ล่องใต้ไปหาเสียงที่นครศรีธรรมราช ของ 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคู่หู พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หลังจากที่ พรรคพลังประชารัฐ ประกาศส่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกรัฐมนตรีของพรรคอีกสมัยในการเลือกตั้งปีหน้าหรือสมัยหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ไปประกาศกับชาวนครศรีธรรมราชว่า ผมและคณะ จะทำงานให้ดีที่สุด คิดว่าใน 5 ปีข้างหน้าหลายอย่างจะดีขึ้นจาก โครงสร้างที่ทำใหม่ทั้งหมด เล่นเอาสะอึกกันทั้งประเทศ นายกฯตู่ ประกาศเป็นนายกฯต่ออีก 5 ปี ถ้านับ 5 ปีจากวันนี้ก็ต้องเลือกตั้งปีหน้า

นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.ส.มากถึง 8 คน ถ้าแบ่งตามร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 9 หรือ 10 คน เดิม พรรคประชาธิปัตย์ ผูกขาด ส.ส.ในจังหวัดนี้ แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาถูก พรรคพลังประชารัฐ ตีป้อมค่ายแตก แย่ง ส.ส.ไปได้ถึง 4 คน จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกลงไปหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในที่ประชุม ครม.อังคารที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในที่ประชุม ครม. แสดงความยินดีที่พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ขอบคุณพรรคพลังประชารัฐที่ไว้วางใจ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ

การเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า ที่อาจจะเกิดขึ้นในปีหน้าก็ได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ การเมือง ประชาธิปไตย ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ภายใต้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว ประเทศไทยดีขึ้นหรือแย่ลง ประชาชนผู้บอบช้ำย่อมรู้ดีที่สุด หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นปรากฏการณ์กว่า 90% หนี้ประเทศก็เพิ่มจนต้องขยายเพดานเงินกู้เป็น 70% จาก 60% จนไม่เหลือเงินไปลงทุนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม

...

เสาร์ที่แล้ว คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ รมว.พาณิชย์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ กาญจนบุรี และมีการ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ทั้ง 3 เขตล่วงหน้าเลย ส่วน พรรคภูมิใจไทย ก็ชู คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแคนดิเดตนายกฯ ทำให้เมืองไทยวันนี้ ไม่ขาดแคลนคนเป็นนายกรัฐมนตรี แน่นอน และยังมีแคนดิเดตนายกฯจากพรรคการเมืองใหม่ๆที่น่าสนใจอีกหลายคน

ทำไม นายกฯ รองนายกฯ รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พรรคกลาง พรรคเล็ก จึงลงพื้นที่หาเสียงกันถี่ยิบในช่วงนี้ แม้จะมีนักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่า นายกฯตู่จะไม่ ยุบสภา จะลากยาวอยู่จนครบเทอม

แต่...อุบัติเหตุทางการเมือง ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ใน ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่ต้องใช้ “กล้วย” หล่อเลี้ยงเสียงในสภา อีก 3 สัปดาห์ข้างหน้าก็เปิดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว ไม่เพียง พรรคเพื่อไทย จะเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแบบไม่ลงมติ รัฐบาลก็จะเสนอกฎหมายร้อนๆเข้าสภา 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่สืบเนื่องมาจาก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ที่ถูกคัดค้านอย่างหนักจนต้องเปลี่ยน เกม เพื่อคงอำนาจฉุกเฉินของนายกฯเอาไว้ใน พ.ร.บ. และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% เป็น 70% ซึ่งเป็นกฎหมายการเงิน

ถ้าเกิดมี พรรคการเมืองกลางเล็ก ที่กำลังไม่พอใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกำจัดพรรคเล็ก สามารถรวมตัวกัน 20 กว่าเสียงขึ้นไป บวกกับ บางกลุ่มในพรรคพลังประชารัฐที่ไม่พอใจนายกฯราว 10-20 เสียง รวมเสียงกัน โหวตคว่ำ พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ การเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาล อาจทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ นายกฯจำเป็นต้องยุบสภา

ยามนี้ ประชาชนเจ็บจนชาแล้ว ถ้าจะเลือกตั้งใหม่ ก็พร้อมเลือกตั้งเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ถ้าไม่ทัน บัตรใบเดียวก็ได้ ประชาชนรู้แล้วจะต้องเลือกยังไง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”