"แนวทางใหม่" ชี้โควิดใต้น่าห่วง ไม่ควรถูกลืม วอนรัฐเร่งหามาตรการรับมือ

ข่าว

    "แนวทางใหม่" ชี้โควิดใต้น่าห่วง ไม่ควรถูกลืม วอนรัฐเร่งหามาตรการรับมือ

    ไทยรัฐออนไลน์

    7 ต.ค. 2564 10:29 น.

    โควิด-19 ภาคใต้ยังน่าห่วง "ธวเดช" วอนภาครัฐเร่งหามาตรการรับมือ อย่าปล่อยซ้ำรอยบทเรียน รอตรวจ รอเตียง รอตาย เหมือนกรุงเทพฯ ย้ำคนภาคใต้ไม่ควรถูกลืม ต้องรีบทำสถานการณ์สู่ภาวะปกติ


    เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 64 นายธวเดช ภาจิตรภิรมย์ หัวหน้าพรรคแนวทางใหม่ กล่าวว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ทำให้หลายคนเริ่มเบาใจว่า รัฐบาลสามารถคุมการระบาดได้และใกล้เคียงกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่สถานการณ์นี้ไม่ใช่สำหรับภาคใต้อย่างแน่นอน

    "ผมอยากขอให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์เพื่อหาทางรับมือโดยเร็วที่สุดในทุกมิติ ไม่ว่ามิติเศรษฐกิจหรือมิติสาธารณสุขก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับกรุงเทพฯ ที่เคยมีผู้ป่วยมากจนล้นระบบ ภาพการรอตรวจ รอเตียง รอตาย หรือรอเผา จะต้องไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำที่ภาคใต้ของเรา" นายธวเดช กล่าว

    นายธวเดช กล่าวต่อว่า หากดูจากข้อมูลวันที่ 5 ต.ค. 64 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับมาใกล้เคียงหลักหมื่นอีกครั้ง ทั้งประเทศพบผู้ป่วยมากกว่า 9,000 ราย จำนวนกว่า 3,000 ราย หรือ 1 ใน 3 เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ในภาคใต้ สำหรับภาคใต้ตอนบน พบมากที่สุดจำนวน 468 ราย ในจังหวัดสงขลา รองลงมาคือ 457 รายในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทางจังหวัดได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ไปแล้ว ส่วนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยิ่งสูงขึ้นไปอีก ปัตตานีพบการติดเชื้อรายใหม่มากถึง 530 ราย นราธิวาสอยู่ที่ 461 ราย และยะลา 431 ราย

    "ผมคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ คงไม่สามารถปล่อยให้ภาคใต้เผชิญหน้ากับวิกฤติโรคระบาดและให้จังหวัดจัดการกันไปโดยไม่สนับสนุนทรัพยากรช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนได้เข้าใจดีว่า พอสถานการณ์โควิดกรุงเทพฯ คลี่คลายลงและกำลังกังวลว่าจะเจอน้ำท่วม ทุกคนก็เทไปช่วยทางนั้นกันหมด บางคนทุ่มเทขนาดเอาตัวไปแช่น้ำเพื่อให้มีภาพออกสื่อทุกฉบับก็เห็น นายกรัฐมนตรีออกบินไปตรวจการณ์กันไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น แต่ท่านจะต้องมองเห็นปัญหาของคนภาคใต้ด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ภาคใต้กำลังวิกฤติหนัก ถ้าไม่รีบช่วยตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งชีวิตคนและเศรษฐกิจภาคใต้คงฟุบไปอีกยาวและยากจะฟื้นฟูกลับมาได้ง่ายแน่" หัวหน้าพรรคแนวทางใหม่กล่าว

    นายธวเดช ยังกล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากให้รีบเตรียมให้พร้อมคือ การประเมินศักยภาพการรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลแต่ละจังหวัด การตั้งโรงพยาบาลสนามในลักษณะโรงพยาบาลบุษราคัมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการออกมาดูแลให้ได้มากที่สุด การระดมตรวจด้วย ATK แบบที่หมอชนบทเคยยกทีมไปช่วยกรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุดได้ข่าวว่าของที่จัดซื้อมาไม่แม่นยำพอก็ขอให้หาเครื่องมือดีๆ มาให้หมอใช้ และครั้งนี้อาจถึงเวลาที่หมอจากพื้นที่อื่นๆ จะต้องยกพลลงมาช่วยภาคใต้บ้าง โดยรัฐบาลจะต้องเตรียมการสนับสนุนให้พร้อมเพื่อทำระบบ Home Isolatioin เพื่อส่งอาหารและยาให้ได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือวัคซีนคุณภาพจะต้องลงมาฉีดคนในพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ให้มากขึ้น เพื่อตัดวงจรการระบาดและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้มากที่สุดหากมีการติดเชื้อ

    "ภาคใต้จะต้องไม่ใช่ภูมิภาคที่ถูกลืม สิ่งไหนที่เคยเป็นรูโหว่ของวิกฤติกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาจะต้องถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้วิกฤติเหล่านี้เกิดซ้ำที่ภาคใต้ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาไม่แพ้ปัญหาของกรุงเทพฯ จุดแข็งของต่างจังหวัดคือระบบสาธารณสุขปฐมภูมิที่ค่อนข้างพร้อม มี อสม.คอยช่วยเหลือที่ชัดเจนและมีความแออัดที่น้อยกว่า แต่ถ้าปล่อยให้มีการระบาดคราวละมากๆ ก็อาจเจอสถานการณ์ล้นระบบได้เช่นกัน งบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรทางการแพทย์ต่างๆ จะต้องเตรียมเอาไว้ นอกจากนี้หากจำเป็นต้องล็อกดาวน์อย่างแน่นหนาก็ต้องคิดถึงการเยียวยาที่มาพร้อมกันโดยทันที ไม่ใช่ออกแต่มาตรการเข้มงวดแต่ไม่ช่วยเหลือ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นต่อให้มีอำนาจมากก็ไม่อาจคุมสถานการณ์ที่แลกกับปัญหาปากท้องและความหิวของประชาชนได้อย่างแน่นอน"

    นายธวเดช กล่าวอีกว่า ในวันนี้สถานการณ์เพิ่งเริ่มต้น แต่เราไม่อาจปล่อยให้การติดเชื้อเป็นไปในลักษณะทวีคูณไปเรื่อยๆ ได้ ผมแนะนำว่าจะต้องรีบจัดการตั้งแต่ตอนนี้ เพราะคนภาคใต้ก็ปรารถนาที่จะกลับสู่ภาวะปกติได้พร้อมกับคนภาคอื่นเช่นกัน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดภาคใต้แนวทางใหม่รับมือโควิดใต้โควิดวันนี้ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10:18 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์