โฆษก บช.น. เผยตำรวจรวบตัวเยาวชนชายอายุ 13 ปี พกทั้งปืนสั้นและมีดพร้า ขณะเดินอยู่ริมถนนราชดำเนินกลางเพื่อมาร่วมงานรำลึก “14 ตุลา 16” ที่อนุสรณ์สถานฯ นอกนั้นมีเหตุประปรายหลายจุดหลังงานเลิกทั้งที่หน้า สน.ดินแดง ซอยรางน้ำ ซอยหมอเหล็ง ขณะที่กลุ่มราษฎรประกาศเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับนัดหมายครั้งสำคัญในวันที่ 31 ต.ค. ตอกย้ำข้อเรียกร้อง “ประยุทธ์ต้องออก-ร่าง รธน.ใหม่-ปฏิรูปสถาบัน”
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 ต.ค. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยถึงการ ชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า กลุ่มมูลนิธิ 14 ตุลา กลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร จัดกิจกรรมบริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด ในส่วนของกลุ่มพรรคป๋วยก้าวหน้าและกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ไม่พบการจัดกิจกรรม ส่วนกลุ่มก่อความไม่สงบนั้น ช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. มีมวลชนประมาณ 50 คน ขี่รถ จยย.มารวมกลุ่มบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อเหตุปาประทัด ยักษ์และวัตถุคล้ายระเบิดทำให้รถตู้ตำรวจเสียหายที่หลังคา 1 คัน กระทั่งเวลา 15.50 น. ตำรวจได้เข้า กระชับพื้นที่ กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงแยกย้ายหลบหนี ต่อมา ในเวลา 17.15 น. กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกลับมารวมตัว อีกครั้งที่แยกคอกวัว เพื่อสมทบกับกลุ่มทะลุฟ้า จากนั้น แยกย้ายไปในเวลา 19.50 น. ก่อนไปก่อเหตุปาประทัด ยักษ์ ระเบิดปิงปองและพลุไฟที่ซอยรางน้ำ แยกประชาสงเคราะห์ ซอยหมอเหล็ง และหน้า สน.ดินแดง ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อ พิสูจน์ทราบและตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวข้องการชุมนุม 1 คนนั้น เป็นเยาวชนชายอายุ 13 ปี ลักลอบพกปืนสั้นและมีดพร้าเข้ามา ที่ถนนราชดำเนินกลาง เพื่อเดินทางไปร่วมชุมนุมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ส่วนของสถานการณ์พื้นที่ รอบแฟลตดินแดงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่าง เข้มงวด ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมายตั้งแต่เดือน ก.ค. ถึงปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในพื้นที่ กทม.รวม 680 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว 317 คดี มีคดีอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน 363 คดี ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตที่มีการ ชุมนุม รวมทั้งประชาชนทั่วไปพยายามหลีกเลี่ยงการ ชุมนุม หากพบเบาะแสหรือเหตุต้องสงสัยใดๆสามารถแจ้งกับตำรวจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“ส่วนคดีหมู่เดวิด-ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน สังกัด กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. ถูกยิงที่ศีรษะขณะปฏิบัติ หน้าที่นั้น อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบพยานหลักฐานเพื่อ ขอศาลออกหมายจับ โดยผู้บังคับบัญชาได้เร่งรัดคดี ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการกำชับให้ตำรวจ บช.สอท.และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมแอดมินเพจที่มีพฤติกรรมชักชวนให้เข้าร่วมชุมนุมแล้ว” พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าว
วันเดียวกัน กลุ่มราษฎรที่ประกอบไปด้วยองค์กรเครือข่ายนักศึกษา-ประชาชน อาทิ เยาวชนปลดแอก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กลุ่มมวลชนอาสา หรือ wevo กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ฯลฯ เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก “ราษฎร” เรื่องครบรอบ 1 ปี การเคลื่อนไหว ของคณะราษฎร 2563 ใจความสำคัญสรุปว่า “14 ต.ค.64 นอกจากจะเป็นวันครบรอบ 48 ปี วันมหาวิปโยค 14 ตุลา 16 แล้ว ยังเป็นวันครบรอบ 1 ปี การ ชุมนุมใหญ่ของคณะราษฎรที่ราษฎรนับแสนชีวิตได้ร่วมเคลื่อนพลจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยัง ทำเนียบรัฐบาล อย่างสันติปราศจากอาวุธ แต่สิ่งที่ ได้รับคือ การใช้กำลังจับกุมและสลายการชุมนุมในช่วงเช้ามืดวันที่ 15 ต.ค.
หลังจากวันนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยกระดับความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุม ทั้งยกระดับ ความรุนแรงด้านกฎหมาย ทำให้หลายคนถูกคุมขังและไม่ได้สิทธิประกันตัว แม้รูปแบบการเคลื่อนไหวในปัจจุบันเปลี่ยนไป แต่ข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรยังคงยืนยันดังเดิม คือ 1.ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ปฏิรูปสถาบัน ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของราษฎรยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้อง ขอให้พี่น้องราษฎรร่วมเดินทาง กับเราต่อและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับนัดหมาย ครั้งสำคัญ ในวันที่ 31 ตุลานี้”
สำหรับการนัดชุมนุมครั้งนี้ กลุ่มราษฎรปักหมุด ตรงกับวันครบรอบ 15 ปี ของการจบชีวิต “ลุงนวมทอง” นายนวมทอง ไพรวัลย์ อดีตโชเฟอร์แท็กซี่เคยสร้างวีรกรรมขับแท็กซี่พุ่งชนรถถัง ขณะที่ คมช.ก่อรัฐประหาร รัฐบาลอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 49 จากนั้น 1 เดือน ลุงนวมทองตัดสินใจแขวนคอตายในวันที่ 31 ต.ค.49 ที่สะพานลอยคนข้าม หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการ รัฐประหารในครั้งนั้น มีจดหมายที่ลุงนวมทองเขียนด้วยตัวเองทิ้งเป็นหลักฐาน ขณะนี้มีกลุ่มประชาชนและนักวิชาการอยู่ระหว่างร่วมกันเตรียมจัดตั้งโครงการ “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย” รวมทั้งมีการตามหารถแท็กซี่คันประวัติศาสตร์ที่ลุงนวมทองขับไปชนรถถัง ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเมื่อวันที่ 30 ก.ย.49 เพื่อนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ดังกล่าว