ก้าวไกลชนเพื่อไทย ชิงสนามอีสาน ให้วัดกันที่นโยบาย

ข่าว

    ก้าวไกลชนเพื่อไทย ชิงสนามอีสาน ให้วัดกันที่นโยบาย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    17 ต.ค. 2564 05:25 น.

    “พิธา” ยกทัพก้าวไกลบุกขอนแก่นประกาศกุมเสียง คนอีสาน พร้อม ดวลเพื่อไทย ฝันสักวันค่ายสีส้มต้องยิ่งใหญ่ เหน็บหัวหน้ารัฐประหารปล่อยข่าวลวงไม่ยุบสภา 28 ต.ค. เพื่อไทยไลฟ์วิสัยทัศน์ปลุกคนไทย ทวงชีวิตใหม่ “สมคิด” โต้ “ศรัณย์วุฒิ” มโนไปเอง พท.ไร้ปิศาจห้องแอร์ แจงโดนขับเพราะไม่ยอมเข้าแก้ต่าง “ธรรมนัส” ควง “นฤมล” ปูพรม กทม.ส่งซิกดัน “บิ๊กแป๊ะ” ชิงผู้ว่าฯ ปชป.ขยับเตรียมทวงคืนแชมป์ กทม. ขณะที่ ผบ.ทบ.เซ็นตั้งผู้พัน โยก “ทส.บิ๊กตู่” จ่อขึ้นผู้การกรม

    ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลัง 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พากันลงพื้นที่ถี่ขึ้น ล่าสุดพรรคก้าวไกล ยกพลไปประชุมใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศชนคู่แข่งชิง ส.ส.อีสาน เตือนกลายๆ ไม่ให้เชื่อคำยืนยันไม่มียุบสภาจากปากหัวหน้ารัฐประหาร

    ก้าวไกลประชุมใหญ่ไร้เงางูเห่า

    เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ศูนย์ประชุม และแสดงสินค้านานาชาติ (KICE) จ.ขอนแก่น พรรคก้าวไกลจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2564 มีกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนประจำจังหวัดบางส่วน สมาชิกพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ประมาณ 500 คน เข้าร่วม ก่อนเริ่มประชุมมีการตรวจคัดกรองผู้ร่วมประชุมแบบ ATK ที่บริเวณลานด้านหน้าทางเข้าอาคาร โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีฯ รอบนี้ไม่ปรากฏว่า ส.ส.ที่มีข่าวลือย้ายออกจากพรรค เช่น นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. รวมถึง ส.ส.ที่แสดงตัวชัดเจนว่าย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้ว อาทิ นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี และนายทศพร ทองสิริ ส.ส.กทม.กลุ่มของ “นายห้าง ว.” นายวินท์ สุธีรชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ลาออกไปตั้งพรรครวมไทยยูไนเต็ด ก็ไม่เข้าร่วมประชุม

    “พิธา” เกทับค่ายส้มชนะใจอีสาน

    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า ชาวนากำลังลำบาก ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทั้งยังเผชิญภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก แต่พื้นที่อีสานยังคงแล้งเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับอีสานมานาน ตนอยากจะมาอยู่ใกล้ๆมาเห็นกับตาเพื่อนำข้อมูลไปจัดทำนโยบายในการเลือกตั้ง และนำปัญหาเข้าสู่สภาฯ ทั้งนี้ หากแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน เรื่องน้ำ ให้คนอีสานได้ เชื่อว่าจะสามารถชนะใจคนอีสานได้ 116 เขตที่อยู่ในภาคอีสานตนตั้งใจจะไปให้ครบทุกเขต ตั้งใจมาขอนแก่น เขต 1 เพื่อทวงคืน ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่เคยทำไว้มาให้พรรคก้าวไกล เพื่อทำงานในอีสานระยะยาว และตรงไปตรงมาเช่นเดิม ในใจคาดหวังทุกเขต ทุกจังหวัดในภาคอีสาน และไม่หนักใจที่จะสู้กับพรรคเพื่อไทยในระบอบประชาธิปไตย หากมีนโยบายที่โดนใจ ใครแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้ดี แข่งขันกันในเชิงนโยบายประชาชนได้ประโยชน์

    หวั่นคนให้ข่าวลวงไม่ยุบสภา

    เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ย้ำว่าไม่มีการยุบสภา แต่กลับเห็นสัญญาณการลงพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นายพิธาตอบว่า คนเราเวลาอะไรที่ทิ่มแทงใจก็จะพูดออกมา อาจเป็นข่าวลวง หรือตั้งใจที่จะส่งสัญญาณตรงกันข้ามคนนี้ไม่ใช่หรือที่บอกว่าจะไม่ทำรัฐประหารใครจะพูดว่าอะไรพรรคไหนจะทำอะไรเป็นเรื่องของเขา แต่พรรคก้าวไกลต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกเวลา ทุกมิติ ทุกสนาม ทั้งเรื่องระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่ว่าระบบไหนก็ต้องพร้อมสู้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจสักวันหนึ่งเราต้องเป็นพรรคขนาดใหญ่ วันนี้เราอาจจะเป็นพรรคขนาดกลาง แต่เรามีความฝันว่า สักวันหนึ่งจะเป็นพรรคขนาดใหญ่ ดังนั้น กติกาไหนที่คิดว่าจะได้ประโยชน์กับเขาในตอนนั้นอาจจะเป็นประโยชน์กับเราก็ได้

    ชู “พิธา” เป็นนายกฯมองคนเป็นคน

    ต่อมาเวลา 14.00 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวในที่ประชุมว่า พรรคก้าวไกลมองคนเป็นคน มองประเทศเป็นประชาชน สวัสดิการเป็นหน้าที่ของรัฐ เป็นสิทธิที่ทุกคนต้องได้รับ เชื่อในศักยภาพของคนทุกคน เชื่อหรือไม่ว่าประชาชนจะดีกว่านี้ ถ้านายกรัฐมนตรีชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลังจากพูดจบนายวิโรจน์ ได้นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานบางส่วน ประกอบด้วย นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ขอนแก่น นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 มหาสารคาม และนางอรนุช ผลภิญโญ ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ ขึ้นเวทีเปิดตัว

    กร้าวขอสู้ช้าง–เสือถ่วงเจริญ

    นายพิธาขึ้นปราศรัยต่อสมาชิกพรรคว่า สัญญาว่าจะเว้าอีสานให้ได้เพราะเป็นหนี้บุญคุณคนอีสาน ก้าวไกลสัญจรช่วงปิดสภาฯ เดินทางกว่า 3,000 กิโลเมตร จากเหนือสุดจนใต้สุด ไม่เคยเจอไตรวิกฤติอย่างนี้ คือเศรษฐกิจโควิด-19 และภัยพิบัติ เหนื่อยใจกับการบริหารวิกฤติโควิดของรัฐบาล เกษตรกรช้ำใจกับภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ประเทศไทยต้องคำสาปห้ามพัฒนา เราต้องมียูนิคอร์นเหมือนประเทศอื่นมี นำเทคโนโลยีมาใส่ พรรคเรารู้ว่าจะสร้างยูนิคอร์นอย่างไร ทั้งนี้มีสัตว์อีก 2 ตัว คือ ช้างและเสือที่ห้ามไม่ให้ประเทศพัฒนา เราต้องชนกับช้างที่เป็นรัฐราชการรวมศูนย์อ้วนอุ้ยอ้ายเขียนนโยบายอยู่ในห้องแอร์ และสู้กับเสือนอนกิน ระบอบปรสิตนายทุนผูกขาด และนักการเมืองท้องถิ่นที่กัดกินประเทศ จะชนะได้ทุกคนต้องมีทัศนคติเหมือนราชสีห์ ไม่ใหญ่เท่ากับช้างไม่เร็วเท่าเสือไม่ฉลาดเท่าลิง แต่มีความสุภาพเข้มแข็งอยู่ในใจประชาชน ไม่ใช่อยู่บนหัวประชาชน เราเป็นพรรคมวลชนที่สมาชิกขับเคลื่อนมาไกลแล้ว แพ้กี่ครั้งไม่เป็นไรชนะครั้งเดียวพอ แล้วประเทศไทยจะเปลี่ยนไป

    ขอนแก่นพอกันทีหนุนพรรคตีงู

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านั้น ตัวแทนกลุ่มขอนแก่นพอกันทีและภาคีนักเรียน KKC ได้นำกระเช้าตะกร้าผลส้ม และงูยาง มามอบให้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้พรรคแก้ปัญหางูเห่า โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ขอโทษชาวขอนแก่นที่มีงูเห่าเกิดขึ้นในพรรค ต่อไปพรรคจะคัดกรองผู้สมัครให้ดีขึ้น

    28 ต.ค.พท.ไลฟ์ทวงชีวิตคนไทย

    ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันที่ 28 ต.ค. พรรคเพื่อไทย จะจัดการประชุมใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น ภายใต้หัวข้อ “พรุ่งนี้ เพื่อไทยเพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน เพื่อทวงคืนคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าวันนี้กลับคืนสู่คนไทย” โดยรูปแบบการประชุมจะเป็นมิติใหม่ของพรรคการ เมือง ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้พบกับการแสดงวิสัยทัศน์ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อปลุกความหวัง โดยจะถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กของพรรคให้ประชาชนร่วมติดตาม

    เฉ่ง “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ฟังแต่เสียงเชียร์

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จ.อุบลราชธานีเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ว่า ก็ไปทำงานของท่านตามหน้าที่ ส่วนใหญ่มีการจัดตั้งกองเชียร์มาคอยให้กำลังใจ คนเห็นต่างถูกกีดกันอยู่ข้างนอกโดยเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าใกล้นายกฯเหมือนทุกที่ที่ลงไป มองว่าการลงพื้นที่แบบนี้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเพราะไม่ได้รับฟังปัญหาที่แท้จริง เพียงแต่มารับยาหอมจากคนที่จัดตั้งมา แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์อะไร ดังนั้น ขอเรียกร้องว่า ถ้าอยากให้การลงพื้นที่แต่ละครั้งมีประโยชน์ ให้นายกฯรับฟังปัญหาที่แท้จริงจากชาวบ้าน ทั้งที่สนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มที่เห็นต่างกับรัฐบาลโดยไม่มีการกีดกันจากราชการ

    โต้ “ศรัณย์วุฒิ” มโนปีศาจห้องแอร์

    นายสมคิดกล่าวกรณีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ แถลงโจมตีคนในพรรคเพื่อไทย ที่มีส่วนกดดันให้ตัวเองถูกขับออกจากพรรคว่า เป็นการระบายความรู้สึกของนายศรัณย์วุฒิต่อสื่อ แต่ข้อเท็จจริงพรรคเพื่อไทยให้โอกาสนายศรัณย์วุฒิ เข้าชี้แจงแล้วแต่ก็ไม่มาชี้แจงถึง 2 ครั้ง ส่วนที่ไปกล่าวหาว่ามีอสุรกายปีศาจในห้องแอร์นั้นเป็นความเข้าใจผิดของนายศรัณย์วุฒิเอง พรรคเพื่อไทยไม่มีใครเป็นปีศาจ มีแต่กรรมการที่ช่วยทำงานให้พรรค ยืนยันไม่มีการสั่งการจากผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียวแต่รับฟังความคิดเห็นจาก ส.ส.ในเรื่องต่างๆ ที่นาย ศรัณย์วุฒิพูดออกมาคงเป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัว ส่วนที่ระบุว่าข้อมูลที่ให้กับพรรคหลุดไปให้ฝ่ายตรงข้ามเพื่อหาผลประโยชน์ทางการเมืองหวังร่วมรัฐบาลนั้นเป็นไปไม่ได้ พรรคเพื่อไทยไม่มีทางร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน

    “โจ้” ไล่ไปหาพรรคใหม่ให้ได้ก่อน

    นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีปีศาจห้องแอร์ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่อยู่กันมานาน มี ส.ส.มากที่สุด มีความเป็นประชาธิปไตย นายศรัณย์วุฒิอยู่พรรคเพื่อไทย ได้รับสิทธิเป็นกรรมาธิการงบประมาณ 3 ปีติดต่อกันถือว่าเป็นสิทธิพิเศษ ทำไมไม่พูดในส่วนนี้บ้าง ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่มีการกดขี่ อยู่กันอย่างมีความสุข ดังนั้น นายศรัณย์วุฒิไม่ต้องมาเป็นห่วงพรรคเพื่อไทย ให้ไปหาพรรคการเมืองใหม่ให้ได้ใน 30 วันก่อนจะดีกว่า

    “ธรรมนัส” นำทีมปูพรมลุย กทม.

    ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อม น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภรรยา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พปชร. น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.ลงพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางซื่อ เขตดุสิต เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง มอบถุงยังชีพในชุมชนวัดบางโพ ชุมชนราชทรัพย์ ก่อนไปสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระพี่นางเธอสุพรรณกัลยา สมเด็จพระเอกาทศรถ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของชาวชุมชนบางโพ ที่วัดบางโพ และไปให้กำลังใจมอบถุงยังชีพแก่ชาวชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม เชิงสะพานซังฮี้ เขตดุสิต เดินดูสภาพพื้นที่และรับฟังปัญหาความเดือดร้อน นางนฤมลกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค กำชับให้ ส.ส.ดูแลประชาชนในทุกมิติ ให้เลขาธิการพรรคลงพื้นที่ต่อเนื่อง และจะลงพื้นที่ กทม.ให้ครบ 30 เขต

    เล็งช่องช่วย “บิ๊กแป๊ะ” ชิงผู้ว่าฯ

    ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกมองว่าลงพื้นที่เพื่อเตรียมการเลือกตั้งว่า ขอให้แยกการเมืองกับการบ้าน วันนี้มาทำการบ้านเพื่อบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชน การบ้านเหล่านี้ในอนาคตจะผลิตเป็นนโยบายที่ดีเข้าสู่ระบบการเมือง ตอบโจทย์ประชาชนและประเทศชาติ เมื่อถามว่ามี ส.ส.กทม.พปชร.บางคนลงพื้นที่เป็นทีมงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ด้วย ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า การเมืองในระดับท้องถิ่น เป็นรากเหง้าการเมืองระดับชาติ ส.ส.ทุกคนต้องมีนักการเมืองท้องถิ่นเป็นของตนเอง แต่เราจะสนับสนุนในรูปแบบใดที่ไม่ผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ต้องศึกษากัน

    ปัดตั้งป้อมจัดก้าวไกลเป็นศัตรู

    เมื่อถามถึงกรณีมีกลุ่มต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า พูดเสมอว่าหากเข้าสู่เวทีการเมืองต้องยอมรับความคิดเห็นต่าง และนำสิ่งนั้นมาแก้ไข เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ พื้นที่ จ.ขอนแก่น พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร อย่าไปมองคนที่เห็นต่างเป็นศัตรู ต้องนำความคิดเห็นของผู้เห็นต่างมาศึกษาและแก้ไข เมื่อถามว่า ทำไมบอกให้สมาชิกพรรคสามัคคีกันไม่เช่นนั้นจะแพ้พรรคก้าวไกล ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เพียงเปรียบเปรยเฉยๆ ไม่ได้มองพรรคก้าวไกล และพรรคการเมืองอื่นเป็นศัตรู แต่ลงสนามเลือกตั้งคือออกสนามรบ ทำอย่างไรให้ชนะใจชาวบ้าน ยืนยัน ส.ส.ในพรรคร้อยละ 90 รักกัน มีหัวหน้าพรรคเป็นคน “ใจถึง พึ่งได้”

    ยันเข้า พปชร.ไม่ซ่อนเงื่อน

    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายก รัฐมนตรี และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงการสมัครเป็นสมาชิก พปชร.ว่า ไม่เคยคาดคิดว่าการสมัครเข้าเป็นสมาชิก พปชร.จะถูกวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ ตีความ โยงกันจนวุ่นวายสับสน ไม่มีการเสนอเงื่อนไขใดๆในการเข้าเป็นสมาชิกพรรค เป็นการสมัครธรรมดาๆไม่ลึกลับซ่อนเงื่อน พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรมานานมากตั้งแต่ปี 63 ถึงความตั้งใจที่จะสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งเป็นหลักให้บ้านเมือง จึงเรียนท่านว่าเมื่องานเบาลงจะมาช่วย เดือน เม.ย.64 กรอกใบสมัครแต่เกิดโควิด ที่ทำการพรรคปิด และการประชุมใหญ่พรรคยกเลิกไป จนกลางเดือน ก.ย.64 ให้เจ้าหน้าที่สอบถามจึงได้นัดต้นเดือน ต.ค.64 นำใบสมัครไปยื่นให้ พล.อ.ประวิตร ลงนามรับรองให้แล้วก็แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเป็นดุลพินิจและเป็นอำนาจของท่านเองทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงไม่มีอะไรแอบแฝง

    ปชป.ขยับทวงคืนแชมป์ กทม.

    ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม.ว่า วันที่ 16 ต.ค.จะเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการรวมพลังขับเคลื่อนกรุงเทพฯเตรียมการเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม. ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขระบบเลือกตั้งนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าได้จำนวน ส.ส.เท่าไหร่ เพราะหลังการเลือกตั้งคิดว่ายังมีหลายปัจจัย และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา

    โยก 337 ผู้พัน ทส.นายกฯจ่อผู้การฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบกแต่งตั้งนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน หรือโผผู้พัน จำนวน 337 นาย ทั่วประเทศ ที่น่าสนใจเป็นปรับย้ายในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ถิ่นเก่าบูรพาพยัคฆ์ของบิ๊ก 3 ป.ที่ผู้บังคับกองพันหลักหลายคนสลับออกไปอยู่ฝ่ายอำนวยการเปลี่ยนคนใหม่เข้ามาแทน อาทิ พ.ท.ศันสนะ จักรพันธ์ ณ อยุธยาจาก ผบ.ร.21 พัน.1 รอ.ไปเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน พล.ร.2 รอ. พ.ท.ฉัตรชัย โมกขเวส เป็น ผบ.ร.21 พัน. 1 รอ. พ.อ.สุวิทย์ วิจิตรกาญจน์ เป็นหัวหน้ากองยุทธการ มทบ. 12 (หก. กยก.) พ.อ.คมสันต์ พิมพรัตน์ เป็น ผบ.ร.12 พัน.3 รอ. พ.ท.ปองพล วิจิตรกาญจน์ เป็น ผบ.ร.2 พัน.2 รอ. ทั้งนี้ กองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11)หรือ “กรมสไตรเกอร์” มีชื่อของ “ผู้พันโอม” พ.อ.อัครพัฒน์ เทพณรงค์ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ย้ายจากรองเสธ.พล.ร.11 เป็นรอง ผบ.ร.112 เพื่อจ่อเป็นผู้การกรมฯในอนาคต

    จับเพิ่มทุบรถเผาป้อม จร.ปาระเบิด

    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น. กล่าวว่า จากการปฏิบัติการแก้ไขปัญหากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในวันที่ 15 ต.ค.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุความวุ่นวาย กลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มทะลุแก๊สไม่พบมวลชนในพื้นที่ดินแดงผลการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด 5 คดี ผู้ต้องหา 4 คน มีคดีที่สำคัญ คือ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย ก่อเหตุทุบรถ 191 และเผาตู้จราจรแยกพญาไท เมื่อวันที่ 29 ก.ย.และปาระเบิดเพลิงหน้า สน.พญาไทในวันที่ 1 ต.ค.ส่วนของสถานการณ์พื้นที่รอบแฟลตดินแดงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้การดำเนินการทางกฎหมายตั้งแต่เดือน ก.ค.63 ถึงปัจจุบัน มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในพื้นที่ กทม. 683 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องแล้ว 317 คดี ที่เหลืออยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

    ม็อบขอนแก่นจวก “บิ๊กป้อม”

    นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น และแกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที เผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตาบอดที่ไม่เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาต้อนรับปะทะกับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 14 ต.ค. โดยเฉพาะที่ ต.ท่าพระ พล.อ.ประวิตรอยู่ห่างไม่ถึง 50 เมตร กลุ่มพยายามเข้าไปพบไปต้อนรับ มอบของฝาก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้า ที่ระบุว่าไม่รู้ ไม่รู้ ถือว่าตาบอดชัดเจน เหตุการณ์ปะทะทั้ง 3 จุด ตำรวจใช้ความรุนแรงชัดเจน ผู้ชุมนุมแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยและสิทธิที่ทำได้ ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 4 คน ได้ตรวจร่างกายเตรียมแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้แจ้งความเอาผิด พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.4 ที่ควบคุมและสั่งการระหว่างเกิดเหตุตามมาตรา 157 แล้ว และตำรวจได้แจ้งข้อหานายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ หรือไนซ์ ดาวดิน ขัดขวางการทำงานและประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานอีก 2 ข้อหา

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์พรรคเพื่อไทยส.ส.อีสานพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่ข่าวหน้า1

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 09:53 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์