นายกรัฐมนตรี สั่ง คนเดินทางเข้าไทย ต้องมีหนังสือที่รับรอง COE ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยและสุขภาพ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ยกเว้นคนไทย พร้อมให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR 2 ครั้ง
วันที่ 30 ตุลาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่ 20/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 18)
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 ให้ขยาย ระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 และคำสั่งอื่นๆ ของศบค. ที่ประกาศไปก่อนหน้านั้น รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 จึงมีคำสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้
1.1 ให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตามคำสั่ง ศบค. ฉบับที่ 11 และ 12 ต้องมีหนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry-COE) หรือหลักฐานการลงทะเบียนการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศกำหนด
1.2 ให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตามคำสั่ง ศบค. ฉบับที่ 11, 12 และ 13 ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในราชอาณาจักรในวงเงินไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือตามที่ทางราชการกำหนด เว้นแต่กรณีผู้เดินทางที่มีสัญชาติไทยและมีสิทธิในการรักษาพยาบาลตามที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน 2.3 ของข้อ 2 ของคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 13/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 16/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"2.3 ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตาม (12) ของคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 7/2564 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 จำนวน 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 โดยวิธี RT-PCR ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยห้ามเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พักจนกว่าจะมีผลการตรวจยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 และครั้งที่ 2 โดยวิธีใช้ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID - 19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (Antigen Self-test Kit หรือ ATK) ระหว่างวันที่ 6 - 7 ของระยะเวลาที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักร หรือเมื่อมีอาการของโรคระบบทางเดินหายใจ หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19"
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
เป็นอย่างอื่น
สั่ง ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19