รองนายกฯ อนุทิน เผย เชียงใหม่ยังรับมือไหว ฉีดวัคซีนแล้ว 1.2 ล้านคน สั่งแก้จุดขลุกขลักรับนักท่องเที่ยวแล้ว ย้ำต้องรอบคอบ ชี้ รอไฟเซอร์ขึ้นทะเบียนก่อนฉีดให้เด็กต่ำกว่า 12 ปี

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงภาพรวมหลังเดินหน้านโยบายเปิดประเทศมาแล้ว 2 วัน ว่า ยังไม่พบปัญหาที่ต้องหนักใจ อย่างไรก็ตาม ด้วยกฎเกณฑ์ที่ออกมาว่า เมื่อนักเดินทางเข้ามาแล้ว ต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCT และรอผลในที่พักได้แค่ 1 คืน ปัจจุบันยังอยู่ในจุดที่จัดการได้ แต่ในอนาคตที่ต้องดำเนินการตามกรอบนี้ และนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากขึ้น ก็อาจจะเกิดความขลุกขลัก จึงได้มอบให้กรมควบคุมโรค และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ไปหาแนวทางรองรับ แต่เน้นย้ำ ต้องรอบคอบ ห้ามประมาท ล่าสุดมีเสียงบ่นว่าการดำเนินการของไทยยุ่งยาก มากขั้นตอน แต่ขอให้เข้าใจว่าเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ละเลยไม่ได้

ส่วนกรณีที่ทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) อนุญาตให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี นายอนุทิน กล่าวว่า ทางไทยได้ติดตามเรื่อง และเรามีคณะกรรมการที่มอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ประเทศไทยหากจะใช้ไฟเซอร์ฉีดให้เด็กอายุ 12 ปีลงไป ก็ต้องรอให้ทางไฟเซอร์มาขึ้นทะเบียนกับไทยว่าใช้กับเด็กอายุตามเกณฑ์ดังกล่าวได้ ประเทศไทยต้องการฉีดวัคซีนให้เกิดความครอบคลุมมากที่สุด แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ต้องเป็นไปตามกระบวนการ มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง

สำหรับสถานการณ์การระบาดที่จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า เชียงใหม่มีประชากรประมาณ 1.7 ล้าน คนได้รับวัคซีนแล้ว 1.2 ล้าน คน ถือว่าเป็นไปตามเป้า ภาพรวมของสถานการณ์ยังอยู่ในจุดที่รับมือไหว ตอนนี้ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้มากที่สุด แม้ประชากรจำนวนไม่น้อย จะอยู่พื้นที่ห่างไกล ก็ต้องได้รับบริการ ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดให้ลงไปดูแลแล้ว.

...