ฝีมือหรือธรรมชาติช่วย

ข่าว

    ฝีมือหรือธรรมชาติช่วย

    เพลิงสุริยะ

      4 ต.ค. 2564 05:24 น.

      ช่วงนี้นักการเมือง พากันเล่นบท “พระยาเหยียบน้ำ” สนุกสนาน ไล่ตั้งแต่หัวแถว นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตารางคิวลงพื้นที่กันแทบจะสองวันเว้นวัน

      สลับคิวกับ “พี่ใหญ่” ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยกคณะไปแบบไม่ทับรอยกัน

      หรือพรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ไม่ยอมน้อยหน้า แยกคณะกันไปไม่ให้ตกกระแส

      ไปจนถึงพรรคฝ่ายค้าน เพื่อไทย, ก้าวไกล ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำแทบทุกวัน

      เป็นช่วงเวลาในการปั่นผลงาน ให้เห็นว่าลงไปรับฟังทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน

      จากสถานการณ์น้ำหลาก ท่วมบ้านเรือนประชาชนมาครึ่งเดือนเศษ

      ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย รายงานผลประเมินสถานการณ์น้ำท่วม ที่สำรวจจากหอการค้าจังหวัดในพื้นที่น้ำท่วมภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน 138 ราย เมื่อวันที่ 30 ก.ย.

      คาดการณ์ว่าสร้างความเสียหายไปแล้วราว 1-2 หมื่นล้านบาท

      ส่งผลให้จีดีพีลดลง 0.1-0.2% แบ่งความเสียหายเป็น บ้านเรือน 1,320 ล้านบาท สิ่งสาธารณะ 4,972 ล้านบาท พืชเกษตร 6,349 ล้านบาท ปศุสัตว์ 753 ล้านบาท การค้า 1,316 ล้านบาท และอื่นๆ 324 ล้านบาท

      ความรุนแรงในปีนี้จะไม่เท่ากับปี 54 ที่คาดว่าเสียหายราว 1.4 ล้านล้านบาท

      เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ เป็น บ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร ไม่ได้เข้าท่วมพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน

      ยังเชื่อมั่นว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยโตได้แน่ 1% ปีหน้าอาจมีโอกาสโตได้ถึง 6-8% ถ้ารัฐสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ท่องเที่ยวกลับมา, ประคองค่าเงินบาทให้ทรงตัวอ่อนสร้างแต้มต่อให้กับการส่งออก, เร่งฉีดวัคซีน และคุมการแพร่ระบาดโควิด, เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จ้างงาน ซื้อวัตถุดิบในประเทศ, ดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ

      ก็เป็นข้อมูลฝั่งกองเชียร์รัฐบาล ต้องมาดูกันที่ฝีมือการบริหารจัดการอีกที

      ดูท่าว่าตอนนี้ การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล จะมุ่งเน้นไปที่การผลักดันมวลน้ำก้อนใหญ่ ลงสู่อ่าวไทยให้มากที่สุด ทำให้มีการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆลงในแม่น้ำสายหลัก

      ยังไม่ยอมผลักเข้าทุ่งรับน้ำ หรือแก้มลิง ซึ่งหลายแห่งยังมีปริมาณน้ำที่น้อยมาก

      ส่งผลให้น้ำท่า น้ำจากแม่น้ำ ท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ตามริมน้ำสองฝั่ง ในระดับที่สูงจนเกือบจะเท่าระดับน้ำของปี 54 แล้ว

      หลายพื้นที่ประชาชนต้องทิ้งบ้าน อพยพมาอยู่กันบนถนน

      เพื่อเอาทุ่งรับน้ำ และแก้มลิง ไว้รอรับมวลน้ำอีกมหาศาล จากพายุที่กำลังทยอยเข้ามาอีกหลายลูกในช่วงเดือน ต.ค.นี้

      คุณเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต คาดการณ์ว่าพายุที่จะเกิดในช่วงเดือน ต.ค. มีประมาณ 6-7 ลูก แต่โอกาสเข้าไทยไม่ใช่ทุกลูก

      ช่วงวันที่ 8-9 ต.ค. มีพายุจ่อเข้าไทยความรุนแรงอาจมากกว่าพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ คาดว่าจะเข้าทางอีสานเหนือ หรืออีสานกลาง ถ้าตกภาคเหนือ ไม่มีปัญหา เพราะระดับน้ำในเขื่อนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 40-50% ยังสามารถรับน้ำได้อยู่ แต่ถ้าตกใต้อ่างมีปัญหาแน่

      ก็ยังหวังว่าพายุที่เข้ามาไทยลูกใหม่นี้ จะโดนดูดพลังความรุนแรงจากความกดอากาศสูง ที่จะแผ่ลงมาจากจีนในช่วงนั้นพอดี

      ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของพายุอ่อนกำลังไปมาก ก่อนจะเข้าไทย

      นี่เราต้องฝากความหวังไว้กับธรรมชาติ-ฟ้า-ดิน อีกแล้วหรือ.

      “เพลิงสุริยะ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      น้ำท่วม 2564เตี้ยนหมู่การบริหารจัดการน้ำรัฐบาลลงพื้นที่น้ำท่วมกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าน้ำท่วม

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 10:41 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์