เพื่อไทย ห่วง “บิ๊กตู่” ตามอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ทัน คนเดือดร้อนถูกลอบถอนเงิน

ข่าว

    เพื่อไทย ห่วง “บิ๊กตู่” ตามอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ทัน คนเดือดร้อนถูกลอบถอนเงิน

    ไทยรัฐออนไลน์

    22 ต.ค. 2564 12:19 น.

    เพื่อไทย ห่วง “บิ๊กตู่” ตามอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ทัน ประชาชนเดือดร้อนจากการถูกลอบถอนเงิน ชี้ เคยเตือนแล้วสมัย "พร้อมเพย์" แนะ "ดีอีเอส" ควรให้ความสำคัญเรื่องนี้มากกว่าจับแต่เฟกนิวส์

    วันที่ 22 ต.ค. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร อดีตรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีอาชญากรรมทางไซเบอร์ มีการดูดเงินจากบัญชีธนาคารบัตรเครดิต และบัตรเดบิตของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เสียหายแล้วเป็นผู้ถือบัตรเครดิต 5,700 ราย คนถือบัตรเดบิต 4,800 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 130 ล้านบาท เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก และเชื่อว่าจะมีอาชญากรรมทางไซเบอร์ในลักษณะต่างๆ เกิดขึ้นอีก เหมือนในต่างประเทศ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ และรัฐบาลจะต้องตามให้ทัน และมีมาตรการปกป้องคุ้มครองประชาชนไม่ให้เป็นเหยื่ออาชญากรรมทางไซเบอร์นี้ ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายนกระทรวงสาธารณสุขออกยอมรับเองว่ามีการแฮกข้อมูล โดยมีข่าวว่าเป็นข้อมูลของประชาชนกว่า 16 ล้านราย และ มีเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลถูกแฮกเพื่อเรียกค่าไถ่หลายแห่ง ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าประเทศไทยมีความอ่อนแอในการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์นี้ และอาจจะเป็นเป้าหมายมากขึ้นในอนาคตถ้าหากไม่สามารถป้องกัน และสร้างความเข้มแข็งเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์นี้

    นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า หากจำกันได้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยได้เตือนปัญหาของอาชญากรรมทางไซเบอร์นี้ตั้งแต่สมัยที่รัฐบาลเริ่มดำเนินการโครงการพร้อมเพย์ โดยพยายามจะให้ประชาชนทุกคนเข้าไปใช้ระบบพร้อมเพย์นี้ และได้เตือนรัฐบาลว่าเป็นห่วงว่าหากไม่มีระบบการป้องกันที่ดีพอ อาชญากรรมทางไซเบอร์จะมีเพิ่มขึ้นอีกมาก

    จากข้อมูลที่ได้รับทราบว่าการดูดเงินเกิดมาจากการซื้อขายออนไลน์ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเข้าตรวจสอบและถือโอกาสนี้ในการเก็บข้อมูลและรักษาข้อมูลการค้าออนไลน์ทั้งหมด ทั้งนี่เพื่อป้องกันอาชญากรรม อีกทั้งจะเป็นประโยชน์ในการเก็บข้อมูลในบิ๊กดาต้าของรัฐในการวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ในอนาคต และยังจะเป็นประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีด้วย

    ทั้งนี้ อาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งนี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยให้รัฐบาลไทยตื่นตัว เพราะนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเชื่อว่าจะมีมากกว่านี้ในอนาคต โดยในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วแม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิล นายซุนดาร์ พิชัย ยังเพิ่งออกมาเตือนรัฐบาลสหรัฐฯถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่จะมีมากขึ้น และให้รัฐบาลสหรัฐเตรียมตัวให้พร้อม

    ดังนั้น กระทรวงดีอีเอส จะต้องตื่นตัวและเร่งรับมือกับปัญหานี้โดยด่วน ไม่ใช่คิดแค่เรื่องจับเฟกนิวส์ ซึ่งหลายครั้งดูเหมือนกลายเป็นรัฐบาลที่ออกข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และทำให้ดูเหมือนเป็นผู้ให้เฟกนิวส์เสียเอง หรือการไล่ปิดเว็บ เพียงแค่นั้น คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย จึงอยากขอเสนอให้รัฐบาลร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะกับ คณะกรรมร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคาร เพื่อร่วมมือกันจัดเตรียมระบบป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยรัฐบาล ธนาคาร และเอกชน อาจจะร่วมมือกัน โดยรัฐบาลและธนาคารออกทุน โดยใช้ข้อมูลจากภาคเอกชนและประชาชนที่เคยได้รับผลกระทบ เพื่อให้ได้ระบบการป้องกันที่ดีสุด ซึ่งในปัจจุบัน ทั้งบุคลากรและเงินทุน ไม่เพียงพอในการบริหารงานส่วนนี้ เหมือนรัฐบาลไม่เข้าใจและไม่ให้ความสนใจในส่วนนี้มากนัก

    "การเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วจะมีทั้งประโยชน์และมีทั้งโทษ และอาชญากรรมที่จะตามมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือกับปัญหา โดยจะต้องคิดล่วงหน้าหน้า และหาทางป้องกันและปราบปรามเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างมากได้ ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ ขาดความรู้และตามไม่ทัน ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจจะมากเกินรับมือก็เป็นได้" นายกฤษฎา กล่าว...

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เพื่อไทยอาชญากรรมไซเบอร์ประยุทธ์ จันทร์โอชากฤษฎา ตันเทอดทิตย์ส.ส.หนองคาย เพื่อไทยพร้อมเพย์อีดีเอสกมธ.ดีอีเอสแฮกข้อมูลข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 18:26 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์