เช็กเป้าฉีดวัคซีน ต.ค. ไปถึง แต่เปอร์เซ็นต์ครอบคลุมยังทำไม่ได้ แม้แต่จังหวัดนำร่อง

ข่าว

    เช็กเป้าฉีดวัคซีน ต.ค. ไปถึง แต่เปอร์เซ็นต์ครอบคลุมยังทำไม่ได้ แม้แต่จังหวัดนำร่อง

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 พ.ย. 2564 10:13 น.

    • ศบค.ชุดเล็ก ตั้งเป้าเดือนตุลาคม ต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 24 ล้านโดส แต่ละจังหวัดต้องครอบคลุมประชากร 50% กลับมีเพียง 32 จังหวัด จาก 77 จังหวัด เท่านั้นที่ทำได้ จังหวัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวยังตกหล่นอีก 2 จังหวัด
    • ปิดจบเดือนด้วยยอดเกินเป้าที่ 24,311,804 โดส อีกทั้ง เข็ม 1 ที่รัฐบาลตั้งไว้ 50% ก็ได้สูงถึง 58.8% ของประชากร ถือว่า สอบผ่านไป 2 ข้อ
    • แต่ยอดกลุ่มเสี่ยง รวมถึง หญิงตั้งครรภ์ ที่ตั้งไว้ 80% และเด็กนักเรียน ที่ 70% ของเข็มแรก กลับไม่มีกลุ่มไหนทำถึง และที่น่าเศร้าที่สุดคือยอดฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ ที่ยังห่างจากเป้าอยู่ไกล เข็มที่ 1 ได้แค่ 16.1% ทั้งที่มีอัตราเสียชีวิตสูงที่สุดหากติดเชื้อโควิด-19

    เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 วงประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานในการประชุม ได้เคาะแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย ในปี 2564 ว่าจนถึงสิ้นปี ไทยจะมีวัคซีนถึง 152.9 ล้านโดส

    ส่วนในเดือนตุลาคม คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนรวมทุกชนิด ทั้งสิ้น 24 ล้านโดส ประกอบด้วย ซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตราเซเนกา 10 ล้านโดส และไฟเซอร์ 8 ล้านโดส แยกกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนออกเป็น 5 กลุ่ม ตั้งแต่ วันที่ 27 กันยายน - 31 ตุลาคม 64 ประกอบด้วย

    1. ประชาชนทั่วไป ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 16.8 ล้านโดส ใช้สูตร Sinovac + AstraZeneca, AstraZeneca + AstraZeneca, AstraZeneca+ Pfizer

    2. นักเรียนที่มีอายุ 12-17 ปี ทั่วประเทศ จำนวน 4.8 ล้านโดส ใช้สูตร Pfizer + Pfizer

    3. แรงงานในระบบประกันสังคม จำนวน 0.8 ล้านโดส ใช้สูตร Sinovac + AstraZeneca

    4. หน่วยงานอื่นๆ เช่น องค์กรภาครัฐ ราชทัณฑ์ จำนวน 1.1 ล้านโดส ใช้สูตร Sinovac + AstraZeneca

    5. ผู้ได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็ม และต้องการเข็มกระตุ้น (เข็มที่ 3) จำนวน 0.5 ล้านโดส ใช้สูตร Sinovac + Sinovac + AstraZeneca

    ย้อนมาดูกันว่า เริ่มต้นเดือนตุลาคมไทยฉีดวัคซีนไว้ที่เท่าไร

    ข้อมูลของศูนย์ข้อมูล Covid-19 ทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนได้เพิ่มถึง 796,583 โดส รวมสะสมแล้ว 54,581,395 โดส แบ่งออกเป็น

    • เข็มที่ 1 สะสมแล้ว 32,815,130 ราย คิดเป็น 45.6% ของประชากร
    • เข็มที่ 2 สะสมแล้ว 20,355,829 ราย คิดเป็น 28.3% ของประชากร
    • เข็มที่ 3 สะสมแล้ว 1,410,436 ราย คิดเป็น 2.0% ของประชากร

    แต่ละจังหวัดต้องเกิน 70% หญิงตั้งครรภ์ ต้องครอบคลุม 80%

    โดยในวันนั้น (1 ต.ค. 2564) แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศบค. ระบุว่าการประชุมศบค.ชุดเล็ก ที่มีพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก มีการตั้งเป้าหมายภายในเดือนตุลาคมว่า ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้ ครอบคลุม 50% ของประชากรของแต่ละจังหวัดนั้นๆ โดยอย่างน้อยต้องมี 1 อำเภอในจังหวัดที่ฉีดวัคซีน เกิน 70% และมีต้นแบบ Covid Free Setting อย่างน้อย 1 พื้นที่ ที่มีการฉีดวัคซีนแล้ว 80% ขณะที่กลุ่มเสี่ยง, หญิงตั้งครรภ์ ต้องครอบคลุม 80% ส่วนนักเรียน นักศึกษา ต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มไม่ต่ำกว่า 70%

    ซึ่งในเดือนนั้น (4 ตุลาคม 2564) ยังมีการคิกออฟฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้กับเด็กนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไปอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี “Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม” ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ กรุงเทพฯ เพื่อเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียน ของกระทรวงศึกษาธิการ ประมาณ 4 ล้านคน

    “ผมยืนยันว่าปีนี้วัคซีนเรามีเพียงพอ และก็มีเพียงพอไปถึงปีหน้าด้วย เราคาดการณ์ว่าจะมีวัคซีนถึง 150-170 ล้านโดสในปีนี้ คิดว่าคงจะฉีดได้ครบถ้วนตามที่เราตั้งเป้าหมายทุกประการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

    สอดคล้องกับ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่กล่าวถึงเรื่องการฉีดวัคซีนในเดือนตุลาคม เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 ว่าจะพยายามฉีดวัคซีนให้ได้ 24 ล้านโดส ตามวัคซีนที่จะเข้ามาตามแผน

    “เดือน ต.ค. เราจะทำให้พี่น้องประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 50 ของประเทศได้รับวัคซีน 1 เข็ม และจะมีการเริ่มฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป รวมถึงคนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มแล้วก็จะมีการกระตุ้นวัคซีนอีก 1 เข็มที่เรียกว่าบูสเตอร์โดส นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลจะดำเนินการต่อไป” นายแพทย์โอภาส กล่าว

    ชายแดนภาคใต้ต้องได้เข็มแรก 70%

    แต่ในเดือนนั้นเอง 4 จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย ประสบกับปัญหา มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่ 2 สัปดาห์แรกของเดือน ยอดติดเชื้อก็พุ่งสูงถึงวันละ 2 พันราย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง ระบุว่า รายงานจากกรมควบคุมโรค พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้วัคซีนแล้ว ถึง 50% ของประชากร แต่เป้าหมายของรัฐบาลคือ 70%

    “เมื่อเราฉีดเข็มแรกได้ 70% เดือนถัดมาเราจะฉีดเข็ม 2 เลย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เร็วที่สุด และยอดการฉีด เราจะไม่หยุดที่ตัวเลข 70% ของประชากร แต่ถ้าหากประชาชนต้องการ ก็พร้อมลงไปบริการ ได้เตรียมวัคซีนไว้แล้ว อยากฉีดให้ได้มากที่สุด สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ เรามีเขตสุขภาพที่ 12 คอยดูแล และได้กำชับจังหวัดใกล้เคียงให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ใช้หลักเดียวกับที่กรุงเทพฯ ตอนระบาดหนัก ก็ได้พื้นที่ใกล้เคียงเข้าไปประคอง แต่สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ดีกว่า ตรงที่ เรามีวัคซีนแล้ว ขณะที่ตอนที่กรุงเทพฯ เกิดการระบาด เรายังไม่มีวัคซีนมากขนาดนี้” นายอนุทิน กล่าว

    สรุปแล้ว เดือนตุลาคม คนไทยถูกฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวนเท่าใด?

    ข้อมูลของศูนย์ข้อมูล Covid-19 รายงานตัวเลข เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 ไว้ว่า สามารถฉีดวัคซีนได้เพิ่ม 320,719 โดส ทำให้ยอดสะสมรวมอยู่ที่ 75,710,277 โดส แบ่งเป็น

    • เข็มที่ 1 สะสมแล้ว 42,388,465 ราย คิดเป็น 58.8% ของประชากร
    • เข็มที่ 2 สะสมแล้ว 30,911,219 ราย คิดเป็น 42.9% ของประชากร
    • เข็มที่ 3 สะสมแล้ว 2,410,593 ราย คิดเป็น 3.3% ของประชากร

    เมื่อนำมาคำนวณตัวเลขเมื่อต้นเดือน ที่มียอดสะสมรวมอยู่ที่ 54,581,395 โดส และการตั้งเป้าฉีดวัคซีนเดือนตุลาคม ที่ 24 ล้านโดส ของรัฐบาล พบว่า ไทยสามารถฉีดวัคซีนได้แค่ 21,128,882 โดส ซึ่งขาดไปถึง 2,871,118 โดส

    แต่เดี๋ยวก่อน รัฐบาลได้ระบุว่าแผน 24 ล้านโดสนั้น รวมตั้งแต่ 27 กันยายน-31 ตุลาคม 2564 เราจึงย้อนไปคำนวณตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน-30 กันยายน 2564

    • โดยวันที่ 27 กันยายน 2564 ไทยมียอดฉีดวัคซีนสะสมอยู่ที่ 51,398,473 โดส
    • ส่วนวันที่ 30 กันยายน 2564 ไทยมียอดฉีดวัคซีนสะสมอยู่ที่ 53,784,812 โดส

    รวมยอดแล้วอยู่ที่ 2,386,339 โดส

    ยอดได้แต่ความครอบคลุมของแต่ละกลุ่มไม่ถึงเป้า

    และเมื่อนำยอดฉีดวัคซีนของวันที่ 27 กันยายน 2564 สะสมอยู่ที่ 51,398,473 โดส ไปลบกับวันที่ 31 ตุลาคม 2564 ที่ 75,710,277 โดส จะได้เท่ากับ 24,311,804 โดส ถือว่าตรงเป้ากับที่รัฐบาลตั้งไว้ ที่ 24 ล้านโดส อีกทั้งเข็มที่ 1 ที่รัฐบาลตั้งไว้ 50% แต่เมื่อปิดยอดเดือนก็ได้สูงถึง 58.8% ของประชากร ถือว่าสอบผ่านไป 2 ข้อ

    แต่เป้าของ ศบค. คือทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้ ครอบคลุม 50% ของประชากรของแต่ละจังหวัดนั้นๆ ปิดจบเดือนตุลาคม กลับมีเพียงแค่ 32 จังหวัดที่ทำได้ และไม่มีการระบุว่ามีอำเภอในจังหวัดไหนที่ฉีดวัคซีนเกิน 70% หรือสามารถเป็นต้นแบบ Covid Free Setting ได้อย่างน้อย 1 พื้นที่ ที่มีการฉีดวัคซีนแล้ว 80% ได้ อีกทั้งยังเหลือจังหวัดพื้นที่นำร่องอีก 2 จังหวัดคือ หนองคาย และอุดรธานี ที่ยังฉีดวัคซีนไม่ถึงเป้า แต่เปิดรับนักท่องเที่ยวในวันเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายน 2564 ไปแล้ว

    ขณะที่กลุ่มเสี่ยง, หญิงตั้งครรภ์ ที่ต้องครอบคลุม 80% ก็ไม่มียอดวัคซีนเข็มไหนได้ถึงยอดดังกล่าว เพราะยอดเปอร์เซ็นต์ที่มากที่สุดคือเข็มที่ 1 อยู่ที่ 68.9% ของกลุ่มเสี่ยง แต่หญิงตั้งครรภ์ ยอดกลับยังห่างจากเป้าสูง เข็มที่ 1 อยู่ที่ 16.1% แบบน่าเศร้า

    ส่วนนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มไม่ต่ำกว่า 70% ยอดก็ไม่ถึงเป้าตามที่ตั้งไว้เช่นเดียวกัน เพราะยอดที่มากที่สุดคือเข็มที่ 1 อยู่ที่ 54% เท่านั้น

    เมื่อดูที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีเพียง สงขลา และยะลา ที่ทำได้ ฉีดวัคซีนครอบคลุม 50% ของประชากร ทิ้งห่าง นราธิวาส และปัตตานี ที่ยังทำไม่ถึงสักที จึงยังไม่ต้องพูดถึงเป้า 70% ของเดือนตุลาคม ที่รัฐบาลตั้งเอาไว้เมื่อครั้งลงพื้นที่

    อย่างไรก็ตามในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทาง ศบค. มีการตั้งเป้าฉีดวัคซีนประชาชนให้ได้ 70% โดยจะเน้นไปที่พื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และพื้นที่ชายขอบ ที่ยังห่างเป้าอยู่มาก จึงต้องมาจับตากันต่อว่ารัฐบาลจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของสิ้นปีนี้ที่ต้องฉีดวัคซีนคนไทยให้ได้ 100 ล้านโดส

    ผู้เขียน : Supattra.l

    กราฟิก : Anon Chantanant

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วัคซีนโควิดspecial contentโควิด-19ประยุทธ์ จันทร์โอชาเปิดประเทศสถานการณ์โควิดเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายน 2564พื้นที่สีฟ้าอภิสมัย ศรีรังสรรค์อนุทิน ชาญวีรกูลโอภาส การย์กวินพงศ์ศบค.ชุดเล็กศบค.ชุดใหญ่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19วัคซีนทางเลือกวัคซีนไฟเซอร์วัคซีน Pfizerวัคซีนแอสตราเซเนกาวัคซีน AstraZenecaวัคซีนซิโนแวควัคซีน Sinovacฉีดวัคซีนไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าsupattra.lข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวการเมืองล่าสุด

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 19:02 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์