“พี่ป้อม” หลีกทางให้ “น้องตู่” เลื่อนลงพื้นที่ไม่วัดพลังยก 2

ข่าว

    “พี่ป้อม” หลีกทางให้ “น้องตู่” เลื่อนลงพื้นที่ไม่วัดพลังยก 2

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ย. 2564 05:25 น.

    “พี่ป้อม” เลี่ยงภาพวัดพลังยกสองปะทะ “น้องตู่” สั่งเลื่อนยกคณะลุยตรวจน้ำท่วมโคราชไปเป็น 30 ก.ย. หลีกทางทริป “ประยุทธ์” เปลี่ยนแผนลงพื้นที่ “ชัยภูมิ” แทนเมืองย่าโม 29 ก.ย. เผยเหตุทีมข้าราชการรายงานเรื่องน้ำชุดเดียวกัน แยกร่างไม่ถูก โฆษกรัฐบาลวอนจบได้แล้วปม 2 ป.แตกคอ โอ่โควิดซานายกฯลุยพื้นที่ถี่ยิบช่วยชาวบ้าน “สมศักดิ์” สำรวจน้ำท่วมล่วงหน้ารอต้อนรับ ยันออนทัวร์สุโขทัยไม่เกี่ยวเกมวัดกำลัง “เทพไท” ทวงการบ้านเก่าพัฒนาเมืองคอนไม่คืบ จี้ผู้นำแก้ปัญหาให้ถูกจุดดีกว่าแข่งสร้างภาพ ฝ่ายค้านนัดถกเคาะยื่น ป.ป.ช.เชือด “นายกฯ-3 รมต.” “ประเสริฐ” ฟุ้งหลักฐานชัดเอาผิดได้แน่

    การลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม้โฆษกรัฐบาลและแกนนำพรรค พปชร.จะชี้แจงว่า ไม่ใช่เกมการเมือง แต่หลายฝ่ายยังจับตาว่าเป็นการวัดพลังกัน ล่าสุดนายกฯกับหัวหน้าพรรค พปชร.ได้จัดทริปลงพื้นที่ชนกันอีกเป็นครั้งที่สอง

    โฆษก รบ.ขอจบได้แล้ว 2 ป.แตกคอ

    เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ จ.สุโขทัย ที่มีกระแสข่าวกลุ่ม สามมิตรเตรียม ส.ส.เหนือตอนล่างไปรับ และเป็นการเช็กวัดกำลังภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า นายกฯย้ำเสมอว่า ในการลงพื้นที่หรือออกตรวจพื้นที่ต่างๆ เพื่อต้องการช่วยเหลือและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่แต่ละจังหวัดด้วยตัวเอง การลงพื้นที่แต่ละครั้งมี ส.ส.ที่อยู่ในพื้นที่หรือ ส.ส.พื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาพบนายกฯเพื่อนำปัญหาของชาวบ้านมาสะท้อนให้นายกฯ เพื่อรัฐบาลจะได้เร่งแก้ไขให้ประชาชน

    โอ่โควิดซานายกฯลงพื้นที่ถี่ช่วย ปชช.

    เมื่อถามว่า การเชื่อมโยงการลงพื้นที่ของนายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร. รวมถึงกระแสเตรียมสร้างคะแนนนิยมให้พรรคท่ามกลางกระแสเลือกตั้งปีหน้า นายธนกรกล่าวว่า นายกฯย้ำขออย่าไปเชื่อมโยงเรื่องการเมืองเลย เพราะไม่เกิดประโยชน์ และข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นตามที่กระแสข่าวหรือที่บางฝ่ายกล่าวถึง นายกฯพูดเสมอว่าไม่มีปัญหาขัดแย้งอะไรทั้งสิ้นกับ พล.อ.ประวิตร พร้อมขอให้จบเรื่องนี้ได้แล้ว วันนี้สถานการณ์โควิดคลี่คลายดีขึ้น นายกฯจึงต้องการลงพื้นที่มากขึ้น แก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน

    “สมศักดิ์” ลุยสำรวจน้ำท่วมล่วงหน้า

    ที่ จ.สุโขทัย เมื่อเวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิรุฬ พรรณเทวี ผวจ.สุโขทัย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่วัดบ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง เตรียมความพร้อมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อติดตามสถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำพื้นที่ จ.สุโขทัย วันที่ 26 ก.ย. โดยนายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตระเวนสำรวจความเสียหายไว้หลายพื้นที่ เครื่องบินที่นายกฯเดินทางมาน่าจะเห็นถึงพื้นที่น้ำท่วม และอาจบินสำรวจดูทางอากาศน่าจะเห็นได้ชัดเจนและง่ายกว่า ส่วนเส้นทางรถยนต์ คงจะดูพื้นที่ใกล้ๆแอ่งกระทะ ให้นายกฯได้เห็นภาพ น้ำท่วมสุโขทัยปีนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่แม่น้ำยมจะไหลลงมาจากทาง จ.แพร่ ท่วมไม่นานจะลด แต่คราวนี้เป็นน้ำป่าที่ไหลมาจากทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ ประกอบกับฝนที่ตกลงมาและมวลน้ำจากทางเหนือ ทำให้เกิดน้ำท่วมเสียหายหลายพื้นที่ เช่น อ.เมือง อ.ศรีสำโรง

    ยันออนทัวร์สุโขทัยไม่ใช่เกมวัดพลัง

    เมื่อถามว่าการมาลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ของนายกฯ หลายคนยังมองเรื่องการวัดพลังภายในพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์กล่าวว่า จ.สุโขทัย ไม่ใช่พื้นที่วัดพลังอะไร เพราะมีความเสียหายจากน้ำท่วมจริงๆการที่นายกฯลงพื้นที่มาเพื่อช่วยเหลือประชาชน เป็นขวัญกำลังใจให้ชาวภาคเหนือตอนล่าง และนายกฯตั้งใจจะไปอีกหลายจังหวัด ส่วน ส.ส.ที่จะมาร่วมงานเป็น ส.ส.ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่มาช่วยดูแลประชาชนและเรียนรู้การวางแผนงานต่างๆร่วมกัน อดีต ส.ส.ท่านหนึ่งเคยพูดเอาไว้เสมอว่า การเมืองแบบสุภาพบุรุษจะไม่ตกปลาในอ่าง ตนก็ไม่นิยมตกปลาในอ่างหรือเขียนวัวให้เสือกลัว เพราะถ้าเสือไม่กลัว วัวก็ตายหมดฝูง จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะแสดงพลังที่ จ.สุโขทัย เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวว่าต้องขี่หลังเจ้าหน้าที่หนีน้ำท่วม นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไร อย่าไปเขียนข่าวแบบนั้น ที่บ้านตนมีน้ำท่วมหน้าบ้าน ตอนเช้าเดินลุยน้ำมาขึ้นรถแล้วเป็นตะคริว ผู้ติดตามเลยมาช่วยพยุงเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร

    “ประยุทธ์” เปลี่ยนแผนไป “ชัยภูมิ”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามสถานการณ์ แผนบริหารจัดการน้ำและติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม ที่ถูกมองเป็นเกมการเมืองวัดพลังระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร แม้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและแกนนำพรรค พปชร.จะดาหน้าปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ตามกำหนดการที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ จ.สุโขทัยในวันที่ 26 ก.ย.และวันที่ 29 ก.ย.ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จากนั้นวันที่ 30 ก.ย.ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยวันที่ 29 ก.ย.เดิมวางกำหนดการลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา แต่ได้มีการเปลี่ยนแผนไปลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิแทน โดยระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้รับผลกระทบหนักมากจากพายุเตี้ยนหมู่ในเวลานี้ขณะที่ จ.นครราชสีมาเริ่มมีหลายหน่วยงานลงไปในที่พื้นที่ให้การช่วยเหลือแล้ว

    “พี่ป้อม” เสียบไปโคราชชนทริป “น้องตู่”

    ล่าสุดมีรายงานว่า ด้วยสถานการณ์จากพายุเตี้ยนหมู่ พล.อ.ประวิตรในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมาในวันที่ 29 ก.ย.ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นายกฯลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิเพื่อติดตามสถานการณ์และแผนรับมือพายุเตี้ยนหมู่ หลังต้องมีการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง เพื่อเตรียมการรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะไหลเข้ามา โดย พล.อ.ประวิตรจะเดินทางไปติดตามสถานการณ์ที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อ.โนนไทย และติดตามโครงการที่ยังดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ นอกจากนั้น ในวันที่ 1 ต.ค. ส.ส.พปชร.ได้เตรียมเชิญ พล.อ.ประวิตรไปลงพื้นที่ จ.ขอนแก่นที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันด้วย

    ยอมหลีกทางขยับ 1 วันเลี่ยงปะทะ

    เมื่อเวลา 19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ พล.อ.ประวิตรกำหนดแผนลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 29 ก.ย.ตรงกับวันเดียวกันที่นายกฯและคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ล่าสุด พล.อ.ประวิตร มีคำสั่งว่าอาจต้องเลื่อนการลงพื้นที่นครราชสีมาออกไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ซึ่งต้องรายงานสถานการณ์น้ำและแผนบริหารในพื้นที่เป็นชุดเดียวกับที่ต้องรายงานต่อนายกฯ ทำให้การทำงานยากลำบากมากขึ้น พล.อ.ประวิตรจึงอยากขอให้เลื่อนออกไป เบื้องต้นอาจเป็นวันที่ 30 ก.ย.

    ถึงไร้เก้าอี้ รมต.ยังดูแลคนพะเยา

    ที่ จ.พะเยา ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1 และในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อม น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภรรยาลงพื้นที่ จ.พะเยา โดยนายอัครา พรหมเผ่า นายก อบจ.พะเยา น้องชายร่วมทีมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนางแจ่มจันทร์ หาญจริง ชาวบ้านล้า ม.4 ต.เวียง อ.เชียงคำ ที่ถูกไฟไหม้บ้านเมื่อวันที่ 20 ก.ย. มีหัวหน้าส่วนราชการร่วมตรวจสอบช่วยเหลือครอบครัวนางแจ่มจันทร์ด้วย และชาวบ้าน อ.เชียงคำมาต้อนรับ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ลงพื้นที่สอบถามและช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกไฟไหม้บ้าน เบื้องต้นภาครัฐช่วยเหลือแล้ว 3 หมื่นบาท ที่เหลือตนและนายก อบจ.พะเยาจะช่วยกันออกค่าใช้จ่ายสร้างบ้านให้ใหม่ แม้ไม่มีตำแหน่ง รมช.เกษตรฯแล้ว แต่พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือชาว จ.พะเยาบ้านเกิดต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนก็เป็นคนพะเยา เป็นลูกน้ำกว๊านพะเยาจะช่วยแก้ความทุกข์ยากของชาว จ.พะเยาให้หมดไป จากนั้นจึงมอบปัจจัยและสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ประสบภัยไฟไหม้บ้าน และรับผู้ป่วยติดเตียง 2 รายเข้าดูแลในมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่าเพื่อการกุศล แล้วเดินทางไปที่วัดฝายกวาง ตรวจเยี่ยมกุฏิที่เกิดเหตุไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรและช่วยเหลือต่อไป

    เมียอำ “ธรรมนัส” เลิกแจกกล้วย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. น.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือจุ๊บจิ๊บ ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์คลิปวิดีโอผ่านไอจีสตอรีส่วนตัว เป็นคลิปโชว์ภาพ ร.อ.ธรรมนัสยืนถือต้นกล้วยด่างอินโด ไม้ด่างราคาแพง พร้อมระบุข้อความว่า “อาชีพใหม่ไม่แจกกล้วยละ แต่มาเพาะเนื้อเยื่อกล้วยแดงอินโดแทน”

    “แรมโบ้” ซัด พท.กินปูนร้อนท้อง

    นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมฟ้อง กลับนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทน ราษฎร ที่ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย จากกรณีนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ บอตทอมบลูส์ แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงพรรคเพื่อไทย สนับสนุนการเงินเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองว่า หากไม่มีมูล นายไชยอมรคงไม่กล้านำเรื่องนี้ออกมาโพสต์ให้สาธารณชนได้รับทราบ ที่ผ่านมาเห็นสมาชิกในพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวปกป้องกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมองว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนม็อบ 3 นิ้วด้วยหรือไม่ ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้ หากไม่ใช่ข้อเท็จจริงควรออกมาชี้แจง ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ ไม่ใช่นายไชยอมรคนเดียวที่ออกมาโพสต์ถึงพรรคเพื่อไทยมีส่วนสนับสนุนม็อบ แม้แต่นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เปิดบัญชีรับบริจาคในนามกลุ่มราษฎร ยังระบุเด็กพรรคเพื่อไทยมีส่วนสนับสนุนม็อบสามนิ้ว แล้วทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ส่งคนไปแจ้งความดำเนินคดีทั้ง 2 คนนี้บ้าง อย่าคิดว่าคนอื่นโง่รู้ไม่ทัน พวกโจรห้าร้อยส่วนใหญ่ที่รู้ตัวว่าทำผิด มักจะกินปูนร้อนท้องเสมอ

    “เทพไท” ทวงการบ้านเก่า “บิ๊กตู่” ไม่คืบ

    นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายกฯ จะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 30 ก.ย.ว่า ตามที่เคยต้อนรับและนำเสนอปัญหาของ จ.นครศรีธรรมราชหลายเรื่องต่อนายกฯเมื่อครั้งลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.63 แต่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร จึงขอเสนอปัญหาและแผนงานเพื่อให้นายกฯ ติดตาม ผลักดัน เร่งรัดดังนี้ 1.โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราช ตามแนวพระราชดำริ งบฯ 9,580 ล้านบาท ขอให้เร่งรัดให้ก่อสร้างเสร็จตามแผนงานในปี 2561-2566 แต่ยังไม่คืบหน้า 2.โครงการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ ลุ่มน้ำปากพนัง แก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองปากพนัง 3.โครงการแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ที่ได้นำเสนอให้ขุดคลองและทำถนนล้อมรอบพื้นที่เพื่อเก็บขังน้ำ พื้นที่ 300,000 ไร่

    จี้แก้ให้ถูกจุดดีกว่าสร้างภาพวัดกำลัง

    นายเทพไทกล่าวอีกว่า 4.โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองด้านตะวันออกเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งแต่แยกบางปู ต.ปากพูน ถึงแยกวัดหม่น ต.ท่าเรือ ยังขาดบางช่วงบางตอน 5.โครงการถนนทางหลวงตัดใหม่ 4 ช่องจราจร เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน สายทุ่งสง-อ่าวลึก ตัดผ่านเขตพื้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ ถนนสายเศรษฐกิจใหม่ของภาคใต้ 6.โครงการสร้างสถานีรถไฟนครศรีธรรมราชแห่งใหม่ ที่สถานีรถไฟวังวัว ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม ให้ข้อมูลล่วงหน้าเป็นการบ้านให้นายกฯเตรียมแก้ปัญหาให้ถูกจุด ทำให้โครงการที่คาราคาซังพัฒนาคืบหน้าได้รวดเร็วมากกว่าการลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาการเมืองวัดกำลังกัน หรือสร้างภาพเรียกคะแนนนิยมจากประชาชนเท่านั้น

    ฝ่ายค้านนัดยื่น ป.ป.ช.ฟัน “ตู่-3 รมต.”

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดรัฐมนตรีเพิ่มเติมหลังจากที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เบื้องต้นจะยื่นตรวจสอบรัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายเฉลิม ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านนัดประชุมเพื่อสรุปสำนวนกันวันที่ 29 ก.ย. และจะกำหนดวันยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน คาดว่าจะยื่นได้ต้นเดือน ต.ค.หลักฐานที่จะยื่นประกอบสำนวนชัดเจน เชื่อว่าจะเอาผิดได้ ส่วนการยื่นอภิปรายแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ฝ่ายค้านจะใช้สิทธิในการยื่นอภิปรายแบบไม่ลงมติในสมัยประชุมหน้าอย่างแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไหร่อย่างไรคงต้องหารือรายละเอียดกันก่อนแล้วค่อยกำหนดวัน

    หวั่น รบ.โอนหนี้ซ้ำรอยโกงยุค ปรส.

    นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลยกเพดานเงินกู้หนี้สาธารณะจาก 60% เป็น 70% เป็นดัชนีชี้วัดความล้มเหลวการบริหารเศรษฐกิจ รัฐบาลไม่มีความสามารถหารายได้มีแต่กู้มาแจกสะเปะสะปะ ถูกกล่าวหาว่ากู้มาโกง ทำให้หนี้ประเทศพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้ “ประเทศหนี้ล้น ประชาชนหนี้ท่วม” อีกเรื่องที่เป็นประเด็นใหญ่ต่อเนื่องกับมาตรการของรัฐบาลคือมาตรการจะโอนหนี้ที่มีปัญหา โดยเฉพาะหนี้อสังหาริมทรัพย์และโรงแรมเข้าสู่โกดังเก็บหนี้ (Asset Warehouse) โดยไม่ได้ลดหนี้ ลดดอกหรือยืดหนี้ เหมือนต้องการยึดทรัพย์สินเหล่านี้เข้าไปกองเก็บไว้ คล้ายกับกรณีองค์กรเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) สมัยวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง มีครหาการทุจริตการซื้อขายหนี้เสียกัน ให้ต่างชาติมาซื้อหนี้ราคาถูก แล้วต่างชาติกลับมาขายหนี้ให้คนไทย ได้กำไรกลับไปเป็นมหาศาล กำลังจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะรัฐบาลเพิ่งประกาศจะให้ต่างประเทศซื้อที่ดินและคอนโดได้ จะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตเหมือนกับคดี ปรส.อื้อฉาวในอดีตหรือไม่ จึงอยากเตือนล่วงหน้า จะจับตาเรื่องนี้ไม่ให้เอาทรัพย์สินชาติไปขายแบบมั่วๆเหมือนในอดีตกันอีก

    อัดรัฐอืดตรวจเชิงรุกรถสาธารณะ

    ที่เขตสายไหม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรม “ตรวจเชื้อโควิด-19 เชิงรุก แบบครบวงจร One Stop Service” โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถร่วมบริการ ไรเดอร์ แท็กซี่ และชุมชน โดย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า การตรวจเชิงรุกครั้งนี้จะเน้นไปที่ผู้ขับขี่รถสาธารณะ เนื่องจากต้องให้บริการแก่ประชาชนในเขตสายไหม เราจะจัดบริการตรวจเชิงรุกแบบนี้อีกหลายครั้ง เพราะหัวใจของการควบคุมการระบาดคือการเร่งตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุก แต่ปัจจุบันภาครัฐยังดำเนินการไม่ทั่วถึง ยังไม่มีการตรวจหาเชื้อฟรีทุกมุมถนนอย่างที่ควรจะเป็น เราเป็น ส.ส.มีหน้าที่ดูแลประชาชน จึงต้องร่วมด้วยช่วยกัน หวังว่าหลังจากนี้การดำเนินงานของภาครัฐจะครอบคลุมยิ่งขึ้นกว่านี้ ทั้งนี้ ได้แจกสติกเกอร์ “วันนี้ตรวจครบไม่พบเชื้อ” ให้แก่พี่น้องผู้ขับขี่รถสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารด้วย

    “พิธา” ไปกาฬสินธุ์นำร่องบุกอีสาน

    ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล เดินทางมารับฟังปัญหาของประชาชน โดยตั้งแต่ช่วงเช้า เข้ารับฟังปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและเลี้ยงปลา ลุ่มน้ำลำปาวที่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ต่อมา ช่วงบ่ายหัวหน้าพรรคก้าวไกลและคณะทำงาน รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคก้าวไกลได้เข้าร่วมวงเสวนา “Kalasin Wealth & Wellness” ที่ประชาชนและภาคประชาสังคมกลุ่มต่างๆได้ร่วมกันร่วมสะท้อนประเด็นปัญหาและความฝันของชาวกาฬสินธุ์ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ดิน การเกษตร ผู้สูงอายุ กีฬา การท่องเที่ยว การจัดการขยะ และการศึกษา นายพิธากล่าวกับชาวบ้านว่า ใครที่บอกว่าพรรคก้าวไกล ไม่เข้าใจคนอีสานไม่จริง เข้าใจว่าการที่ใครจะเป็นนายกฯจะเป็นรัฐบาล ต้องชนะใจคนอีสานให้ได้ นี่คือเหตุผลที่ตั้งใจมากาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรก หลังผ่อนคลายมาตรการโควิด แต่เมื่อเลือกตั้งเสร็จยังจะมาอีกเรื่อยๆ ไม่ว่าจะปีไหนๆ นี่คือการเดินทางไกลพวกเราเชื่อว่าแม้ว่าเราอาจไม่ชนะในทันที แต่เราจะชนะในที่สุด

    เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เมืองน้ำดำ

    นายพิธากล่าวอีกว่า แต่ก่อนเป็นนักธุรกิจด้านการซื้อขายผลิตภัณฑ์แปรรูปการเกษตร ไปมาค้าขายกับที่นี่บ่อยๆ จึงเป็นหนี้บุญคุณคนอีสาน เช่นผลิตภัณฑ์เลี้ยงกุ้ง อาหารเลี้ยงสัตว์ ผลผลิตการเกษตรเข้าใจทั้งหมด เพราะเคยทำมาก่อน วันนี้มารับฟังปัญหาให้ ส.ส. ทีมงานและว่าที่ผู้สมัคร นำไปขับเคลื่อนแก้ไขต่อทั้งในและนอกสภาฯ ส่วนรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ในนามพรรคก้าวไกล คือนายชวลิต กงเพชร เขต 1 นางสุพัตตรา วันตุ้ม เขต 2 นายสุรักษ์ จุตาทิศ เขต 3 และนายทองพูล พลพุทธา เขต 4 สำหรับการคัดเลือกและส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค เราต้องการผู้สมัครที่รู้เรื่องจริงๆ ตั้งแต่ลงไปดูบ่อกุ้งของประชาชน แนะนำการแก้ไขปัญหาหน้างานได้ ต้องเป็นคนเข้าไปทำงานในสภา เข้าไปเปิดหนังสืองบประมาณดูภาพใหญ่ได้ด้วย นี่คือผู้แทนฯของพรรคก้าวไกล

    “ชวน” ส่งร่างแก้ รธน.ให้นายกฯ

    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาจะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91 เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ที่ผ่านความเห็นจากรัฐสภาในวาระ 3 ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป หลังครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 26 ก.ย. และไม่มีการเข้าชื่อจาก ส.ส.หรือ ส.ว.ขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว ส่วนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ยื่นเรื่องต่อนายชวนให้ทบทวนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากร่างที่แก้ไขใหม่ยังมีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 บางมาตราอยู่ ไม่ใช่ดุลพินิจของนายชวนจะพิจารณาทบทวนหรือยับยั้งเองได้ หากไม่มี ส.ส.หรือ ส.ว.เข้าชื่อคัดค้านขอให้ส่งตีความ เมื่อครบกำหนด 15 วัน และไม่มีใครเข้าชื่อร้องคัดค้านมา นายชวนต้องส่งเรื่องให้นายกฯนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป ขึ้นอยู่กับดุลพินิจนายกฯจะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่ปัญหาน้ำท่วมประวิตร วงษ์สุวรรณประยุทธ์ จันทร์โอชาธรรมนัส พรหมเผ่าหาเสียงข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 05:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์