ประชาชนปฏิวัติ : ถอดบทเรียนทหารนำการเมืองเดือนตุลา

ข่าว

    ประชาชนปฏิวัติ : ถอดบทเรียนทหารนำการเมืองเดือนตุลา

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      11 ต.ค. 2564 05:45 น.

      พลังเสรีนิยม-พลังอนุรักษนิยมในสังคมไทยกำลังสู้กันอยู่

      นายสุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีมุมมองด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ทางทหารที่แหลมคม ได้สะท้อนสถานการณ์ในประเทศไทยในวาระ 45 ปี 6 ตุลา 19 ผ่านทีมข่าวการเมือง

      โดยเฉพาะปี 63-64 สองขั้วขับเคี่ยวกันโดยไม่รู้จะลงเอยอย่างไร แต่ผลที่เกิดขึ้นอย่างหนึ่ง คือ การต่อสู้ในเวทีการเมืองเข้มข้นทั้งในและนอกสภา

      สถานการณ์ต่อไปเป็นอย่างไร ขอให้ดูก่อนปิดฉากปี 64 เชื้อโควิด-19 ระบาดใหญ่ทั้งไทยและโลกหรือไม่ เป็นผลมาจากเชื้อกลายพันธุ์ พอก้าวย่างเข้าปี 65 คงต้องดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งว่าไตรมาสสุดท้ายปี 64 ได้เผชิญสถานการณ์อะไร

      ฉะนั้นขอให้ผู้นำรัฐบาลหรือคนแวดล้อมผู้นำควรสละเวลาศึกษาประวัติศาสตร์ถึงบทเรียนในทางการเมือง

      อย่าทำให้บทเรียนทางการเมืองกลายเป็นบทลืม

      ปัญหาย่อมไม่ถูกแก้ไข แล้วประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย

      เอาเฉพาะรอบ 64 ปีเริ่มจากปี 2500 “เสรีมนังคศิลา” เป็นพรรคทหารยุคแรก นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

      พรรคทหารเกิดขึ้นเพื่อรองรับอนาคตของผู้นำทหารขึ้นเป็นนายกฯ

      แล้วผูกโยงสถานการณ์การเมืองในวันนี้ ซึ่งคุ้นเคยดีมีการตั้งพรรคทหาร

      ช่วงเลือกตั้งเกิดอภิมหาโกง เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด โกงเต็มที่ยังได้ ส.ส.เกินครึ่งแค่ 6 เสียง และเกิดกระแสคนรุ่นใหม่เคลื่อนไหวต่อต้านการเลือกตั้งที่สกปรก มันโยงกับบริบทของอำนาจทหารที่มีในสังคมไทย

      นับเป็นคลื่นคนรุ่นใหม่ลูกแรก นิสิตนักศึกษา ประชาชนตื่นตัวมาก

      สุดท้ายเกิดรัฐประหารในปีเดียวกันและเลือกตั้งปลายปี 2500 และความน่าสนใจการเกิดขึ้นของพรรคทหารยุคแรก ต่อมาจอมพล ป.- จอมพลสฤษดิ์ แตกกัน ฝ่ายหลังไปตั้งพรรคสหภูมิ

      ผลการเลือกตั้งออกมาได้ ส.ส.แค่ 44 เสียงจาก 160 เสียง ตามสูตรการเมืองไทย ไปดึงพรรคเล็กพรรคน้อยมาอยู่ใต้พรรคใหญ่ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ชาติสังคม” นับเป็นยุคที่สองของพรรคทหาร

      เมื่อเข้ายุคสามของพรรคทหาร คือ “สหประชาไทย” แต่งตัวลงสนามเลือกตั้งปี 2512 ชนะไม่มาก ได้ 76 เสียงจาก 219 เสียง ส.ส.อิสระได้ 71 เสียง สุดท้ายดึงพรรคเล็กพรรคน้อยร่วมจัดตั้งรัฐบาล

      คล้ายกับรัฐบาลยุคปัจจุบัน สุดท้ายเกิดปัญหามาก เพราะภายใน “สหประชาไทย” มีหลายมุ้ง จบลงที่จอมพลถนอม กิตติขจร รัฐประหารตัวเองปี 2514

      รัฐประหารครั้งนี้ กระแสเสรีนิยมที่ตั้งเค้าก่อตัวอยู่แล้วก็เคลื่อนไหวชัดเจนขึ้น ทั้งหลาย ทั้งปวงจบลงที่ 14 ตุลา 16

      นับเป็นการปฏิวัติทางการเมือง ด้านหนึ่งก่อให้เกิดการล้มลงของระบอบทหารที่สืบทอดอำนาจมาตั้งแต่รัฐประหาร 2490 อีกด้านหนึ่งก็ส่งสัญญาณให้เห็นถึงกระแสเสรีนิยมขยายตัวในหมู่นิสิตนักศึกษา

      เราได้เห็นพรรคทหารยุคที่สามและได้เห็นคนรุ่นใหม่คลื่นลูกที่สองประสบชัยชนะ

      คนรุ่นใหม่ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องถึง 6 ตุลา 19 ซึ่งจบลงด้วย กลุ่มขวาจัดตัดสินใจยุติบทบาทขบวนการนักศึกษาประชาชน โดย “ล้อมปราบใหญ่”

      กระแสนิสิตนักศึกษาเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นลูกที่สาม ในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

      ไปพีกสูงสุดในเหตุการณ์พฤษภา 35 และได้เห็นพรรคทหารยุคที่สี่ “สามัคคีธรรม”

      ที่น่าสนใจกลุ่มนายทหารที่มีอำนาจ คงเกี้ยเซียะกับนักการเมืองที่ต้องคดี ซึ่งถูกฝ่ายตัวเองจับในข้อหาทุจริตกลับเอามามีบทบาทใหม่

      พอปิดฉากพรรคทหารยุคที่สี่ และนับเป็นชัยชนะของคนรุ่นใหม่ยุคที่สาม

      นำไปสู่การปฏิรูปการเมือง โดยสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทุกฝ่ายหวังว่าการเมืองเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย สุดท้ายเกิดความขัดแย้งปี 2548 และถูกรัฐประหารปี 2549

      เราเริ่มเห็นกระแสการเมืองไทยหมุนกลับมาสู่เสรีนิยม บนสถานการณ์การ เมืองก็ยังคงมีปัญหา และมีความขัดแย้งจนเกิดรัฐประหารปี 2557 อีกรอบ

      สุดท้ายวนลูปเดิม ยึดอำนาจ ร่างรัฐธรรมนูญ ผู้นำทหารตั้งพรรค เปิดเลือกตั้ง เป็นวงจรสูตรสำเร็จของผู้นำทหารในทุกยุค

      เกิดพรรคทหารยุคที่ห้า “พลังประชารัฐ” และคนรุ่นใหม่คลื่นลูกที่สี่

      วันนี้ได้เห็นสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว เห็นการเมืองของคนรุ่นใหม่ อีกด้านหนึ่งได้เห็นผู้นำทหารได้อำนาจผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งตามประวัติศาสตร์มักเกิดปัญหาแตกกันในหมู่ผู้นำทหาร เปรียบเหมือนเสือ 2 ตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้

      “ยุคนั้นมีสาม ป. คือ ป.-สฤษดิ์-เผ่า เป็นที่รู้กันจอมพล ป.จับมือกับ เผ่า แต่ เผ่า ขัดแย้งกับทหารที่นำโดย

      จอมพลสฤษดิ์ ความขัดแย้งยุคนั้นก็สาม ป. สุดท้ายจอมพลสฤษดิ์ตัดสินใจทำรัฐประหารเดือน ก.พ.2500 เสือ 2 ตัวลี้ภัยและเสียชีวิตที่ต่างประเทศ ปิดฉากสาม ป.ยุคแรก เหลือเสือตัวเดียว คือ จอมพลสฤษดิ์

      ปัจจุบันจะย้อนประวัติศาสตร์หรือไม่ เป็นคำถามใหญ่ที่ต้องรอคำตอบ”

      ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่คลื่นลูกที่สี่เคลื่อนไหวน่าสนใจ เป็นสถานการณ์ชุดใหม่ของการเมืองไทย

      ยุคนี้เป็น “ม็อบอินเตอร์เน็ต” กระแสคนรุ่นใหม่ มันคือ “ม็อบอาหรับสปริง” เกิดขึ้นที่ตูนิเซีย 2010 ไคโร 2011 ฮ่องกง 2014

      คนรุ่นใหม่มีฐานที่มั่นบนโลกไซเบอร์ ซึ่งมีความซับซ้อน เป็นฐานที่มั่นที่ได้เปรียบ แม้รัฐเชื่อมีความได้เปรียบด้านกำลัง แต่วิชาทหารเสนอเสมอว่าการต่อสู้ทางการเมือง กำลังไม่ใช่จุดชี้ขาด

      รัฐอาจคิดว่ามีอำนาจ ผู้มีอำนาจทุกยุคมีอาการคล้ายกัน เชื่อหลักการทหารนำการเมือง เชื่ออำนาจทางทหารชี้ขาดทุกอย่าง ใครคุมอำนาจทหาร เท่ากับคุมอำนาจทุกอย่างได้หมด อันนี้เป็นถูกต้องเฉพาะในช่วงทำรัฐประหาร แต่หลังเปิดการเลือกตั้งแล้วไม่ใช่

      เมื่อสังคมต่อสู้ในทางการเมือง การเมืองต้องนำทหารเอาทหารนำการเมืองเหมือนตุลา 19 เมื่อไหร่ มันไม่จบ

      “ถ้าผู้มีอำนาจรัฐตัดสินใจผิด ย่อมเกิดปัญหาตามมาผู้นำทหาร ชนชั้นนำ ที่มีอำนาจต้องคิด

      สังคมปี 64 ก้าวหน้ากว่าปี 19 เยอะมาก ถ้าเกิดขึ้นจริง การต่อต้านจะรุนแรง ผมเห็นสถานการณ์ที่ดินแดง

      ยังไม่เป็นสมรภูมิ แต่ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ใหญ่แล้วขยายตัว ดินแดงจะเป็นชนวนหนึ่งของสมรภูมิใหญ่

      ยิ่งถ้ามีรัฐประหารด้วย มีเหตุการณ์ที่ดินแดงด้วย ถึงวันนั้นประเทศไทยจะเป็นสมรภูมิจริงๆ

      นำไปสู่ความขัดแย้งชุดใหญ่ในสังคมไทย อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธทั้ง 2 ฝ่าย”

      ฉะนั้น ขอส่งสัญญาณเตือนสติ อย่าทำรัฐประหาร รอบนี้จะคุมไม่ได้ ชนชั้นนำ ผู้นำทหาร ปีกอนุรักษนิยมควรตระหนักว่า อาจนำไปสู่สถานการณ์แบบอาหรับสปริง โดยเกิด “ไทยสปริง”

      และบรรดาปีกขวาอนุรักษนิยมอย่าคิดว่ายึดอำนาจแล้วจะลอยตัวสบาย เชื่อว่าจะเป็นรัฐประหารที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมไทย

      ขอย้ำไม่ใช่แค่การเมืองไทย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงมติทางสังคมด้วย

      เพราะ 1.สังคมไทยไม่ได้อยู่ในภาวะแบบเก่าๆ 2.โลกไซเบอร์มันเปลี่ยนสังคมไปแล้ว 3.พลังแรงต้านที่เรียกร้องให้เป็นเสรีนิยมมีมากขึ้น และ 4.รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในเชิงนโยบายหลายเรื่อง

      โดยเฉพาะการบริหารจัดการโควิด ลามเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิดมากับการตกงาน ความยากจน วิกฤติด้านการศึกษา วิกฤติใหญ่ที่สุดคือวิกฤติความมั่นคงของชีวิต

      หลายวิกฤติที่ทับซ้อนกันหลายชั้น

      สังคมไม่อยากเห็นคำสัญญาแบบประชานิยม

      สังคมไม่อยากเห็นประชานิยมแบบจับสลาก

      สังคมอยากเห็นรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ.

      ทีมการเมือง

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        หมอปลา แท็กทีมทนาย พิสูจน์ผีเฝ้าบ้าน ทุบศาลล้มทับเด็ก
        08:57

        หมอปลา แท็กทีมทนาย พิสูจน์ผีเฝ้าบ้าน ทุบศาลล้มทับเด็ก

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        รัฐประหารปฏิวัติรัฐบาลทหารชุมนุมม็อบดินแดงประชานิยมการเมืองไทยวิเคราะห์การเมืองทีมการเมือง

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันพุธที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 00:34 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์