประชาชนคนไทย สำคัญเหนือกว่าเดิมพันชีวิตในทางการเมืองเรื่องไปต่อของคนที่ติดใจในรสชาติอำนาจ

สภาพโจทย์ยากสองข้อ “ผูกโยง” กันเป็นปมแน่น

ส่งผลโดยตรงกับแผนลากยาวของคนชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ถ้าเปิดประเทศเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับเชื้อไวรัสมรณะโควิดแล้วเศรษฐกิจยังเข็นไม่ขึ้น แถมตัวเลขติดเชื้อก็ไม่ซา

ก็ต้องทำใจ กับสภาพสินค้า “เลหลัง” ชื่อ “บิ๊กตู่” ยากจะขายออก

และนั่นจะยิ่งปิดประตูล็อกแน่น กับแผนยึดค่ายพลังประชารัฐเป็นฐานที่มั่น ขึ้นป้ายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แบบ “วันแมนโชว์” อยู่ใน “บัญชีนายกฯ พปชร.”

ที่แน่ๆ “กองกำลังชนกลุ่มน้อย” รอจังหวะแหกค่ายหนีกันแล้ว

แนวโน้มสถานการณ์ที่เซียนเขี้ยวลากดินระดับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน–สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวขบวน ก๊วนสามมิตร น่าจะไหวตัวก่อนใครเพื่อน

ในเมื่อเห็นแล้วว่า “บิ๊กตู่” ไม่อาจหักด่าน “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ยึดค่ายพลังประชารัฐ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังได้สวม “หนังเสือ” ของ “บิ๊กป้อม” คุมอำนาจใน พปชร.

“สมศักดิ์–สุริยะ” อยู่ต่อมีหวังโดน “ธรรมนัส” เหยียบบ่าขี่คอ

นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกพรรษาต่ำอย่าง “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น กับ “เฮียโอ๋” นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่เล่นบทหัวหมู่ทะลวงฟัน เปิดหน้าซัด “ผู้กองนัส” ด่า “ตอแหล” กันลั่นห้องประชุม

...

อย่าว่าแต่มองหน้า หางตายังไม่แล

พลังประชารัฐค่ายแตก กองกำลัง 3 ป. แยกออกเป็น 2–3 พรรค จากการหักดิบกันเอง

หันไปทางคนแดนไกล สัญญาณเปิดสงครามรุกไล่ จังหวะตีไพ่ “สเปโต” 2 ช็อตติดๆกัน ทั้งการโชว์เดิมพัน “กล่องดวงใจ” ไฟเขียวให้ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวสุดท้อง “แหย่ขา” เข้า “คิลลิงโซน” รับบทประธานกุนซือนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย เป็นนัย “จอง” นายกฯบัญชีค่ายดูไบ

ต่อด้วยปฏิบัติการจุดไฟ แถลงการณ์เดินหน้ารื้อรัฐธรรมนูญมาตรา 112

แม้จะต้องแสดงอาการ “กระทืบเบรก” กันหัวทิ่ม “นายใหญ่” ส่งซิกให้ลูกข่ายเบาเครื่องเรื่องล้ำแดนอันตราย แต่ “ไพ่หลังเย็น” ตีออกไปแล้วยากจะชักกลับ หลอกตาฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย

ตามฟอร์ม “ทักษิณ” เดี๋ยวก็ “สู้ไป กราบไป” เดี๋ยวก็ “สู้ไป ขู่ไป”

เกมตื้น ไม่ต้องอ่านลึก “โทนี่ วูดซัม” ต้องการเบียดแย่งแต้ม “เด็กเกรียน” แชร์ส่วนแบ่งตลาด “นิวโหวตเตอร์” ที่ไหลไปพรรคก้าวไกล

“ทักษิณ” มองข้ามพลังประชารัฐ ล็อกเป้าทีมสีส้มคือคู่แข่งตัวจริง

แต่ทั้งหมดทั้งปวง เกมในสนามเลือกตั้งนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ถึงเวลาหลังเลือกตั้งรวมแต้มจัดตั้งรัฐบาล สถานการณ์บังคับ “เพื่อไทย” กับ “ก้าวไกล” ยังไงก็ต้องอยู่ข้างเดียวกัน

นี่แหละที่อันตราย ฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยละสายตาไม่ได้

ตั้งโจทย์บนกระดาน สมมติสมการหลังเลือกตั้ง เพื่อไทยแลนด์สไลด์ 250 ที่นั่งขึ้น ก้าวไกลก็ไม่ต่ำ 100 แค่ 2 พรรคก็กึ่ง 350 เสียง สูสีกับต้นทุน 250 ส.ว.ของ “บิ๊กตู่”

และด้วยสถานการณ์ “ขึงพืด” ดุลอำนาจจะไหลไปอยู่พรรค “ตัวแปร”

แน่นอน ยี่ห้อประชาธิปัตย์ตัดไปได้ เพราะผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกับ “ทักษิณ” แต่นั่นไม่ใช่โจทย์บังคับสำหรับ “เนวิน ชิดชอบ” กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

ยี่ห้อภูมิใจไทย “อะไหล่เชียงกง” ใส่กับเครื่องได้ทุกค่าย

และอย่างที่เห็นยุทธการ “ดูดเงียบ” งูเห่าจากพรรคก้าวไกล กบฏจากพลังประชารัฐ เป้าหมายปลายทางส่วนใหญ่จบที่ค่ายเซราะกราว

อาจารย์ใหญ่ “เนวิน” เดินหมากล่วงหน้า 2–3 ช็อต

แต่จะพลาดผิดแผน ก็ตรงป้อมค่ายใหม่ที่แทรกขึ้นมาเบียดสถานะ “ตัวแปร” มันก็ไม่แปลกถ้า “จิ๊กโก๋เซราะกราว” จะดักวางตะปูเรือใบ สกัดพรรคที่กำลังแจ้งเกิด และไม่น่าใช่พวกที่เปิดหน้ามาทั้ง ไทยสร้างไทยของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือพรรคกล้าของเสี่ยกรณ์ จาติกวณิช

ของจริงที่ “เนวิน–อนุทิน” เฝ้าจับตาทุกฝีเก้า

ผวาเงาของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”.

“ตะวัน ทรงกลด”