ทะลุฟ้าเจอสกัด พ่ายยึดทำเนียบ มีโชว์ยิงจรวด รวบอีก 2 วัยโจ๋ มือเผาป้อมจราจร

ข่าว

    ทะลุฟ้าเจอสกัด พ่ายยึดทำเนียบ มีโชว์ยิงจรวด รวบอีก 2 วัยโจ๋ มือเผาป้อมจราจร

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ย. 2564 05:20 น.

    โฆษก บช.น.เผย จับมือเผาป้อมตำรวจจราจรคืนเดียว 8 แห่งได้แล้ว เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี และเยาวชนชายอายุ 16 ปี รวบได้ที่แคมป์คนงานร้างใกล้สามเหลี่ยมดินแดง พร้อมรวบผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 10 กว่าคน พร้อมจ่อออกหมายจับอีกหลายราย ด้านโฆษกรัฐบาลประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังยุยงเยาวชนให้ทำผิด ส่วนกลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุมใหญ่บริเวณแยกยมราชเคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ เพื่อยื่นข้อเสนอให้นายกฯลาออก แต่ไปไม่ถึงฝั่งปะทะกับตำรวจก่อนถูกชุดเคลื่อนที่เร็วตลบหลังสลายการชุมนุมชนิดที่ตั้งตัวไม่ทันหนีแตกกระเจิงเพียงแค่ชั่วโมงเดียวก็ต้องยุติ

    กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆนัดชุมนุมขับไล่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ก.ย. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก ผบช.น.กล่าวว่า ผู้ชุมนุม 2 กลุ่มนัดหมายชุมนุมในวันที่ 25 ก.ย. ผ่านทางช่องทางออนไลน์ 1.กลุ่มทะลุฟ้า เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป รวมตัวที่แยกยมราชเคลื่อนตัวไปทำเนียบรัฐบาล และ 2.กลุ่มทะลุแก๊ส รวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง บช.น. ขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สในวันที่ 24 ก.ย. มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ ทั้งหน้ากรมดุริยางค์ทหารและฝั่งถนนมิตรไมตรี เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งเตือนแล้วไม่ยอมเชื่อฟัง เวลา 22.20-22.40 น. จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงความคืบหน้าคดีผู้ชุมนุมบุกเผาป้อมตำรวจจราจร 8 แห่งซ้อน ได้แก่ แยกสะพานควาย แยกประดิพัทธ์ ตรงข้ามทางขึ้นด่วนพระราม แยกประตูน้ำ แยกศรีอยุธยา แยกอุรุพงษ์ แยกเพชรพระราม และแยกราชประสงค์ ตอนดึกวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า วันที่ 24 ก.ย. เวลา 14.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลอาญาที่ 339/2564 ลงวันที่ 24 ก.ย.64 เข้าตรวจค้นแคมป์ที่พักคนงานร้าง ถนนดินแดง ใกล้สามเหลี่ยมดินแดง ในแคมป์มีคนงานทั้งหมด 14 คน จากการตรวจค้นพบเศษระเบิดปิงปอง ลูกแก้ว ถังน้ำมัน เศษแก้ว โล่พลาสติก หมวกกันน็อก จับกุมเยาวชนชาย 1 คน พร้อมของกลางวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง และหนังสติ๊กจำนวนหนึ่ง แจ้งข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย นำส่ง สน.ดินแดง ดำเนินคดี และขยายผลพบว่ามีเยาวชนชาย 2 คน ด.ช.เอก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และนายหน่อย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี

    โฆษก บช.น. กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ไปร่วมเผาและทุบทำลายป้อมตำรวจหลายจุดในช่วงคืนวันที่ 22-23 ก.ย. แจ้งข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นำส่ง สน.บางซื่อ และ สน.พญาไท ดำเนินคดี ในวันที่ 25 ก.ย. นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ส่วนผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วยเช่นกัน ขณะนี้จับกุมผู้ที่ทำลายป้อมตำรวจทั้งหมดแล้ว 10 กว่าคน สัปดาห์หน้าจะขอหมายจับอีกหลายราย

    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าจะเคลื่อนขบวนจากแยกนางเลิ้งไปทำเนียบรัฐบาลว่า ตำรวจไม่ยอมให้เข้ามาบริเวณดังกล่าวเด็ดขาด ส่วนกลุ่มทะลุแก๊สที่เข้ามาปะปน ตำรวจพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยและประสานกลุ่มผู้ชุมนุมให้ยุติการชุมนุม เพื่อจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวด้วยว่า ขอให้ผู้เกี่ยวข้องสถานที่ต่างๆช่วยตรวจตราอย่าให้กลุ่มผู้ก่อเหตุวุ่นวายมาเก็บวัตถุอุปกรณ์ ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดี

    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ห่วงใยและวิตกกังวลหลังรับทราบรายงานจากการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย ไซด์ก่อสร้างบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง จับกุมผู้ต้องสงสัย 14 คน เป็นเยาวชน 12 คน ผู้ใหญ่ 2 คน โดยมีเยาวชน 2 คน ให้การยอมรับเป็นผู้เผาป้อมตำรวจเสียหาย รวมทั้งหมด 8 ป้อม น่าสังเกตว่าช่วงหลังผู้ก่อเหตุรุนแรงมักเป็นเยาวชน ขอประณามผู้อยู่เบื้องหลังมีเจตนาร้ายใช้เยาวชนโดยเฉพาะเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ฝากเตือนถึงเยาวชนอย่าตกเป็นเหยื่อคำยุยงของผู้ไม่หวังดีให้กระทำผิดกฎหมาย ท้ายที่สุดจะถูกจับกุมดำเนินคดี มีประวัติการทำผิดกฎหมายจะเสียโอกาสในอนาคต ที่ผ่านมาไม่ได้มีการชุมนุมอย่างสงบตามที่แกนนำบางคนกล่าวอ้างโดยมีหลักฐานการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ชัดเจน

    ต่อมา เวลา 15.00 น. ก่อนเริ่มการชุมนุมของม็อบทะลุฟ้า 1 ชม. ตำรวจควบคุมฝูงชนปิดการจราจรบริเวณถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกนางเลิ้งฝั่งมุ่งหน้าไปยังสะพานชมัยมรุเชฐ และทำเนียบรัฐบาล นำรั้วลวดหนามหีบเพลงและแผงรั้วเหล็กมาตั้งแนวสกัดม็อบขวางถนนพิษณุโลกฝั่งขาเข้าและออกถึง 2 ชั้น ทั้งหน้าอาคารบางกอกรอยัลเจมส์ และหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รวมทั้งนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือจีโน่ 2 คัน มาจอดเตรียมพร้อม โดยมีตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมอุปกรณ์ยืนประจำการอยู่บนสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยฯ บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลมีการตั้งตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวสกัดหลายจุด อีกทั้งปิดเส้นทางจราจรทุกสายที่มุ่งหน้าไปทำเนียบฯ

    ทั้งนี้ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้านำโดยนายนวพล ต้นงาม และนายทรงพล สนธิรักษ์ นัดหมายแนวร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี เป้าหมายเคลื่อนมวลชนบุกทำเนียบฯ ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก 2.เขียน รธน.ใหม่โดยประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันให้ อยู่ภายใต้ รธน. และ 4.ปฏิรูปตุลาการ คืนสิทธิ์ในการประกันตัวผู้ที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินคดี นอกจากนี้กลุ่มทะลุฟ้ายังเชิญชวนมวลชนนำสีแดงชนิดล้างไม่ออกและให้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตามาด้วย

    ส่วนบรรยากาศบริเวณแยกยมราช มวลชนเสื้อแดงทยอยมารวมตัว มีการจัดแสดงดนตรีของกลุ่มศิลปินเพลง นำโดยนายโชคดี ร่มพฤกษ์ นอกจากนี้มีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย เดินทางมาร่วมด้วย ระหว่างรอมวลชนทยอยมาสมทบ ผู้ชุมนุมนำผ้าดิบผืนยาวที่เขียนข้อความเรียกร้องวางบนถนน และนำจรวดขวดน้ำในแบบที่ใช้ในการเรียนวิทยาศาสตร์มาเตรียมไว้ นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูนทะลุฟ้า กล่าวว่า สีแดงที่สื่อถึงเลือดของประชาชนที่เสียชีวิตเพราะความล้มเหลวในการบริหารและแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ของรัฐบาล และไม่หวั่นที่จะถูกสลายชุมนุม ต่อให้สลายอีกกี่ครั้งก็จะต้องเดินหน้าสู้ ฝากตำรวจต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนไม่ใช่มาสลายชุมนุม หากประชาชนชนะระวังจะไม่มีที่ยืนในสังคม มวลชนเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อแกนนำม็อบทะลุฟ้า อาทิ นายนวพล ต้นงาม เริ่มสลับกันเปิดปราศรัยปลุกเร้ามวลชนชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดในการบริหารประเทศของรัฐบาลตลอด 7 ปี ทั้งการเขียน รธน. สืบทอดอำนาจ และการใช้ ม.112

    จนกระทั่งเวลา 17.00 น. กลุ่มทะลุฟ้าเริ่มเคลื่อนขบวนทั้งในแบบเดินเท้าและรถ จยย.มุ่งหน้าไปยังแยกนางเลิ้ง บีบแตรสลับการตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ไปตลอดทาง พอขบวนมวลชนไปถึงแยกนางเลิ้งไม่สามารถไปต่อได้เพราะติดแนวรั้วลวดหนาม กลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดฉากยิงจรวดขวดแรงดันน้ำข้ามแนวลวดหนามเข้าใส่เจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อน จากนั้นระดมขว้างถุงบรรจุสีแดงที่เตรียมมานับร้อยถุงและขว้างพลุควัน ฝ่ายตำรวจประกาศเตือนให้ยุติโดยไม่ตอบโต้ สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงเมื่อผู้ชุมนุมวัยรุ่นส่วนหนึ่งเข้ารื้อรั้วลวดหนามสลับกับยิงหนังสติ๊กลูกแก้วและประทัดใส่แนวตำรวจ

    ฝ่ายเจ้าหน้าที่ประกาศต่อเนื่องให้ยุติแต่ผู้ชุมนุมไม่ถอย เวลา 17.25 น. ตำรวจเริ่มใช้รถฉีด น้ำเปล่าแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมตอบโต้ยิงด้วยพลุสีอีก ตำรวจจึงใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำสีฟ้าที่ผสมแก๊สน้ำตา และต้องยิงแก๊สน้ำตา ถึงเวลา 18.00 น. กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนชุดเคลื่อนที่เร็วประกอบด้วย รถ จยย.และรถกระบะนับสิบคันมีอาวุธปืนลูกซอง กระสุนยาง พุ่งเข้าตลบด้านหลังม็อบด้านแยกเทวกรรมและถนนนครสวรรค์ เข้าสลายมวลชนชนิดที่ไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ทั้งหมดต้องถอยร่นหนีแตกกระเจิงไปทางแยกยมราช ตำรวจเข้ายึดแยกนางเลิ้งทันที การชุมนุมยุติภายในเวลา 1 ชม. ส่วนที่บริเวณแยก สามเหลี่ยมดินแดง ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตรึงกำลังไว้บริเวณใต้ทางด่วนดินแดงและพื้นที่ใกล้เคียง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.00 น. ตำรวจเปิดการจราจรจากแยกเทวกรรมได้ตามปกติ สำหรับในวันที่ 26 ก.ย. เจ้าหน้าที่ได้จับตากลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มีการนัดหมายแนวร่วมจัดชุมนุม “ครบรอบ 1 ปี ความจริงสู่ความหวัง” ในรูปแบบนิทรรศการและ Art Show ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน ในเวลา 16.00 น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุมม็อบวันนี้ม็อบ 25 กันยาทะลุฟ้าทำเนียบรัฐบาลม็อบ 25 กันยา หยุดราชวงศ์ประยุทธ์ม็อบทะลุฟ้าไล่ประยุทธ์ม็อบ 25 กันยายนม็อบ 25 กยข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 22:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์