สรุปมาตรการดีเดย์ 16 ต.ค. ก่อนเปิดประเทศ ย้อนคำแถลงนายกฯ ฉีดวัคซีนไม่ถึงเป้า

ข่าว

    สรุปมาตรการดีเดย์ 16 ต.ค. ก่อนเปิดประเทศ ย้อนคำแถลงนายกฯ ฉีดวัคซีนไม่ถึงเป้า

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ต.ค. 2564 06:00 น.

    • ศบค. เคาะมาตรการครึ่งเดือนหลังของ ต.ค. ก่อนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัว 1 พ.ย.
    • ยอดผู้ติดเชื้อยังหลักหมื่น แต่ต้องเดินหน้าขับเคลื่อนฟื้นเศรษฐกิจ พร้อมตั้งรับหากกลับมาระบาด
    • ย้อนคำแถลงการณ์ “บิ๊กตู่” ต้น ต.ค. ฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก 50 ล้านโดส แต่กลับได้ไม่ถึงเป้า 

    หลังการผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 ได้ผ่านพ้น 14 วันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าจะผ่อนคลายมาตรการและมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไร อีกทั้งเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี “บิ๊กตู่” ก็ออกแถลงการณ์ไปทั่วประเทศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ให้คำมั่นสัญญาถึงเป้าหมายใหม่ในการเปิดประเทศ ว่า

    เตรียมพร้อมปูทาง ลั่นวาจา “1 พ.ย.นี้ เปิดประเทศ”

    ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป “ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว” สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศ โดยมาจากประเทศที่ไทยกำหนดว่าเป็นประเทศความเสี่ยงต่ำเบื้องต้น 10 ประเทศ ภายใต้เงื่อนไขคือ เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยทุกคนต้องแสดงตัวว่าปลอดเชื้อโควิด-19 ต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ตรวจก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง และตรวจหาอีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงไทย หากไม่พบเชื้อสามารถเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับที่คนไทยปกติทั่วไปสามารถทำได้ และตั้งเป้าเพิ่มจํานวนประเทศให้มากขึ้นภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2564 และภายในวันที่ 1 ม.ค. 2565 จะเพิ่มจำนวนประเทศให้มากขึ้นอย่างกว้างขวาง ส่วนผู้มาจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศความเสี่ยง ยังให้การต้อนรับเข้าประเทศไทย แต่จําเป็นต้องมีการกักตัวตามเงื่อนไขและข้อกำหนด

    เมื่อเริ่มต้นการผ่อนคลายต่างๆ จะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นการชั่วคราว ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินดูว่าจะรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร โดยต้องไม่ปล่อยให้เสียโอกาสในช่วงเวลาทองของการทำมาหากินไปอีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และใน 2-3 เดือน หรือ 4 เดือนข้างหน้า อาจมีสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายมากๆ เกิดขึ้นอีก จึงต้องจัดมาตรการที่เหมาะสมและพอเหมาะพอดี คุมสถานการณ์เอาไว้ให้ได้

    พล.อ.ประยุทธ์ แถลงเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2564
    พล.อ.ประยุทธ์ แถลงเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2564

    อีกประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจคือ ภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2564 จะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ จะอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานบันเทิงเปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว การพักผ่อนและบันเทิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่กําลังจะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2565 นั่นเอง

    ต่อมาวันที่ 14 ต.ค. หลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่เสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง พร้อมรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และตัวแทนภาคเอกชน มายืนเรียงแถวออกโทรทัศน์ด้วย ใช้เวลาแถลงไม่นานย้ำถึงเป้าหมายการเปิดประเทศในเดือน พ.ย. สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา และการผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมในลำดับต่อไป

    ปรับระดับสีจังหวัดทั่วประเทศ-ลดเวลาเคอร์ฟิว

    จากนั้น นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้มาแถลงข่าวถึงผลการประชุมในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป เริ่มจากปรับระดับสีพื้นที่ทั่วประเทศ

    พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 23 จังหวัด (เดิม 29 จังหวัด)

    • กรุงเทพมหานคร
    • จังหวัดกาญจนบุรี
    • จังหวัดจันทบุรี
    • จังหวัดชลบุรี
    • จังหวัดฉะเชิงเทรา
    • จังหวัดตาก
    • จังหวัดนครปฐม
    • จังหวัดนครนายก
    • จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • จังหวัดนราธิวาส
    • จังหวัดนนทบุรี
    • จังหวัดปทุมธานี
    • จังหวัดปราจีนบุรี
    • จังหวัดปัตตานี
    • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • จังหวัดยะลา
    • จังหวัดระยอง
    • จังหวัดราชบุรี
    • จังหวัดสงขลา
    • จังหวัดสมุทรปราการ
    • จังหวัดสมุทรสงคราม
    • จังหวัดสมุทรสาคร
    • จังหวัดสระบุรี


    พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 30 จังหวัด (เดิม 37 จังหวัด)

    • จังหวัดกาฬสินธุ์
    • จังหวัดขอนแก่น
    • จังหวัดชัยนาท
    • จังหวัดชัยภูมิ
    • จังหวัดชุมพร
    • จังหวัดเชียงราย
    • จังหวัดเชียงใหม่
    • จังหวัดตรัง
    • จังหวัดตราด
    • จังหวัดนครราชสีมา
    • จังหวัดนครสวรรค์
    • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    • จังหวัดพัทลุง
    • จังหวัดพิจิตร
    • จังหวัดพิษณุโลก
    • จังหวัดเพชรบุรี
    • จังหวัดมหาสารคาม
    • จังหวัดระนอง
    • จังหวัดลพบุรี
    • จังหวัดศรีสะเกษ
    • จังหวัดสตูล
    • จังหวัดสระแก้ว
    • จังหวัดสิงห์บุรี
    • จังหวัดสุพรรณบุรี
    • จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • จังหวัดสุรินทร์
    • จังหวัดอ่างทอง
    • จังหวัดอุดรธานี
    • จังหวัดอุบลราชธานี
    • จังหวัดเพชรบูรณ์


    พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 24 จังหวัด (เดิม 11 จังหวัด)

    • จังหวัดกระบี่
    • จังหวัดกำแพงเพชร
    • จังหวัดนครพนม
    • จังหวัดน่าน
    • จังหวัดบึงกาฬ
    • จังหวัดบุรีรัมย์
    • จังหวัดพะเยา
    • จังหวัดพังงา
    • จังหวัดแพร่
    • จังหวัดภูเก็ต
    • จังหวัดมุกดาหาร
    • จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • จังหวัดยโสธร
    • จังหวัดร้อยเอ็ด
    • จังหวัดลำปาง
    • จังหวัดลำพูน
    • จังหวัดเลย
    • จังหวัดสกลนคร
    • จังหวัดสุโขทัย
    • จังหวัดหนองคาย
    • จังหวัดหนองบัวลำภู
    • จังหวัดอุตรติตถ์
    • จังหวัดอุทัยธานี
    • จังหวัดอำนาจเจริญ

    ปรับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการผ่อนคลายมากขึ้น

    • ปรับลดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) เหลือ 4 ชั่วโมง คือ 23.00 - 03.00 น.วันรุ่งขึ้น (เดิม 22.00 - 04.00 น.วันรุ่งขึ้น) จนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2564
    • ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัด เปิดได้ถึง 22.00 น. จำหน่ายได้ทุกประเภทสินค้า เปิดบริการ เครื่องเล่น โดยต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร
    • กิจการอื่นๆ ที่เปิดทำการโดยกำหนดเวลา อาทิ ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์, ร้านอาหาร (เล่นดนตรีได้), โรงละคร โรงมหรสพ (ลิเก งิ้ว ลำตัด หรือการแสดงพื้นบ้านอื่นๆ), สนามกีฬาทุกประเภท สวนสาธารณะ, ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดดำเนินการได้ปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น. และยังเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด
    • สถานดูแลผู้สูงอายุ ให้เปิดดำเนินการแบบไป-กลับได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครทั้งนี้ บุคลากรต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ และสุ่มตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ส่วนผู้ใช้บริการก็ต้องได้รับวัคซีนครบเช่นกัน
    • การขนส่งสาธารณะทุกประเภท จากเดิม 75% ปรับเพิ่มความจุตามความสามารถของยานพาหนะ โดยกระทรวงคมนาคมกำกับ
    • ศูนย์การแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าและโรงแรม เคร่งครัดมาตรการ COVID Free Setting เปิดการจัดประชุมและจัดงานตามประเพณีนิยมได้ โดยจำกัดไม่เกิน 500 คน, เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1 เมตร, จัดเลี้ยงอาหารแบบแยกชุด, สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา, กำหนดเวลาประชุมไม่เกินช่วงละ 2 ชั่วโมง, ให้มีเวลาพักและเปิดระบายอากาศ, เปิดดำเนินการได้ไม่เกิน 22.00 น. และให้ขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร กรณีเกิน 50 คน

    ย้ำ สถานบันเทิง ผับ บาร์ ยังเปิดไม่ได้

    ส่วน “สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังไม่เปิดดำเนินการในทุกพื้นที่” แต่ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมและบุคลากรต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ทุกคน โดยกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จะเร่งรัดกำหนดมาตรการสำหรับเตรียมการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ต.ค.นี้ ซึ่งในการแถลงก่อนหน้าของนายกรัฐมนตรี คือจะพิจารณาเปิดภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2564

    “สำคัญที่สุดคือความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐ 3 ส่วนนี้ ถ้าได้กำกับติดตามอย่างใกล้ชิดเราจะมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับดำเนินกิจการกิจกรรม และเหมาะสมจะอยู่กับโควิด-19 วันนี้โควิดก็ยังเป็นหมื่น แต่เรามีวิธีการที่จะอยู่กับเขาได้ เพราะฉะนั้นท่านเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปติดเชื้อ อยู่กับเขาก็ไม่ใช่ว่าเราจะติดเชื้อ กิจการกิจกรรมของเราก็ต้องทำให้คนที่จะเข้ามาไม่ติดเชื้อ เราก็จะดำเนินการต่อไปได้ ถ้าที่ใด แห่งใด ดำเนินการแล้วผลไม่เป็นผลดี ก็ถูกสั่งปิดได้เหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่ต้องขอให้รับทราบถึงความเข้าอกเข้าใจตรงนี้กันด้วย เพราะว่าเมื่อได้สิทธิ์นั้นมาความรับผิดชอบต้องมาพร้อมกันด้วย” โฆษก ศบค. ระบุทิ้งท้ายการแถลง

    นอกจากนี้ ยังเพิ่มจังหวัดนำร่องการท่องเที่ยว ระยะที่ 1 (1-30 พ.ย. 2564) จาก 10 จังหวัดเป็น 15 จังหวัด ได้แก่

    • กรุงเทพมหานคร
    • สมุทรปราการ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
    • กระบี่ (ทั้งจังหวัด)
    • พังงา (ทั้งจังหวัด)
    • ประจวบคีรีขันธ์ (ตำบลหัวหิน หนองแก)
    • เพชรบุรี (เทศบาลเมืองชะอำ)
    • ชลบุรี (พัทยา อำเภอบางละมุง ตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่ เกาะสีชัง อำเภอศรีราชา)
    • ระนอง (เกาะพยาม)
    • เชียงใหม่ (อำเภอเมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า)
    • เลย (เชียงคาน)
    • บุรีรัมย์ (เมือง)
    • หนองคาย (เมือง ศรีเชียงใหม่ ท่าบอ สังคม)
    • อุดรธานี (เมือง นายูง หนองหาน ประจักษ์ศิลปาคม กุมภวาปี บ้านดุง)
    • ระยอง (เกาะเสม็ด)
    • ตราด (เกาะช้าง)


    นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มสูตรการฉีดวัคซีน ดังนี้ ซิโนแวค (Sinovac) เข็มแรก ตามด้วยไฟเซอร์ (Pfizer) เข็มที่ 2, ซิโนแวค 2 เข็ม กระตุ้นด้วยแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และแอสตราเซเนกา 2 เข็ม กระตุ้นด้วยไฟเซอร์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเห็นชอบให้จัดหายาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) 50,000 คอร์สการรักษา มอบหมายกรมการแพทย์นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินสำหรับการจัดซื้อยาต่อไป

    ย้อนคำแถลงนายกฯ ยังฉีดวัคซีนไม่ถึงเป้า

    นับเป็นอีกครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศเป้าหมายการเปิดประเทศผ่านแถลงการณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยออกมาแถลงว่าจะเปิดประเทศให้ได้ใน 120 วัน เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2564 โดยขอยกถ้อยแถลงมาตอนหนึ่งว่า หากวัคซีนเพียงพอ ประมาณต้นเดือน ต.ค. จะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อยเข็มแรกแล้ว 50 ล้านคน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองไปในอนาคตที่ไกลขึ้นอีกคือการเปิดประเทศ และรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยอีกครั้ง นี่คือหนทางสำคัญหนทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ไม่สามารถทำมาหากินกันได้มาเป็นระยะเวลานาน ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าตนตั้งเป้าเอาไว้ ประเทศไทยจะต้องเปิดประเทศทั้งประเทศให้ได้ภายใน 120 วันนับจากวันนี้

    “ผมรู้ดีว่าการตัดสินใจของผมวันนี้ มาพร้อมกับความเสี่ยง เพราะเมื่อเราเปิดประเทศ ไม่ว่าเราจะเตรียมการป้องกันขนาดไหนก็ตาม ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เมื่อเราประเมินสถานการณ์และคิดถึงความอยู่รอดในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันบ้าง หากความเสี่ยงนั้นเราได้ประเมินอย่างรอบคอบแล้วว่าอยู่ในระดับที่พอจะรับได้ เราต้องจัดลำดับความสำคัญภายในประเทศไทยของเรา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หากพร้อมได้เร็วกว่า ก็ควรทยอยเปิดให้ได้เร็วกว่านั้น ยกเว้นหากมีสถานการณ์ร้ายแรงใหม่เกิดขึ้น หรือมีความจำเป็นจริงๆ ก็ให้พิจารณาเป็นกรณีไป”

    นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2564
    นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2564

    ทั้งนี้ หากยกเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่า “ประมาณต้นเดือน ต.ค. จะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อยเข็มแรกแล้ว 50 ล้านคน” นั้น แม้จะนำข้อมูลสรุปผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากกระทรวงสาธารณสุข ราวกลางเดือน ต.ค. (14 ต.ค. เวลา 18.00 น.) แล้ว กลับทำได้ไม่ถึงเป้า โดยพบว่าผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกอยู่ที่ 36,721,779 ราย หรือคิดเป็น 51% ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดไปได้ 25,012,380 ราย คิดเป็น 34.7% คงต้องจับตาเป้าหมายต่อไปคือภายในสิ้นปี 2564 ประชากรในประเทศจะต้องได้รับวัคซีน 2 เข็ม 50 ล้านคน หรือ 100 ล้านโดส หากนับจากวันนี้ (16 ต.ค.) เหลือเวลาอีกเพียง 77 วัน

    ถึงแม้รัฐบาลภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” จะประกาศเป้าหมายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัวภายใต้เงื่อนไข ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ มากขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าและฟื้นได้ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วน แต่ท่ามกลางการสร้างความเชื่อมั่นนี้ประชาชนในประเทศก็หวั่นวิตกว่าอาจเป็นความเสี่ยงที่โควิด-19 จะกลับมาระบาดเป็นระลอกที่ 4 หรือเปล่า เมื่อถึงเวลานั้นจะผ่อนคลายและมีความสุขไปกับเทศกาลปีใหม่ 2565 ได้จริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรการดูแลป้องกันตนเองของทุกคนยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้.

    ผู้เขียน : กิณรีสีอังกาบ
    กราฟิก : Chonticha Pinijrob

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เปิดประเทศspecial contentเปิดประเทศ 2564เปิดประเทศ 1 พยโควิด-19ผ่อนคลายมาตรการเคอร์ฟิวเคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึงตี 3ผ่อนคลายมาตรการล่าสุดมาตรการโควิด23 จังหวัดสีแดงเข้มพื้นที่สีแดงเข้มศบค.ฉีดวัคซีนกิณรีสีอังกาบ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 05:49 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์