ฟัง "บิ๊กป้อง" ย้อนอดีต โชว์อนาคต นำทัพฟ้า สู่กองทัพคุณภาพ ไร้แตกแยก

ข่าว

    ฟัง "บิ๊กป้อง" ย้อนอดีต โชว์อนาคต นำทัพฟ้า สู่กองทัพคุณภาพ ไร้แตกแยก

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ต.ค. 2564 08:32 น.

    • พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ.คนที่ 28 เปิดตัว มอบนโยบายสำคัญ 6 ด้าน พร้อมชู จงรักภักดี สำนึกในหน้าที่ สามัคคี เสียสละ ย้ำจะนำพาสู่กองทัพคุณภาพ
    • ภาพจูงมือคุณพ่อ-กอดคุณแม่ น้ำตาคลอ หลังเสร็จพิธีรับตำแหน่ง ผบ.ทอ. ในอ้อมแขนอันอบอุ่น กลายเป็นที่กล่าวขานและชื่นชมในความกตัญญู และรับราชการเจริญตามรอยเท้าบิดาที่ได้เป็น ผบ.ทอ. คนที่ 2 ของตระกูล
    • 1 ปีในตำแหน่งจะทำให้กองทัพอากาศก้าวข้ามความขัดแย้ง กลับมากลมเกลียว พร้อมเล็งเครื่องบินคุณภาพเข้ามาทดแทน ชู F-35 เพราะเป้าหมาย "กองทัพอากาศแพ้ไม่ได้"


    ได้รับการชื่นชมอย่างมาก ภาพถ่ายและคลิป หลัง "บิ๊กป้อง" พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ เข้ารับธง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ต่อจากเพื่อนรัก "บิ๊กแอร์" พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ในพิธีรับส่งหน้าที่ หลังเสร็จพิธีได้เดินลงจากปะรำพิธี มากราบเท้าและสวมกอด คุณหญิง วนิดา ธูปะเตมีย์ มารดา พร้อมน้ำตาคลอ

    กลายเป็นอ้อมแขนที่อบอุ่น และดีใจที่ลูกชายได้ก้าวเจริญตามรอยบิดา พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. คนที่ 2 ของตระกูล และเป็น ผบ.ทอ. คนที่ 28 แห่งเสืออากาศไทย เช่นเดียวกับภาพจูงมือ "บิดา" จนเป็นภาพที่ถูกกล่าวขานเรื่องความกตัญญูของ "บิ๊กป้อง" ว่าที่ ผบ.ทอ.ใหม่ นั้นเอง

    โดย พล.อ.อ.นภาเดช ได้ประกาศเจตนาแน่วแน่ ในวันมอบนโยบายต่อกำลังพล ข้าราชการ ทอ. และหน่วยขึ้นตรง ทอ.ทั้งหมด ก่อนที่จะกล่าวอย่างภาคภูมิใจ บุคคลสำคัญในชีวิตที่มีพระคุณมากคือ "คุณพ่อ" พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีต ผบ.ทอ. คนที่ 10 และ "คุณแม่" รศ.คุณหญิงวนิดา ธูปะเตมีย์ เพราะได้เห็นแนวทางของกองทัพอากาศตั้งแต่สมัยบิดานั่งในเก้าอี้ ผบ.ทอ.

    ยก "บิดา" คือความภาคภูมิใจของ ทอ. และ "มารดา" พร้อม 4 เสืออากาศแก้ปัญหาสมองไหลของนักบิน

    "แม้จะผ่านมา 35 ปีแล้ว แต่ของทุกอย่างในสมัยที่ท่านดำเนินการนั้นยังมีคุณภาพและยังสามารถใช้งานได้อยู่ เช่น เครื่องบินขับไล่เอฟ 16 ระบบการป้องกันภัยทางอากาศ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ อาคารตึก 8 แฉก สนามกีฬาธูปะเตมีย์ สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ โรงพยาบาลภูมิพล อาคารคุ้มเกล้า และหอประชุมตามกองบินต่างๆ ทุกอย่างมีคุณภาพที่ดีและใช้งานได้นาน"

    ส่วนคนที่สองคือ "มารดา" ที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาหลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ และปรับหลักสูตรปริญญาของโรงเรียนนายเรืออากาศ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหา "สมองไหล" ของนักบินในยุคนั้น ขณะที่อีก 4 ท่าน คือ อดีตผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศ ได้แก่ พล.อ.อ.อมร แนวมาลี พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร และพล.อ.อ.หม่อมหลวง สุปรีชา กมลาศน์ ซึ่งขอยกความดีให้ทั้ง 6 ท่าน แต่เป้าหมายนโยบายจะไม่สำเร็จถ้าปราศจากจากสิ่งที่ควรยึดถือปฏิบัติหรือคติประจำใจที่เป็นแสงส่องทาง

    ชูมอตโต้ ความจงรักภักดี สำนึกหน้าที่ สามัคคี และเสียสละ ย้ำ 1 ปีจะทำให้ดีที่สุด

    พล.อ.อ.นภาเดช ย้ำว่าส่วนตัวแล้วคือ "จงรักภักดี สำนึกหน้าที่ สามัคคี และเสียสละ" เมื่องานสำเร็จผู้บังคับบัญชาได้รับความชื่นชม แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้แต่ยืนมองความภาคภูมิใจอยู่เงียบๆ ข้างหลัง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาต้องตอบแทนผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการให้ยศและตำแหน่งที่เหมาะสม หรือให้รางวัลต่างๆ และไม่นำผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นผลงานของตนเอง ทุกคนควรมีความซื่อตรงต่อกัน และขอให้ข้าราชการทุกหน่วยระลึกถึงพระคุณของกองทัพอากาศ

    และในส่วนงานที่สำคัญคือด้านกำลังพล พล.อ.อ.นภาเดช ย้ำว่า คนต้องมีคุณภาพโดยเฉพาะการรับคนเข้ามาต้องมีการพัฒนาให้มีขีดความสามารถตามที่กองทัพอากาศต้องการ และโยกย้ายคนทำงานในส่วนต่างๆ อย่างเท่าเทียม รวมถึงประเมินผลการทำงานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ตนอยากให้กรมกำลังพลทบทวนหลักเกณฑ์การรับคนเข้ามาทำงานให้มีความทันต่อยุคสมัย ส่วนเรื่องการโยกย้ายขอฝากให้หมุนเวียนข้าราชการแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่มีแววเติบโตในอนาคตให้ได้รับประสบการณ์ทำงานที่ครบถ้วนและหลากหลายด้วย

    ดังนั้นการก้าวมาโดยไม่ได้คาดหวังอะไร จึงตั้งใจใน 1 ปีของการบริหาร จะทำให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทน "กองทัพอากาศ" และประเทศชาติ จึงมุ่งไปที่ "คุณภาพ" และ 1 ปีจากนี้จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีในทุกด้าน ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ดูแลเอาใจใส่ ทำให้เขาภาคภูมิใจ แม้ยศจะต่างกัน แต่ความภาคภูมิใจนั้นต้องเหมือนกัน

    ยันนำ ทอ. สู่เป็นกองทัพอากาศคุณภาพ ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 6 ด้าน

    พล.อ.อ.นภาเดช ยังมอบนโยบายต่อ ผบ.หน่วยขึ้นตรง กำลังพล และข้าราชการใน ทั้งกองทัพอากาศ ให้รับชมพร้อมกันผ่าน Video Tele Conference (NTC) เพื่อให้กำลังพลทุกระดับ กว่า 4.7 หมื่นคนได้รับฟังอย่างทั่วถึงและพร้อมเพรียงกัน เพื่อสื่อสาร เจตนารมณ์ของ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ไปยังกำลังพลในสังกัดทัพฟ้าทุกคน ให้ได้รับทราบและตระหนักถึงหน้าที่อันสำคัญในการปฏิบัติงานราชการ ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะสร้างจิตสำนึกจงรักภักดี เสียสละโดยให้นโยบายเพื่อ มุ่งสู่การเป็น "กองทัพอากาศคุณภาพ" Quality Air Force ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ 6 ด้าน และ 14 คณะทำงานเฉพาะกิจ

    1. คนคุณภาพ (Quality People) 2. ข้อมูลและการข่าวที่มีคุณภาพ (Superior ISR) 3. กำลังทางอากาศที่เข้มแข็ง (Cutting Edge Air Operations) 4. ระบบส่งกำลังบำรุงที่ลื่นไหล (Uninterrupted Continuously Logistics) 5. เชื่อมโยงและช่วยเหลือประชาชน (Quality Civic Actions) 6. ข้าราชการมีความสุขด้วยระบบสวัสดิการที่มีคุณภาพ (Supreme Morale)


    ทอ.ต้องก้าวผ่านความขัดแย้ง สู่ความสามัคคีกลมเกลียว เพื่อความสำเร็จ รักและผูกพันในทุกระดับชั้น

    สิ่งที่ พล.อ.อ.นภาเดช จะเร่งทำอีกเรื่องคือ การนำพากองทัพอากาศสู่กลมเกลียว ไร้ความขัดแย้ง สมัครสมาน เป็นหนึ่งเดียว เพื่อมีหัวใจเดินไปด้วยกัน นำพาไป ทอ. สู่ความสำเร็จด้วยกัน เพราะมีเวลาเพียง 1 ปี จึงไม่ได้คิดทำโครงการใหญ่โต ดังนั้นพื้นฐานคือสร้างความสุขให้กำลังพล เพื่อเป็นพี่น้องที่แน่นแฟ้น

    โดยจะตั้งคณะทำงานสร้างความกลมเกลียว ระหว่าง 8 รุ่นอาวุโส ตท.21- ตท.28 ด้วยการกีฬา ด้วยการตีกอล์ฟร่วมกัน เพราะอายุเยอะแล้วก็ต้องใช้กีฬากอล์ฟสร้างความรู้จักมักคุ้นกันในรุ่นอาวุโส เพื่อไปสู่จุดหมาย คือการสร้างสนิทสนมกลมเกลียว เพราะนายพล 8 รุ่น เกิดในยุคสมัยเดียวกัน พูดจากันรู้เรื่องแซวกัน อำกัน จึงอาศัยคนแวดวงเดียวกัน หากกิจกรรมนี้ติด ก็เป็นหน้าที่ ผบ.ทอ. คนต่อไปสานต่อ หากไม่ติด ก็จบไป เป็นความทรงจำที่ดีของผม

    เพราะความสามัคคีกลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนั้น คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของหน่วยทหาร ที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่สำเร็จ โดยความมุ่งมั่นสำคัญ เพื่อนำกองทัพอากาศสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการปลูกฝังกำลังพลให้จงรักภักดี สำนึกในหน้าที่ของการเป็นทหารอากาศ การสร้างความสมัครสมานสามัคคี ให้บังเกิดความรักและความผูกพันในหมู่ข้าราชการทุกระดับชั้น มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละทุ่มเทเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จึงจะนำไปสู่การเป็นกองทัพอากาศคุณภาพ หรือ Quality Air Force อย่างแท้จริง และยั่งยืน

    เล็งเครื่องบินคุณภาพ ก้าวข้ามเครื่องบินธรรมดา ชม F-35 เทคโนโลยี Stealth เพราะสงครามไม่มีวันไม่เกิดขึ้น

    พล.อ.อ.นภาเดช ยังกล่าวชื่นชม "บิดา" พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีต ผบ.ทอ. อย่างภาคภูมิใจ ในการทำให้ ทอ.เติบโตก้าวหน้า ไม่ตกยุค ตกสมัย เช่นการจัดซื้อเครื่องบิน F-16 ตั้งแต่สมัยนั้น พอมายุคนี้มีแผนจะพัฒนา แต่กลับมีงบจำกัด ซึ่งเมื่อ 4-5 ปีก่อน ขณะนั้นคุณพ่ออายุราว 90 ปี เคยพูดกับผมว่า กองทัพอากาศควรจะเริ่มคิดในการที่จะมีเครื่องบินที่ทันสมัยกว่าที่เป็นอยู่ ถ้ามีงบประมาณและสามารถดูแลรักษาได้ก็เครื่องบินอย่าง F-35 หากเราก้าวขึ้นมา และมีงบประมาณได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชน

    "อย่าคิดว่าเป็นการเตรียมกำลังเพื่อทหารอากาศ แต่เป็นการเตรียมกำลังเพื่อประเทศและเพื่อประชาชน ซื้อเครื่องมือ เพื่อเขาเหล่านั้น หากเราได้รับการสนับสนุนเครื่องบินกองทัพอากาศที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าจะว่าไปแล้วก็ทันสมัยในยุคนี้ แต่ผ่านไปอีกระยะหนึ่ง มันจะต้องล้าสมัยแน่นอน คือในไม่อีกปีข้างหน้าแล้ว ดังนั้นเราจึงควรที่จะคิดอ่าน ซื้อเครื่องบินที่มีความทันสมัยมากขึ้นเสียตั้งแต่บัดนี้ แต่เมื่อเราเสนออะไรขึ้นไปก็จะมีผู้ที่ไม่เข้าใจ ก็จะเกิดการต่อต้านและส่งผลให้รวนไปหมด"


    ย้อนอดีตทัพฟ้า ยุค "บิดา" เป็น "ผบ.ทอ." ตัดสินใจเลือก F-16 จนล้ำหน้ามาปัจจุบัน

    "บิ๊กป้อง" เชื่อว่าในยุคที่ตัวเองนั่งบริหารอาจจะเป็นยุคที่เริ่มคิด แต่ไม่ใช่ยุคที่แอ็กชัน แต่เชื่อว่าบรรดานายทหารอากาศที่ก้าวขึ้นมาแทนผม อาจจะมีจังหวะที่ดีในการเสนอความคิดหากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและมีงบประมาณเพียงพอ เพื่อให้กองทัพอากาศมีเครื่องไม้เครื่องมือ หรือเครื่องบินที่ก้าวข้ามยุคสมัยไปใช้ได้ในอนาคตอีกยาวนานเป็น สิบๆ ปี

    "เหมือนอย่างที่คุณพ่อเคยได้จัดซื้อเครื่องบิน F-16 ที่ใช้มาจนปัจจุบัน ถือว่าตัดสินใจถูกต้อง ในการจะซื้อ F-16 เวลานั้น เป็นยุคที่ประเทศเผชิญภัยคุกคาม โดยมีเครื่องบินเสนอตัวมา 4 แบบ เครื่องบิน Mirage 2000 จาก ฝรั่งเศส เครื่องบิน Tornado และ F-16 และ F-20 จากสหรัฐฯ"

    F-20 ที่เป็น Super F-5 ซึ่งในยุคนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ นักวิชาการ ก็เชียร์ F-20 แต่สุดท้าย ทอ. โดยคณะกรรมการยุค "คุณพ่อ" ก็เลือก F-16 จึงเป็นที่วิจารณ์ไปทั่ว จากนั้นก็มีการเชิญนักวิชาการกับคุณพ่อ คุยกันออกทีวี ซึ่งนักวิชาการขอให้ซื้อ F-20 แต่คุณพ่อกล่าวยอมรับสิ่งที่นักวิชาการและประชาชนให้ความเห็น เพราะเป็นความจริง F-20 เป็นเครื่องบินที่มีความทันสมัย สร้างจากบริษัท เครื่อง F-5 อุปกรณ์ใช้กันได้ เป็นบริษัทที่สหรัฐฯ สนับสนุน แต่ ทอ. เป็นกองทัพขนาดเล็ก มีงบจำกัด เราต้องใช้งบให้คุ้มค่า เลือกใช้งบอันจำกัดนี้

    "สิ่งที่บอกว่าดีในกระดาษ หรือจะซื้อเครื่องที่พิสูจน์ในศึกสงครามว่าดีจริง ซึ่งคำตอบกระจ่างแจ้งในการเลือก ที่ไม่เสี่ยงเลือกที่เขาบอกว่าดี เพราะ F-20 ผลิตมา 4 เครื่องต้นแบบ แต่ตกไป 2 ลำ ในการแสดงแอร์โชว์ หากตัดสินใจผิดในวันนั้น ทอ. คงไม่มีเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในวันนี้"


    ก้าวข้ามเครื่องบินธรรมดา มองหาเครื่องบินคุณภาพ เพราะเป้าหมาย "กองทัพอากาศแพ้ไม่ได้"

    พล.อ.อ.นภาเดช ยังมอบหมายให้ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล เสนาธิการทหารอากาศ และ พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) เข้าไปดูในการจัดหาเครื่องบินทดแทน เพราะกองทัพอากาศต้องก้าวข้ามจากเครื่องบินธรรมดา สู่เครื่องบินที่มีความ Advanced ขึ้น ดังนั้นเครื่องบินที่มีประโยชน์ก็คือ เครื่องบินคุณภาพ ถ้าทุกคนเข้าใจกองทัพอากาศกำลังทางอากาศของกองทัพอากาศแพ้ไม่ได้ เพราะถ้าแพ้ เสียงเครื่องบินที่คำรามอยู่นั้น คือไม่ใช่เสียงของเครื่องบินเรา แต่เป็นเสียงเครื่องบินของข้าศึก ทุกหน่วยภาคพื้นไม่ว่าจะเป็นหน่วยใด เหล่าใด ก็จะต้องแหลกลาญ

    ดังนั้นกองทัพอากาศจึงเป็นกองทัพที่สำคัญอย่างมาก เพราะหากเครื่องบินที่ไม่เคยมีคุณภาพจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต้องเครื่องบินคุณภาพและนั่นมันจะต้องเกิดขึ้นแต่ก็ต้องมีความเข้าใจ 

    จะเปรียบให้เห็นการจัดซื้อเครื่องบิน ก็เหมือนกับวัคซีน ที่ตอนแรกคิดว่าเราคอนโทรลมันได้การบาดเจ็บล้มตายน้อย เราจึงไม่ได้จัดเตรียมอะไรไว้ แต่พอมันมากันจริงๆ วัคซีนมาไม่ทัน ฉันใดฉันนั้น War is Inevitable สงครามไม่มีวันไม่เกิดขึ้นมันจะต้องเกิดขึ้น เมื่อจบสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็มีครั้งที่ 2 มีสงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม จึงอย่านิ่งนอนใจ เพราะสงครามเกิดขึ้นได้ ตอนนี้ก็ฮึ่มๆ กันอยู่ หากประชาชนเข้าใจ รัก และเชื่อมั่น ทอ. ทุกอย่างก็จะปลอดโปร่ง และจะเกิดขึ้นได้ เราซื้อของแต่ละทีใช้ได้นาน เพราะเราดูแลเหมือนลูก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ที่เรามี F-16 มี C-130 เราต้องมีระบบป้องกันที่ดีเข้มแข็งและประชาชนต้องสนับสนุน

    เซ็นแบ่งหน้าที่งานสำคัญ ให้ 6 เสือ ทอ.รับผิดชอบ เพื่อนำพาสู่กองทัพคุณภาพ

    นอกจากนี้ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ยังได้แบ่งงาน 5 เสืออากาศ โดยให้ พล.อ.อ.ธนะศักดิ์ เมตะนันท์ รอง ผบ.ทอ. ดูภาพรวมเพื่อช่วย ผบ.ทอ. กำหนดให้กองทัพอากาศเดินไปตามนโยบายและเป้าหมายที่วางไว้ให้สำเร็จ โดยมี พล.อ.อ.ธาดา เคี่ยมทองคำ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ ดูแลงานด้านการสวัสดิการ พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา ผช.ผบ.ทอ. ดูงานพัฒนาด้านการศึกษา และ สายงานกิจการพิเศษ พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผช.ผบ.ทอ. คุมงานการจัดซื้อจัดจ้าง และสายงานยุทธบริการ ส่วน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล เสนาธิการทหารอากาศ ดูแลสายงานด้านที่ 1 - 5 และกำกับดูแลบริษัท TAI และ พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ดูแลระบบการใช้กำลัง และการป้องกันทางอากาศ


    ดังนั้นการก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง "ผบ.ทอ." ของ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ จึงมีโจทย์ใหญ่รอให้สร้างสรรค์งานอีกหลายอย่าง ภายใต้การขึ้นมาทำหน้าที่โดยไม่ได้คาดหวัง จึงทำให้ "บิ๊กป้อง" มีพลังเหลือล้นในการที่จะทุ่มเทนำพา "ทัพฟ้า" สู่ความสำเร็จ เป็นกองทัพที่มีคุณภาพ และเป็นที่ภาคภูมิใจของกำลังพล โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ ตอบแทนกองทัพอากาศ นั่นเอง.

    ผู้เขียน  : คชสีห์ 88

    กราฟิก  : Jutaphun Sooksamphun

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บิ๊กป้องspecial contentนภาเดช ธูปะเตมีย์ผบ.ทอ.ผบ.ทอ.คนที่28กองทัพอากาศแถลงนโยบายกองทัพคุณภาพจัดซื้อเครื่องบินF-16F-35ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 03:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์