นายกฯ ลั่นกลางวงอาเซียนบวกสาม ไทยยึดมั่นความเป็นแกนกลางของอาเซียน

ข่าว

    นายกฯ ลั่นกลางวงอาเซียนบวกสาม ไทยยึดมั่นความเป็นแกนกลางของอาเซียน

    ไทยรัฐออนไลน์

    27 ต.ค. 2564 18:04 น.

    นายกรัฐมนตรี ร่วมวงประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 ขอยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยพร้อมยึดมั่นในความเป็นแกนกลางของอาเซียน

    วันที่ 27 ตุลาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 ผ่านระบบการประชุมทางไกล พร้อมผู้นำจากสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

    ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลียินดีที่อาเซียนบวกสามมีความร่วมมือในการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ซึ่งสาธารณรัฐเกาหลีได้บริจาคเงินในกองทุนอาเซียนอีก 5 ล้านเหรียญสหรัฐ และสนับสนุนการกระจายวัคซีนอย่างเท่าเทียมและครอบคลุม

    ด้านนายกรัฐมนตรีจีนยินดีที่อาเซียนบวกสามมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยได้ลงนาม RCEP สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่ต้องการส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ รักษาพลวัตความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออก

    สำหรับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยินดีที่ได้ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสามเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นกลไกที่สร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งความร่วมมือในการป้องกันโรคโควิด-19 การเสริมสร้างความมั่นคงมนุษย์ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจจากการลงนาม RCEP นอกจากนี้ ญี่ปุ่นหวังว่าสมาชิกอาเซียนบวกสามจะร่วมกันแก้ปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลี เพื่อให้เกิดความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค

    นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบของต่อชีวิตวิถีเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับ “ชีวิตวิถีใหม่” และร่วมกันรับมือกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องด้วยความจำเป็น อย่างไรก็ตาม อาเซียนบวกสามมีจุดแข็งที่การตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวผ่านบททดสอบมาแล้วหลายครั้ง และไทยเชื่อมั่นว่าประเทศสมาชิกจะสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อีกครั้ง

    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอ 4 แนวทาง ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาคมเอเชียตะวันออกที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนี้

    ประการแรก สานต่อให้กรอบอาเซียนบวกสามเป็นกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภูมิภาคในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกความร่วมมือในสาขาต่างๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการรับมือกับประเด็นท้าทายในทุกมิติ ทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไทยพร้อมร่วมจัดทำแผนงานความร่วมมืออาเซียนบวกสามฉบับใหม่ สำหรับปี ค.ศ. 2023-2027 และพิจารณาจัดตั้งกลุ่มวิสัยทัศน์เอเชียตะวันออกรุ่นใหม่ ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศอาเซียนบวกสาม เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาแนวทางในการก้าวสู่ Next Normal ร่วมกันต่อไป

    ประการที่สอง ความร่วมมือจากประเทศบวกสามในการรับมือกับโควิด-19 ที่มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรอบอาเซียนและทวิภาคี เป็นแรงผลักดันสำคัญในการรับมือกับความท้าทายนี้ โดยเฉพาะการสนับสนุนกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 ซึ่งจะนำไปใช้จัดสรรวัคซีนและเวชภัณฑ์ให้แก่ประชาชนในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ผลกระทบของโควิด-19 ย้ำเตือนให้รอบคอบ จึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคตอย่างรอบด้าน ซึ่งประเทศบวกสามสามารถช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในเรื่องนี้แก่ภูมิภาคได้ โดยเฉพาะด้านวัคซีน ยา การวิจัยและพัฒนา การสำรองเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ตลอดจนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพจิตของประชาชนเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งที่ประชุมฯ จะรับรองแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนบวกสามว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขภาพจิตของวัยรุ่นและเด็กร่วมกันในวันนี้ และไทยพร้อมที่จะดำเนินการตามแถลงการณ์ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพจิตของวัยรุ่นและเด็กซึ่งเป็นอนาคตของทุกประเทศ

    ประการที่สาม ความร่วมมือจากกลุ่มประเทศบวกสามจะเป็นการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน บูรณาการทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการผลักดันให้ความตกลง RCEP มีผลบังคับใช้โดยเร็ว และการใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพให้แก่ MSMEs, start-ups และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนการสานต่อข้อริเริ่มการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นต้น ซึ่งนายกรัฐมนตรียังเสนอให้ต่อยอดการพัฒนาความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) ด้วยนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง และพัฒนาโครงการสำรองข้าวอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserves - APTERR) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในขณะเดียวกัน ควรพัฒนากลไกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แสวงหาแนวทางใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ อาทิ การสอดประสานนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมประเทศบวกสามกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG


    ไทยกำลังก้าวสู่ Next Normal ด้วยการพลิกโฉมประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกันก็มุ่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ยั่งยืนจากผลกระทบของโควิด-19 ตลอดจนขับเคลื่อนความพยายามในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามร่วมกัน

    ประการสุดท้าย สันติภาพที่ยั่งยืนเป็นพื้นฐานของความแข็งแกร่งระยะยาว โดยไทยส่งเสริมให้ทุกฝ่ายมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสร้างสรรค์ และยึดมั่นในความเป็นแกนกลางของอาเซียน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเจตนารมณ์และความพร้อมของไทยในการสนับสนุนกระบวนการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และหวังที่จะเห็นพัฒนาการเชิงบวกและความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อนำไปสู่การทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์

    ในช่วงท้าย ในโอกาสที่จะครบรอบ 25 ปี อาเซียนบวกสามในปีหน้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศบวกสามที่เข้มแข็งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างประชาคมเอเชียตะวันออกที่แข็งแกร่ง ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและความไพบูลย์ร่วมกันของภูมิภาค.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ประชุมอาเซียนประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสามประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24แกนกลางอาเซียนประยุทธ์ จันทร์โอชาเกาหลีจีนญี่ปุ่นโควิด-19ข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวการเมืองล่าสุด

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 23:41 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์