ทักษิณส่งซิกเบรก 112 ก้าวไกลปัดละเมิดสถาบัน ชงยกเว้นโทษติชมโดยสุจริต (คลิป)

ข่าว

    ทักษิณส่งซิกเบรก 112 ก้าวไกลปัดละเมิดสถาบัน ชงยกเว้นโทษติชมโดยสุจริต (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    4 พ.ย. 2564 05:24 น.

    ก้าวไกลเดินหน้ากระทุ้งแก้ ม.112 เต็มสูบ ท้วง “ชวน” ไม่นำเข้าสภาฯ ยันไม่ละเมิดสถาบันขัด รธน. เพื่อไทยถอยขอแค่เป็นตัวกลาง หลัง “ทักษิณ” ส่งซิกเป็นนายกฯเคยใช้แล้วไร้ปัญหา ซัดคนบังคับใช้ปัจจุบันไม่ยึดหลักนิติธรรม กลุ่มแคร์ ไม่แคร์นายใหญ่หนุนฝ่ายขอแก้ “บิ๊กตู่” ขออย่าทำลายสิ่งคนไทยเคารพนับถือสืบทอดกันมา “เสี่ยหนู” ยัน ภท.ไม่มีแตะ งามไส้เปิดสภานัดแรกสภาส่อล่มองค์ประชุมร่อยหรอ “สุชาติ” ชิงปิดประชุม พปชร.เร่งเฟ้นประธานวิปรัฐบาลแทน “วิรัช” “ลุงตู่” รอคุย “ลุงป้อม” ก่อนเซ็นตั้งชื่อ “นิโรธ” เต็งหนึ่งนอนมา ขณะที่ศาล รธน.สั่ง ส.ส.ภูมิใจไทยหยุดทำหน้าที่อีกราย

    หลังจากนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ประกาศเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ล่าสุดพรรคเพื่อไทยยืนยันจะขอแค่เป็นตัวกลางไม่เป็นตัวตั้งตัวตียื่นร่างแก้ไข ขณะที่พรรคก้าวไกลเดินหน้ายกร่างแก้ไขเข้าสภาฯไว้แล้ว

    ฝ่ายค้านจับมือยื่นซักฟอกไม่ลงมติ

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่รัฐสภามีการประชุมหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน เพื่อหารือถึงการยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ภายหลังการประชุม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ฝ่ายค้านยืนยันจะดำเนินการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น คำนึงถึงสถานการณ์บ้านเมืองเป็นหลัก ขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสาธารณสุข วิกฤติศรัทธาด้านการเมือง และการละเมิดสิทธิเสรีภาพ รวมถึงวิกฤติเสถียรภาพรัฐบาลที่ไม่มีความมั่นคง เป็นช่วงใกล้หมดอายุรัฐบาล เรื่องที่ฝ่ายค้านจะเสนอในสมัยประชุมนี้คือ การเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาต่อประชาชนจะทำให้เร็วที่สุด และเสนอญัตติในนามพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างมีเอกภาพ

    พท.ถอยไม่เป็นตัวตั้งตัวตีแก้ ม.112

    นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ฝ่ายค้านเห็นพ้องกันว่าเป็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ทำให้เกิดนักโทษทางความคิดเห็นต่าง ไม่อยากให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น หากเกิดขึ้นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือ ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจะใช้เวทีสภาแก้ปัญหารับทุกความเห็นเข้าสภา แต่ฝ่ายค้านจะไม่นำเสนอร่างแก้ไข หากจะเสนอถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้เกิดการแตกแยกแล้วไปแก้ปัญหานอกสภา ขอเรียกร้องฝ่ายรัฐบาลหยุดนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นกล่าวหาใส่ร้ายฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อกลบเกลื่อนปิดบังในสิ่งที่รัฐบาลประสบปัญหาอยู่ พรรคเพื่อไทยก็จะไม่เป็นตัวตั้งตัวตีล่าชื่อหรือผลักดันแก้ไข ขอเป็นตัวกลางประสานงานนำปัญหามาคุยในสภาเท่านั้น

    “ทักษิณ” ซัดปัญหาอยู่ที่คนใช้ ก.ม.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกวันที่ 2 พ.ย.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฟังเรื่องดราม่ามาตรา 112 ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 มีมาประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายไม่เคยเป็นปัญหา ทุกวันนี้เกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง บุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจกลัวหรืออาจอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อหวังผลทางการเมือง สมัยก่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีคณะกรรมการพิจารณาว่าจงใจละเมิด ม. 112 จริงหรือเปล่า แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายก็โกรธเคือง เคยบอกรัฐบาลจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างจะได้แนวทางอยู่ร่วมกัน ปรับกระบวนการดำเนินใหม่อย่างเป็นระบบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกัน และใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาดำเนินการไป ที่จะบอกว่ายกเลิกเพราะโกรธ หรือยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่ยกเลิกเด็ดขาด การพูดคุยกันน่าจะดีกว่า วันนี้ประเทศเลือกใช้แต่ Law and order เท่านั้น ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดดราม่า หายใจยาวๆเริ่มต้นใหม่เพื่อความรัก ถวายความจงรักภักดีที่ถูกต้องถูกทาง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหาโดยที่ไม่รู้

    กลุ่ม CARE โพสต์สวนหนุนเต็มตัว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผอ.พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ โพสต์จุดยืนว่า กลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย ขอยืนยันเจตนารมณ์ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องให้แก้มาตรา 112 และมาตรา 116 รวมถึงกฎหมายอื่นใดที่ถูกใช้เพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ทั้งเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองและหน่วยงานต่างๆรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ร่วมมือกันยับยั้งการใช้กฎหมายดังกล่าวในทางทำลายล้างทางการเมือง ทำลายกระบวนการยุติธรรม และทำลายหลักการประชาธิปไตย

    ก้าวไกลเดินหน้าดันไม่มีถอย

    ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงว่า ตนขอแถลงความคืบหน้าการเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ที่เคยยื่นต่อสภาฯไปแล้วตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. จำนวน 5 ร่าง ซึ่งเป็นการแก้ไขเกี่ยวกับ ความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งหมด ทั้งหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นศาล ความผิด ฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาต มาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ จนถึงวันนี้ปรากฏว่า มีร่างเพียง 4 ฉบับแรก ที่ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบ วาระการประชุมของสภาฯแต่ร่างที่ 5 ซึ่งมีการแก้ไข ม.112 ถูกโต้แย้งโดยประธานสภาฯว่าอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”

    ชงแก้โทษคุกไม่เกินปียอมความได้

    นายชัยธวัชแถลงว่า สาระสำคัญร่างที่แก้ไขมาตรา 112 เป็นการย้ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ออกจากหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ไปกำหนดเป็นลักษณะความผิดใหม่เพื่อให้เหมาะสม ทั้งในแง่โครงสร้างบทบัญญัติอัตราโทษ การยกเว้นความผิด การยกเว้นโทษ และผู้ร้องทุกข์ ดังนี้ 1.กำหนดให้ยังมีอัตราโทษจำคุก แต่ลดอัตราโทษลงมาจากเดิมสูงสุด 15 ปี เหลือไม่เกิน 1 ปี 2.กำหนดให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย เป็นความผิดอันยอมความได้ และเพื่อให้มีบทยกเว้นความผิด และยกเว้นโทษ จึงบัญญัติให้ผู้ใดติชมโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะผู้นั้นไม่มีความผิด

    ยืนกรานร่างแก้ไขไม่ขัดกฎหมาย

    นายชัยธวัชกล่าวว่า วันนี้จะยื่นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ และประธานสภาฯ อีกครั้งเพื่อยืนยันว่า ร่างแก้ไขที่เกี่ยวกับมาตรา 112 ของพรรคไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ขอย้ำว่า หนทางที่พวกเราควรทำก่อนจะสายเกินการณ์ คือการแสวงหากุศโลบายสอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสถาบันกับประชาชนภายใต้ระบบนิติรัฐ ในทางตรงกันข้าม การตีความมาตรา 6 ที่เกินเลยกว่าตัวบท และเจตนารมณ์รวมถึงการมีมาตรา 112 ที่มีปัญหาอย่างในปัจจุบัน จะกระทบต่อฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะขององค์พระมหากษัตริย์ ขณะที่ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆกำลังเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ถึงเวลาแล้ว ในที่สุดหากต้องนิรโทษกรรมคดีการเมืองเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมก็จำเป็นต้องทำ

    ไม่รีบแก้หวั่นอนาคตบานปลาย

    นายชัยธวัชกล่าวว่า การผลักดันแก้ไขมาตรา 112 คงไม่ง่ายแน่นอน คงต้องเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำความเข้าใจกับสังคม และ ส.ส. และหวังว่าพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุนเพราะมีการพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เราเสนอแก้ไขตั้งแต่เดือน ก.พ.แต่กำลังถูกกลไกของสภาฯปฏิเสธ โดยอ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและอาจเกิดกระบวนการที่ไม่นำบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม เรื่องนี้เป็นกระบวนการ ต่อเนื่องที่เราทำมา ซึ่งมีบางคนเห็นว่า ควรจะยกเลิกบางคนบอกไม่ควรยกเลิก ควรจะเพิ่มโทษ ดังนั้นข้อเสนอของเราถือเป็นข้อเสนอที่อยู่ตรงกลาง ที่พอจะคุยกันได้และใช้เวทีสภาฯให้ดีที่สุดสำหรับการคลี่คลายความเห็นแตกต่างกันในทางการเมือง แต่หากพื้นที่สภาฯไม่เปิดให้กับเรื่องที่เป็นปัญหาขัดแย้งกันอย่างแหลมคมอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้รับการแก้ไข และสะสมความไม่พอใจไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่การยกเลิกในอนาคต และอาจมีปัญหาทางการเมืองอื่นๆตามมาอีก

    เสรีรวมไทยชูแยกข้อหาลดโทษ

    ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงจุดยืนการแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า เป็นมุมมองของแต่ละพรรค แต่ทุกพรรคไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดเหมือนตน เพราะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ต้องดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ถวายสัตย์ฯต้องซื่อสัตย์สุจริตปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต พรรคเสรีรวมไทย ได้ศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขอแสดงความคิดเห็นที่เป็นกลาง อยากให้แก้มาตรา 112 เป็น 2 ส่วน คือ แยกดูหมิ่น หมิ่นประมาทออกมาจากการอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์มาเป็นมาตรา 112/1 คือ ผู้ใดดูหมิ่น หมิ่นประมาทต้องระวางโทษจำคุก แต่ต้องลดโทษจำคุกจากคดีอาฆาตมาดร้าย 3-15 ปี ลงมา เช่น 2-5 ปี ทั้งนี้มาตรา 112 ไม่ใช่ความผิดของตัวบทกฎหมายแต่ผิดที่คนนำไปใช้ อ้างว่าจงรักภักดี แต่ความจริงต้องการก้าวหน้าในอาชีพข้าราชการ

    นายกฯขออย่าทำลายสิ่งเทิดทูน

    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้มาตรา 112 ว่า ยืนยันไม่มีการให้เสนอแก้ไขมาตรา 112 ในฐานะที่ตนเป็นนายกฯ รัฐบาล การพิจารณาเรื่องนี้ในการแก้รัฐธรรมนูญจบไปแล้วในวาระที่ 1 ขออย่าขยายความเป็นเรื่องฝ่ายไหนว่ากันไป ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องความมั่นคงของประเทศ จึงขออย่าทำลายสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศเคารพนับถือ ซึ่งบางคนอาจไม่เข้าใจ แต่หวังว่า วันข้างหน้าจะเข้าใจมากขึ้น และเรียนรู้มากขึ้น ซึ่งทุกประเทศมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่มีใครคิดจะลบล้างสิ่งดีๆที่สืบทอดกันมา แล้วทำสิ่งใหม่ที่ไม่มีกฎกติกา

    “อนุทิน” ย้ำ ม.112 ภท.ไม่ขอแตะ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนพูดมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคว่า มาตรา 112 จะแตะไม่ได้ และจะไม่มีการแก้ไขในส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีแต่ต้องทำให้เข้มแข็ง หากมีการเสนอเข้ามาตามขั้นตอนของรัฐสภา มองว่าตอนนี้ยังไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้มาตรา 112 จะถูกกระทบ กระเทือนหรืออ่อนแอลง

    ไต่สวนถอนประกันแกนนำม็อบ

    วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการประกันตัว คดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 2 น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จำเลยที่ 5 และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ เดอะ บอททอมบลูส์ จำเลยที่ 17 แกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยคดีดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และร่วมกันมั่วสุมชุมนุม เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 ผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล เวลาเดียวกันยังมีการไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ในคดีที่ถูกอัยการฟ้องร่วมกับพวกรวม 17 คน ฐานก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองและข้อหาอื่นๆ โดย น.ส.ปนัสยา นายไชยอมร เดินทางมาศาลพร้อมทนายความและครอบครัว

    ศาลร่อนคำสั่ง 3 ส.ส.ยุติบทบาท

    อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายอภิชาติ คงชาตรี เลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา มีหนังสือคำสั่งศาลถึงประธานรัฐสภา แจ้งกรณีศาลมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีทุจริตสนามฟุตซอล จ.นครราชสีมา ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ กับพวกรวม 87 คน มีผลให้จำเลย 3 คน ที่เป็น ส.ส. ประกอบด้วย นายวิรัช จำเลยที่ 1 ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นางทัศนียา รัตนเศรษฐ จำเลยที่ 2 และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ จำเลยที่ 72 ส.ส.นครราชสีมา พปชร. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรคสาม นับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ซึ่งเป็นวันที่ศาลประทับรับฟ้องจนกว่า จะมีคำพิพากษาเว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    “ชวน” แจ้งเหลือมือ ส.ส.แค่ 476 คน

    ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2/2564 นัดแรก มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระนายชวนได้แจ้งการเลื่อนลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยนางบุญญาพร นาตะธนภัทร เลื่อนลำดับขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย แทน พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์ ที่เสียชีวิต และนางสุเนตตา แซ่โก๊ะ เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชา ชาติไทย แทน น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ที่ลาออก น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย แจ้งกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีทุจริตสนามฟุตซอล จ.นครราชสีมา มีผลทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา พปชร.ที่เป็นจำเลยต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ขณะนี้มี ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 476 คน มีองค์ประชุมอยู่ที่ 238 คน นอกจากนี้ นายชวนยังแจ้งประชุมรัฐสภาวันที่ 16 พ.ย.เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

    สภานัดแรกส่อล่มชิงปิดประชุม

    จากนั้นช่วงบ่าย ที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ และร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสัตวบาลวาระ 3 แต่ปรากฏว่าจำนวนองค์ประชุมค่อนข้างกระท่อนกระแท่น การโหวตแต่ละมาตรามีองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งเพียงไม่เท่าไหร่ กระทั่งเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา 11 มาตรา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยู่กันค่อนข้างน้อย เมื่อมาถึงมาตรา 6 นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกเพื่อแสดงตนก่อนลงมติอยู่เกือบ 5 นาที แต่มีน้อยจำนวนยังร่อยหรอส่อเค้าไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายสุชาติตัดสินใจชิงปิดประชุมทันทีในเวลา 17.20 น.โดยกล่าวว่า “เอาไว้ประชุมกันคราวต่อไป”

    “ลุงป้อม” ลั่น ปธ.วิปเรื่องของพรรค

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) หยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า ไม่มีอะไร กำลังพิจารณาเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อยู่ และควรจะเป็น ส.ส. ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเข้าที่ประชุม กก.บห.ได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตรตอบสวนทันทีแบบฉุนๆว่า “เดี๋ยวนี้เลยไหม จะต้องบอกสื่อด้วยหรือ” เมื่อถามย้ำว่า มีชื่อนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. จะเป็นประธานวิปคนใหม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า กำลังดูอยู่ ส่วนงานสภาฯไม่กระทบประชุมกันได้คุยกันทั้ง 3 พรรค เมื่อถามว่า ต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก่อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่ายหน้าก่อนตอบว่า “เป็นเรื่องของพรรค”

    “วิษณุ” รับนายกฯตั้งตามใจไม่ได้

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเป็นผู้แต่งตั้งประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ เพราะเป็นตำแหน่งกรรมการของรัฐบาล เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ระบุว่า ประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ต้องผ่านการพิจารณาจาก กก.บห.พรรค นายวิษณุตอบว่า ปกติวิปจะต้องเป็น ส.ส.ต้องนั่งอยู่ในสภาฯ เป็นที่ยอมรับของ ส.ส.พูดอะไรคนต้องเชื่อ พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือและเสนอชื่อมาที่รัฐบาล จากนั้นนายกฯจะเป็นผู้เซ็นลงนามการแต่งตั้ง นายกฯจะไปตั้งตามใจชอบไม่ได้ นายกฯไม่สามารถไปประสานอะไรกับใครได้ ถ้าเป็นคนของพรรคหลักก็จะดี อดีตเคยลองเอาคนนอกมาเป็น ไม่ประสบความสำเร็จ ประสานงานไม่ได้

    “วิเชียร” เรียกวิป พปชร.ถกกันป่วน

    ที่ห้องประชุมวิปรัฐบาลชั้น 2 รัฐสภา นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. รองประธานวิปรัฐบาล เรียกประชุมวิปรัฐบาลในส่วนของพรรค พปชร.เป็นการด่วน ใช้เวลา 30 นาที ก่อนนายวิเชียรเปิดเผยว่า เรียกประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานไม่ให้เกิดความปั่นป่วน มาคุยกันในการลงมติต่างๆให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอะไรที่น่ากังวล ในช่วงเวลานี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ขอให้ช่วยกันดูและประคับประคองกันไป ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ส่วนประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ต้องดูความเหมาะสม ให้นายกฯพิจารณาแต่งตั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมย้ำช่วงนี้ถือว่าสถานการณ์เปราะบางขอให้ ส.ส.พปชร.ช่วยกัน

    “วิรัช” ยังงงศาลรับฟ้องคดีเร็วขึ้น

    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ทำเรื่องขอเอกสารการพิจารณาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาพิจารณาแล้วเนื่องจากเดิมศาลนัดฟังคำสั่งประทับรับฟ้องคดีวันที่ 20 ธ.ค. แต่พอมีมติออกมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ย.อยากเห็นเอกสารและสำนวนการพิจารณาว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อศาลมีคำสั่งก็พร้อมปฏิบัติตาม ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และวันที่ 3 พ.ย. ตนไม่ได้เดินทางเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภา หรือร่วมประชุมวิปพรรค พปชร.

    “นิโรธ” เต็ง 1 “วีระกร-อนันต์” ติดโผ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ มีชื่อของผู้ที่ถูกคาดหมายจะได้รับการเสนอเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พิจารณาแต่งตั้งจาก ส.ส.พปชร.ถึง 3 คน คือนายนิโรธ สุนทรเลขา และนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ รวมถึงนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร ขณะที่ชื่อของนายนิโรธมีโอกาสสูงที่นายกฯจะพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ และเป็นชื่อที่ พล.อ.ประวิตรไว้วางใจเพราะมีความประนีประนอมกับทุกกลุ่มในพรรค มีความสัมพันธ์เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน

    “บิ๊กตู่” ยัน “ป้อม” พี่น้องคุยรู้เรื่อง

    เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการประชุมผู้นำว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ถึงการแต่งตั้งประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ว่า ต้องหารือกับพรรค พปชร.ได้เตรียมเสนอชื่อแล้ว ยังต้องไปคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร. อีกที ตอนนี้ยังไม่ได้ติดต่อกัน ต้องเร่งพิจารณาโดยเร็วเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เมื่อถามว่า นอกจากคุยเรื่องตั้งประธานวิปรัฐบาลคนใหม่แล้วยังจะมีคุยเรื่องอื่นๆด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เคยบอกแล้วว่าจะไม่ก้าวล่วงกันและกัน ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่พรรคเสนอตนเป็นนายกฯ ถ้ามีอะไรก็จะคุยกับหัวหน้าพรรค ไปทำความเข้าใจกับลูกพรรค นายกฯต้องรักษากติกาให้ดี อย่าลากนายกฯ ปนไปปนมาจนสับสนอลหม่านไปหมด มันก็มีปัญหาทุกเรื่องแต่คุยกันได้คุยกันรู้เรื่อง เป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว

    สั่ง ส.ส.ภูมิใจไทยหยุดทำหน้าที่

    วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมพิจารณา คำร้องกรณีที่ประธานสภาฯส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพส.ส.ของนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) หรือไม่ พิจารณาแล้วมติเอกฉันท์รับคำร้องไว้วินิจฉัย และให้ผู้ร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง จึงมีคำสั่งให้นายสำลีหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. แถลงว่า นายสำลีเคยมีคดีอาญาปี 2532-2533 บ้านพักอยู่ใกล้สถานบันเทิงจ.มหาสารคาม ส่งเสียงดังรบกวน บุกเข้าไปในสถานบันเทิง ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี แต่ให้รอลงอาญา 3 ปี และบำเพ็ญประโยชน์ นายสำลีไม่ได้เข้าเรือนจำ จึงเป็นที่มาคำร้องขาดคุณสมบัติ ส.ส.หรือไม่ ยืนยันไม่ใช่กรณีคลิปเสียงเรื่องย้ายพรรคตามที่เป็นข่าว

    ส.ส.รุมสับไข่ “ลุงตู่” เเพงกว่าข้าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เปิดให้ ส.ส.หารือถึงความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย หารือว่า ชาวนากำลังเดือดร้อนแสนสาหัส ช่วงนี้กำลังเกี่ยวข้าว รัฐบาลประกาศประกันราคากิโลกรัมละ 15 บาท แต่เกษตรกร ขายได้กิโลกรัมละ 6-7 บาท วันนี้ชาวนาขายข้าว 1 กิโลกรัม ซื้อมาม่า ซื้อ M150 กระทิงแดง กาแฟก็ยังไม่ได้ ต้องขาย 3 กิโลกรัม ถึงจะซื้อปลากระป๋องได้ 1 กระป๋อง ต้องขายข้าว 10 กิโลกรัมซื้อน้ำมันพืชได้ 1 ขวด รัฐบาลกับกระทรวงพาณิชย์ จะแก้ปัญหาอย่างไร ขณะที่นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชาวนาที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบน ขายข้าวกิโลกรัมละ 5-6 บาท หรือตันละ 6 พันบาท รัฐบาลจึงจะต้องจ่ายส่วนต่าง รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.พาณิชย์ ที่รับผิดชอบประกันราคาอ้างอิงช้า ชาวนาไม่ได้รับเงินส่วนต่าง นายกฯต้องรับผิดชอบ ชาวนาฝากตนมาว่า นี่คือข้าวเปลือก “ชาวนาไทยขายได้ราคาถูก แต่ไข่ท่านนายกฯแพง ขายข้าว 1 กิโลกรัม ซื้อไข่ได้ฟองเดียว”

    ปพชร.กั๊กส่งคนชิงผู้ว่าฯ กทม.

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีรายงานข่าวว่าพรรคพปชร. เตรียม 3 รายชื่อ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.พล.อ.ประวิตรย้อนถามสื่อว่า “ใคร ที่ไหน ข่าวที่ไหน ข่าวใครออกมาก็ไปถามคนนั้น มาถามผม ผมจะไปรู้ได้อย่างไร ยังไม่ได้ประชุมเลย” ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรค พปชร.จะไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้เดี๋ยวคิดดูก่อน แต่ว่าโดยหลักการจะไม่ให้ ส.ส.เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองท้องถิ่น

    “อัศวิน” ลั่นไม่เคยกลัวใคร

    ที่อาคารไอราวัตพัฒนา กทม.2 ดินแดง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.ถอนตัวจากการลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ว่า “เป็นเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของผม” ผู้สื่อข่าวถามว่าจะลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินตอบว่า ตอนนี้เป็นผู้ว่าฯ จะไปสมัครทำไม เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรค พปชร.จะส่ง 3 รายชื่อเข้าศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.คิดว่าใครเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด พล.ต.อ. อัศวินตอบว่า ไม่กลัวใครเลย เกิดมาจะอายุ 70 แล้ว ปืนยังไม่กลัว ระเบิดยังไม่กลัว จะไปกลัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทำไม แล้วตอนนี้ยังไม่ได้คิดจะลงสมัคร รอหมดวาระเปิดรับสมัครค่อยมาถาม ยังเป็นผู้ว่าฯอยู่ยังไม่ได้ลาออก

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ทักษิณ ชินวัตรม.112มาตรา 112ชัยธวัช ตุลาธนพรรคก้าวไกลอนุทิน ชาญวีรกูลประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณวิรัช รัตนเศรษฐข่าวหน้า1ข่าววันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 20:24 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์