แย่งกันเป็นศพมอญ

ข่าว

    แย่งกันเป็นศพมอญ

    กิเลน ประลองเชิง

      3 พ.ย. 2564 05:09 น.

      คลองบางเรือหัก ฝั่งตะวันตกแม่น้ำแม่กลอง บ้านเกิดผม ฝั่งตรงข้ามวัดประทุมฯเป็นศาลอาม้า ย่านคนจีนสำคัญ มีคลองขุดเล็กๆ ชื่อ “คลองพักเจ๊ก” เป็นเส้นแบ่งไปถึงบ้านคนมอญ

      หน้าบ้านผม มีศาลเจ้าใหญ่สองศาล ลึกเข้าไปมีศาลากลางบ้าน ถึงเทศกาลเขาทำอะไรกัน คนฝั่งเราได้ยิน

      ผมคุ้นเคยกับมอญ มีเพื่อนเรียนร่วมชั้นหลายคน พระอาวุโสในวัดประทุมฯ หลวงตาหาญ ท่านอ้วนใหญ่ สวดมอญ เทศน์มอญก็ได้เสียงดังฟังชัด งานศพคนไทย ถ้ามีปี่พาทย์มอญ ถือเป็นงานใหญ่

      ส่วนงานศพพิธีแบบมอญเคยเห็นบ้าง แต่ก็ไม่ใหญ่โตสะดุดใจอะไรนัก

      เปิดหนังสือ “สำนวนไทย”เจอสำนวน “แย่งกันเป็นศพมอญ” ไม่ได้ยินมาก่อน จึงตั้งใจอ่าน

      “กาญจนาคพันธุ์” อธิบาย สำนวนนี้หมายความว่า แย่งชิงสิ่งของกันเป็นชุลมุนวุ่นวาย ที่มาสำนวน มาจากประเพณีทำศพมอญ ที่ปรากฏในเรื่อง “ราชาธิราช” ว่า พระเจ้าหงสาวดีมหาปิฎก ทำศพพระราชมารดาเลี้ยง

      ให้ตั้งขบวนแห่อัญเชิญพระศพสมเด็จตะละนางพระยาท้าว ลงสู่บุษบกบัลลังก์เหนือหลังเหรา แล้วตรัสสั่งเสนาบดีให้แยกกันออกเป็นสองพวก จะได้แย่งชิงพระศพเป็นผลานิสงส์

      เสนาบดีทั้งปวงก็แบ่งกันออกเป็นสองแผนกโดยพระราชบัญชา

      พระเจ้าหงสาวดีจึงเสด็จดำเนินด้วยพระบาท ทรงจับเชือกแล้วตั้งสัตยาธิษฐานว่า “ข้าพเจ้ามีความกตัญญูรู้พระคุณสมเด็จพระราช มารดาเลี้ยง จึงคิดทำการให้ถือปรากฏในทุกพระนคร

      ขอคุณพระรัตนตรัยจงเป็นที่พึ่ง ถ้าบุญข้าพเจ้าจะวัฒนาการสืบไปแล้ว ขอให้เชิญพระศพสมเด็จพระราชมารดา จงได้มาดังใจคิดเถิด”

      ครั้นตั้งพระสัตยาธิษฐานแล้ว จึงตรัสสั่งให้จับเชือกพร้อมกัน ขณะนั้นเป็นการโกลาหลสนุกยิ่งนัก เสนาบดีแลไพร่พลทั้งปวงก็เข้าแย่งชิงชักเชือกเป็นอลหม่าน

      พระศพนั้น ก็บันดาลให้มาเข้าข้างพระเจ้าหงสาวดี จึงได้เป็นประเพณีฝ่ายรามัญสืบกันมา

      หนังสือโบราณคดีมอญ กล่าวไว้ตอนหนึ่ง “อนึ่งศพพระสงฆ์หรือสมภาร มักจะนิยมเผาบนปราสาท เขาทำปราสาทขึ้นยอดหนึ่ง หรือห้ายอดก็มี เมื่อศพไปสู่ปราสาทนั้น แลคนหลายหมู่บ้านเขามาหามศพพร้อมกันมากมาย

      ข้างหนึ่งแย่งไป ข้างหนึ่งแย่งมา

      บางศพทำตะเฆ่ใส่ล้อ ตั้งปราสาทบนตะเฆ่ มีเชือกลากสองสาย สายใดคนมากลากหนักเข้า ตะเฆ่ปราสาทก็เหไปเหมาคล้ายว่าแย่งกัน

      ประเพณีงานศพ ที่มีฉากหน้าแย่งชิงชุลมุนวุ่นวาย ซ่อนฉากหลังความนับถือศรัทธา เมื่อมีการแจกของให้ขอทาน ตลอดไปถึงการฟ้องร้องแย่งชิงมรดก จึงพูดกันเป็นสำนวน “แย่งกันเป็นศพมอญ

      ผมนึกถึง ความสับสนวุ่นวายในสองพรรคการเมืองใหญ่ พรรคฝ่ายค้าน เสียอีก พอคุณทักษิณ แปะป้าย อุ๊งอิ๊งลูกสาว เป็นคำประกาศว่า “ผมมาแน่” ถอดรหัสการเมือง ก็ว่า “เงินมาแน่”

      ทัพของคุณทักษิณก็ดูจะเป็นหนึ่งเดียว แน่นปึ้กขึ้นมาทันที

      ขณะที่พรรครัฐบาล โหมโรงกันว่า “ธรรมนัส” ไปแน่ ถึงเวลา คุณประวิตรก็แบไต๋ หนีบธรรมนัสไว้แน่นเหมือนเดิม ภาพของนายกฯประยุทธ์ก็เปลี่ยนไป จากฝ่ายคุณต่อกลายเป็นท่านรอง

      ถึงขั้นพูดกันว่า ถึงเวลา เขาจะเสนอชื่อเป็นนายกฯเบอร์หนึ่งหรือไม่ ก็ไม่รู้

      ความชุลมุนวุ่นวายที่เคยมี ก็มีต่อไป แต่ความชุลมุนที่ว่า ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เหมือนการแย่งศพมอญ แต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตของการโค่นล้มทางการเมือง ซึ่งไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

      ผมไม่กล้าคิดถึง...สโลแกนคุณทักษิณ ต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ อย่าลืม ธรรมนัสเคยอยู่กับทักษิณมา วัวเคยขาม้าเคยขี่ หากการเมืองพลิกผัน ธรรมนัสย้ายข้าง การแลนด์สไลด์ก็อาจเกิดได้จริงๆ.

      กิเลน ประลองเชิง

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        มอญชาวมอญงานศพมอญสำนวนไทยแย่งกันเป็นศพมอญหนังสือโบราณคดีมอญชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        Trendvg3 logo
        Sonp logo
        inet logo
        วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 01:37 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์