นายกฯ ตรวจน้ำท่วมชัยภูมิ เจอชาวบ้านตะโกนค้านให้ออกไป เจ้าตัวตอบกลับไม่เป็นไรหรอก เมินไม่รักไม่ว่าแต่ให้รักประเทศ สั่งผู้ว่าฯต้องเบี่ยงน้ำออกจากชุมชน อ้อนทิ้งที่นี่ไม่ได้เพราะเป็นบ้านแม่
วันที่ 29 ก.ย. 2564 เมื่อเวลา 13.15 น. ที่จ.ชัยภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายบุญธรรม เลิศสุขเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ ส.ส. ในพื้นที่ เพื่อมารับนโยบายกับนายกรัฐมนตรี และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
โดยจุดแรกนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ที่ตลาดคลองพุดซา อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตนเองที่ต้องดูแลคนไทยทุกคน ทุกจังหวัด การเดินทางโดยเครื่องบินเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็สังเกตมาตลอดทาง เห็นความเดือดร้อนของประชาชน ตนเองเข้าใจและเจ็บปวด ได้สั่งการไปแล้วเรื่องเยียวยา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปสำรวจเพื่อเยียวยาให้เร็วที่สุด ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ส่วนที่มาวันนี้ก็นำความรักความห่วงใยมาฝากทุกคน และเป็นกำลังใจให้ และมาวันนี้เพื่อจะช่วยเหลือให้เร็วที่สุด จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จิตอาสา ทหาร ทำงานของตนเองให้เต็มที่ รวมถึงเตรียมเรื่องการขนส่ง และขอประชาชนให้รักกันช่วยกัน จะไปข้างหน้าได้ต้องรักกันให้มากที่สุด จึงขออย่างเดียว ขอให้พวกเรามีความรัก ความสามัคคี เชื่อมั่น ก้าวข้ามความขัดแย้ง ต่อให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็ให้อภัยเขาไป เพราะหากรับมาทั้งหมดก็ทุกข์ โชคดีก็มี โชคร้ายก็มี แต่โชคร้ายเดี๋ยวก็หายไป
...
"ต้องตั้งหลักให้ดี เดี๋ยวก็มาเดี๋ยวก็ไป อย่าสร้างความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ใครจะรักใครจะชอบผมไม่ว่า แต่อยากให้รักประเทศของท่าน รักผืนดินของท่าน ที่ท่านเหยียบ ท่านใช้ ท่านเกิดมา ถ้าไม่รักตรงนี้ แล้วเราจะรักใคร เราจะเหลือความรักให้กับใครได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้" นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ นายกฯ ยังขอให้ประชาชนที่เดือดร้อน เข้าหาส่วนราชการ เพราะบางครั้งอาจเข้าไปไม่ทั่วถึง แต่เชื่อว่าส่วนราชการพร้อมช่วยเหลืออยู่ตลอด รับรองว่าชัยภูมิทิ้งไม่ได้ เพราะบ้านแม่ แม่เป็นคนชัยภูมิ ส่วนตนเองเกิดที่โคราช แต่จะรัก 2 จังหวัดนี้ก็ไม่ได้อีก แต่ต้องรักจังหวัดที่เหลือด้วย เพราะเป็นหน้าที่และเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปให้ได้ เพราะต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีรายได้สูงขึ้นในอนาคต
ส่วนเรื่องน้ำบางพื้นที่ยังท่วมขัง บางพื้นที่ยังไหลอยู่ หากหาพื้นที่กักเก็บน้ำได้ จะสามารถแก้ปัญหาในเขตชุมชนได้ ซึ่งทุกจังหวัดต้องทำแบบนี้ หากกระทบกับพื้นที่ใครให้เยียวยา "รู้ไหมพวกเราห่วง พวกเราไม่ได้สบาย ทำงานทุกวันอยู่แล้ว ต่อไปนี้ให้ผู้ว่าฯ นำแผนที่น้ำไปทุกที่ เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ เพื่อจะได้รู้ และอยู่กับธรรมชาติให้ได้ และขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่"
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ช่วยกันแจกถุงยังชีพให้กับประชาชน โดยมีนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ได้นำชาวบ้าน ตะโกนให้ ลุงตู่สู้ๆ นายกฯ สู้ๆ ซึ่งนายกฯ ก็ได้กล่าวขอบคุณ พร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู มาตบที่อกก่อนยื่นให้กับชาวบ้าน ระบุว่า "ความทุกข์ความสุขของประชาชนเป็นเรื่องของรัฐบาลต้องทำต้องดูแล" จากนั้นได้ขึ้นรถบรรทุกของปภ. เพื่อไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรและมอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลชัยภูมิ ในอำเภอเมืองชัยภูมิ
โดยระหว่างทางมีชาวบ้าน 1 คน ตะโกนให้ออกไป แต่นายกฯ ได้ตอบกลับว่า "คนนี้ไม่ให้เราอยู่เหรอ ไม่เป็นไรหรอก"
อย่างไรก็ตาม นายกฯ เดินทางถึงโรงพยาบาลชัยภูมิ ในเวลา 14.10 น. โดยสื่อมวลชนได้สอบถามว่าดีใจหรือไม่ที่ประชาชนชาวชัยภูมิให้การต้อนรับ ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า "ถึงใจอยู่แล้ว เพราะต้องดูแลคนทั้งประเทศ ส่วนคนที่มาคัดค้าน ไม่ขอบอกอะไร บอกเพียงว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้นในเวลานี้ เพราะไม่ใช่เวลา ส่วนสถานการณ์น้ำ คาดว่าจะดีขึ้น จึงสั่งการให้เบี่ยงน้ำให้ได้"
ขณะเดียวกัน นายกฯ ยังได้กล่าวตอนหนึ่งขณะเยี่ยมชาวบ้านที่มารอต้อนรับที่โรงพยาบาลชัยภูมิ ว่า นายกฯ จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใส สุจริต เพราะอยู่มา 7 ปีแล้ว ต้องสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่ควรทำก็อย่าทำกัน
"นายกฯ ไม่สามารถทำให้ทุกคนรักได้ แต่ทุกคนน่าจะรักประเทศของตัวเองไหมล่ะ สร้างความเดือดร้อนไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น มันได้อะไรขึ้นมา ต่างประเทศเขาอยากจะมาลงทุนที่ประเทศไทย แต่เราก็ไปสร้างอะไรก็ไม่รู้ นิ้วชี้" นายกฯ กล่าว
ซึ่งมีชาวบ้านได้สอบถามนายกฯ ว่า ดีใจไหม นายกฯ จึงตอบกลับว่า "ดีใจที่ได้กลับมาบ้านฉันเนี่ย"
จากนั้น นายกฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางต่อเพื่อไปตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่วัดชัยชนะวิหาร อำเภอจัตุรัส