“อนุทิน” แสดงความยินดี “อุ๊งอิ๊ง” นั่งที่ปรึกษาเพื่อไทย รวมถึงกรรมการบริหารพรรคใหม่ ชี้ ไม่มองเป็นคู่แข่ง ขอแข่งกับตัวเอง ต่างคนต่างทำเพื่อประชาชน
วันที่ 29 ต.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกอย่างต้องมีพลวัต ต้องมีคลื่นลูกใหม่มาทดแทนคลื่นลูกเก่า ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่พรรคเพื่อไทยปรับเปลี่ยนมาแต่ละคนนั้นต่างก็มีคุณสมบัติที่ดี มีการศึกษาที่ดี จะได้มาทำงานช่วยกันเพื่อบ้านเมือง ส่วนตัวไม่มีปัญหาเพราะมองเป็นบวก
ผู้สื่อข่าวถามว่าถือเป็นคู่แข่งของพรรคภูมิใจไทย ในการเจาะพื้นที่ต่างๆ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ของพรรคภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีถึง 6 คนก็อยู่แล้ว ไม่แข่งกับใครเราก็อยู่ของเราอย่างนี้ ส่วนคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยต้องปรับยุทธศาสตร์ในภาคอีสานอย่างไรเมื่อพรรคเพื่อไทยปรับโครงสร้างเช่นนี้ นายอนุทิน ตอบว่า สำคัญที่สุดคือพรรคจะต้องมีนโยบายที่จะทำให้ประชาชนเชื่อว่าเราเข้าไปดูแลปากท้องเขาได้ ดูแลสารทุกข์สุกดิบของเขาได้ และผู้สมัครเองก็ต้องขยัน เข้าถึงใจประชาชนให้ได้ การเมืองก็อยู่ตรงนี้ คือต้องทำงานให้กับประชาชน ให้ประชาชนมั่นใจ และไม่ว่าอะไรก็ตามก็จบตรงนี้ เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนหรือเปล่า เพราะนั่นคือคำตอบ
อีกทั้ง แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในการปรับโครงสร้าง ตั้งแต่หัวหน้าพรรค รวมไปถึงทุกๆ พรรคทั้งผู้ที่เข้ามาใหม่และดำรงอยู่ก่อน เราก็แสดงความยินดี เพราะทำงานการเมืองด้วยกันคนละบทบาทเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรที่เกลียดชังกันหรือเคียดแค้นกันเป็นการส่วนตัว เพราะทุกคนทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองทั้งนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ทำงานเพื่อประชาชน ฝ่ายค้านก็สามารถตรวจสอบและอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเราต้องรับฟังทุกคำอภิปรายและตอบชี้แจงให้ได้ ต่างคนต่างทำหน้าที่ และมีบ้างที่ต้องดุเดือดกันในสภา ไม่เช่นนั้นก็จะดูเหมือนซูเอี๋ยกัน แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของความเป็นมิตร เป็นคนรู้จักกัน เห็นใครได้ดีเราก็ชื่นชมยินดีปรีดาปราโมทย์ไปด้วย
...
ขณะที่ถึงเวลานี้พรรคภูมิใจไทยมองว่าเพื่อไทยเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสานหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า “ผมไม่มีคู่แข่ง แข่งกับตัวเองเท่านั้น จริงๆ เกิดมาในชีวิตนี้ก็ไม่เคยคิดว่าจะแข่งกับใคร ทำตัวเองให้ดี อยากได้อะไร อยากทำอะไร ก็พยายามทำตัวเองให้สุดความสามารถ ให้มีศักยภาพที่จะไปประสบกับสิ่งนั้นๆ ซึ่งผมเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ไม่ได้มองเลยว่าเป็นการแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น”