"ศิริกัญญา" จี้รัฐ ถึงเวลาใช้เงินกองทุนน้ำมันช่วยคุมราคาช่วยประชาชน

ข่าว

    "ศิริกัญญา" จี้รัฐ ถึงเวลาใช้เงินกองทุนน้ำมันช่วยคุมราคาช่วยประชาชน

    ไทยรัฐออนไลน์

    5 ต.ค. 2564 11:05 น.

    "ศิริกัญญา" ส.ส.ก้าวไกล ชี้ว่า เงินกองทุนน้ำมันยังเหลือกว่า 3 หมื่นล้าน ถึงเวลานำออกมาใช้ คุมราคาน้ำมันไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไป โดยเฉพาะดีเซล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

    ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อกรณีที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 7 ครั้ง ในรอบ 1 เดือนว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ประชาชนประสบความยากลำบากทางเศรษฐกิจมากที่สุดจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งตนก็เคยเสนอแนะไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้วว่า รัฐบาลควรนำเงินจากกองทุนน้ำมันมารักษาเสถียรภาพของราคาตามวัตถุประสงค์ของการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

    จากเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลใน กทม. และปริมณฑลขึ้นจาก 26.83 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 31.29 บาทต่อลิตร แต่เพิ่งจะมีข่าวจากรัฐบาลว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตร โดยเพียงแค่จะลดการเก็บเงินเข้ากองทุนลง 1 บาท และลดค่าการตลาดลง 40 สตางค์

    จากการเดินสายรับฟังปัญหาของเกษตรกรในภาคเหนือ ส.ส.ศิริกัญญา สรุปได้ว่า การเพิ่งใช้เงินกองทุนน้ำมันพยุงเสถียรภาพราคาน้ำมันในเวลานี้ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ช้าเกินไปและน้อยเกินไป ในขณะที่ราคาน้ำมันโลกขึ้นสูง สถานการณ์การระบาดของโควิดในไทยยังร้ายแรง และเศรษฐกิจไทยก็เจอภาวะชะงักงัน

    เกษตรกรต้องเจอกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ อันเนื่องมาจากห่วงโซ่อุปทานในประเทศหยุดชะงักจากมาตรการล็อกดาวน์ร้านอาหารและตลาด ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกก็สะดุดลงจากต้นทุนการขนส่งที่พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ เพราะประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์จากวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่แล้ว

    ส.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวต่อว่า ถึงเวลาที่ควรจะมาถกเถียงกันอย่างจริงจังเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน และบทบาทในการใช้เงินของกองทุนน้ำมัน เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศนั้นไม่ได้ปรับขึ้นลงตามการผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกทั้งหมด มีเพียง 2 ใน 3 ของราคาเท่านั้นที่ผันผวนตามกลไกตลาดโลก ส่วนที่เหลือเป็นนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น เงินเข้ากองทุนน้ำมัน เงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และค่าการตลาด

    “เวลาที่รัฐบาลเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เช่น เก็บจากดีเซลลิตรละบาท เบนซินลิตรละ 6.5 บาท เจตนารมณ์จริงๆ ของการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน คือการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงาน นั่นก็คือทำยังไงก็ได้ให้ราคาน้ำมันไม่ผันผวนมากไป เวลาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นเร็ว เงินจากกองทุนนี้ต้องนำมาช่วยไม่ให้ราคาเพิ่มเร็วเกินไป แต่เมื่อดูจากวิธีการใช้เงินของกองทุนน้ำมันที่ผ่านๆ มาจะเป็นการไปอุดหนุนข้ามประเภทพลังงาน และอุ้มอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพเป็นหลัก โดยจากโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จะเห็นได้ว่าใช้เงินจากกองทุนน้ำมันอุ้มราคา E20 อยู่ 2.28 บาทต่อลิตร อุ้ม E85 7.13 บาทต่อลิตร และอุ้มดีเซล B20 ทั้งสิ้น 4.16 บาทต่อลิตร

    “ถ้าเราจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งตอนนี้มีเงินหลังจากหักหนี้สินเหลือสุทธิกว่า 30,000 ล้านบาท มากดราคาดีเซลลงจากที่เพิ่มขึ้น 2.50 บาทภายใน 1 เดือน ให้ค่อยทยอยขึ้นเดือนละ 0.50 บาท เพื่อช่วยค่าครองชีพให้ประชาชนได้บ้างก็น่าจะทำได้ทันที โดยใช้เงินราว 2,000 ล้านบาท” ส.ส.ศิริกัญญา กล่าว

    ส.ส.ศิริกัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ราคาอีกส่วนหนึ่งตามโครงสร้างที่สามารถปรับลดได้คือ ค่าการตลาด ซึ่งเป็นกำไรของบริษัทพลังงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะโอนอ่อนให้กับนายทุนพลังงานมากน้อยแค่ไหน การต่อรองในเรื่องนี้จะทำให้กำไรของนายทุนพลังงานลดลง หากรัฐบาลยอมศิโรราบให้กับนายทุนพลังงาน เราก็คงคาดหวังว่าราคาในส่วนนี้จะลดลงมาไม่ได้”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      กองทุนน้ำมันเงินกองทุนน้ำมันก้าวไกลศิริกัญญา ตันสกุลรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลรัฐบาลดีเซลน้ำมันเชื้อเพลิงพลังงานข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564 เวลา 19:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์