ศบค.ชุดเล็ก แง้มหากประเมินผล 15 วันเป็นไปด้วยดี จ่อผ่อนคลายเพิ่มอีก

ข่าว

    ศบค.ชุดเล็ก แง้มหากประเมินผล 15 วันเป็นไปด้วยดี จ่อผ่อนคลายเพิ่มอีก

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 พ.ย. 2564 15:59 น.

    ศบค.ชุดเล็ก ถกภาคเอกชน แจงแผนเปิดประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่ลงทำความเข้าใจร้านอาหารสร้างมาตรฐาน SHA พร้อมตอบประเด็นดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง 3 ทุ่ม แง้มประเมิน 15 วัน หากร่วมมือดี อาจผ่อนคลายเพิ่มอีก

    วันนี้ (2 พ.ย. 2564) ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สมช. ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เป็นประธานประชุมร่วมกับภาคเอกชน ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการเปิดประเทศ และสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศ โดยมีภาคเอกชนและตัวแทนหน่วยงานรัฐเข้าร่วม อาทิ สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมผู้ค้าปลีก

    จากนั้นเวลา 13.00 น. พล.อ.สุพจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เชิญผู้เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศมาร่วมประชุม ทุกภาคส่วนได้ให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปรับปรุงปัญหาในส่วนที่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้การเปิดประเทศเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยปัญหาที่พบเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 เป็นในส่วนของขั้นตอนที่เล็กน้อย คือ ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามา อะไรที่ขาดวันนี้ก็ได้สั่งการเพิ่มเติมไปแล้วเพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังพบกลุ่มบุคคลเปิดเว็บไซต์เลียนแบบเว็บไซต์ของทางราชการนั้น จะแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยจะเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะพยายามสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางสื่อสารหลักของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความสะดวกและเป็นทางการ

    อีกเรื่องหนึ่งคือการผ่อนคลายมาตรการที่ร้านอาหารต่างๆ ต้องการทราบถึงมาตรฐานที่ทาง กทม. กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดกำหนด วันนี้แก้ไขด้วยการจัดทีมเชิงรุกไปสร้างความเข้าใจให้ร้านอาหารและสถานประกอบการทั่วไปที่ยังไม่มีมาตรฐานสาธารณสุข หรือ SHA ให้ได้รับมาตรฐานดังกล่าว รวมถึงส่วนที่มีมาตฐาน SHA อยู่แล้ว ก็ให้สร้างมาตฐานให้เป็น SHA+ ซึ่งพนักงานในร้านจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19

    เมื่อถามว่ามีเป้าหมายเปิดกิจกรรมกิจการที่ได้รับมาตรฐาน SHA เพิ่มอีกเท่าไร เพราะตอนนี้เหมือนมีจำนวนน้อย ผู้ประกอบการเองก็ต้องการได้รับมาตรฐานดังกล่าวมากขึ้น โดย พล.อ.สุพจน์ ตอบว่า ขณะนี้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพื้นที่ของ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายเร่งด่วนสูงสุด ไปเร่งกำหนดเส้นมาตฐานเพื่อกำหนดให้ชัดเจนว่า ศปก.ศบค.จะเร่งรัดอย่างไรได้ โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยอมรับว่ากิจการที่ได้รับมาตฐาน SHA ในพื้นที่ กทม.ยังน้อย เราจะเร่งพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนร้านอาหารที่ยังไม่ได้รับมาตฐาน SHA เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปแนะนำการพัฒนาเพื่อให้ได้รับมาตรฐานต่อไป

    ส่วนข้อจำกัดอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 21.00 น. โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. จะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่นั้น พล.อ.สุพจน์ ระบุว่า ต้องทำได้จริง แต่อาจจะยังมีความไม่เข้าใจ อาจจะมีความต้องการ แต่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมดจะต้องเข้าไปขอความร่วมมือให้ช่วยกันทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้แล้วเราควบคุมไม่ได้อาจทำให้เกิดปัญหา เกิดความเสียหายเช่นเดิมอีก ดังนั้นต้องพยายามทำให้ได้โดยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจถึงความจำเป็น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่อะลุ่มอล่วย ถ้าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตรวจพบ ครั้งแรกคงต้องเตือนก่อนในเบื้องต้น และถ้ายังไม่เชื่อฟังก็คงต้องใช้กฎหมายเข้าไปดำเนินการ

    สำหรับเป้าหมายการเปิดประเทศ ศปก.ศบค. ดูใน 2 ประเด็น คือ ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขได้ดีแค่ไหน ในส่วนที่เป็นกิจการหรือกิจกรรมต้องใช้มาตราการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของ COVID Free Setting สถานที่ทุกอย่างต้องพร้อม พนักงานต้องได้รับวัคซีน เพื่อให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ โดยปกติ ศปก.ศบค.จะประเมินสถานการณ์ในทุก 2 วัน แต่ในภาพใหญ่เรากำหนดระยะเวลา 15 วัน เพื่อพิจารณาดูว่าหลังเปิดในลักษณะนี้แล้วสถานการณ์ในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ทีมของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องของการท่องเที่ยว รวมถึงกระทรวงมหาดไทย จะช่วยกันพิจารณาดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปด้วยดีได้รับความร่วมมืออย่างดีมาตรการต่างๆ ก็จะค่อยๆ ผ่อนคลายลงตามระยะไปเรื่อยๆ

    “วันนี้พูดได้ว่าภายใน 15 วันถ้ามาตรการต่างๆ ได้รับการสนองและร่วมมือเป็นอย่างดี เราก็อาจจะมีข่าวดีว่ามาตรการที่หลายคนอยากให้ผ่อนคลายจะได้รับการตอบสนอง ยกเว้นในส่วนของผับบาร์เรายังไม่เปิด โดยเราใช้หลักเกณฑ์หลายปัจจัยในการพิจารณา ทั้งจำนวนคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้ได้รับวัคซีน ซึ่งขณะนี้ทำได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ รวมถึงอัตตราการครองเตียงของผู้ติดเชื้อ และขีดความสามารถด้านสาธารณสุขทั้งหมด” พล.อ.สุพจน์ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่อไปจะมีข่าวดีให้กับสถานบันเทิง ผับ บาร์ เมื่อไหร่ โดย ผอ.ศปก.ศบค.ตอบว่า กลางเดือน พ.ย.นี้ จะมีการประเมินกันอีกครั้งว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งมีความพร้อมเรื่องมาตฐานสาธารณสุขเป็นความเร่งด่วนแรก ส่วนพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศเรามีการประเมินอยู่ตลอดอยู่แล้ว สรุปคือหากสถานการณ์ในพื้นที่ใดดีและมีความพร้อม เราก็จะทยอยเปิดเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว โดยระบบต่างๆ จะถูกประเมินตามขั้นตอนต่อไป

    อย่างไรก็ตาม พล.อ.สุพจน์ ยังกล่าวถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในปัจจุบันด้วยว่า สถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมาเล็กน้อย รวมถึงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น มีเพียง จ.นราธิวาส ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เปิดประเทศเปิดประเทศ 2564ดื่มแอลกอฮอล์ศบค.ชุดเล็กร้านอาหารพื้นที่สีฟ้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวมาตรการโควิดผ่อนคลายมาตรการ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 08:08 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์