“ประยุทธ์” โดดหอคอยงาช้าง “แก้ลำ” ห่างเหินส.ส. : ลุยคลุกฝุ่น ตุนฐานการเมือง

ข่าว

    “ประยุทธ์” โดดหอคอยงาช้าง “แก้ลำ” ห่างเหินส.ส. : ลุยคลุกฝุ่น ตุนฐานการเมือง

    ทีมข่าวการเมือง

      26 ก.ย. 2564 06:30 น.

      ฝนตกชุก แต่น้ำเหนือเขื่อนหลักยังปริมาณน้อยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการันตี ไม่เกิดเหตุอุทกภัยเหมือนปี 2554

      แต่ที่น่าห่วงกว่าคือ “น้ำการเมือง” ตามท้องเรื่อง พี่ๆน้องๆแย่งซีนกันเดินสายตรวจสถานการณ์น้ำ ด้านหนึ่ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นำคณะไปจังหวัดเพชรบุรี ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขนทีมใหญ่ไปจังหวัดอยุธยา

      โปรแกรมซ้อน วันเวลาเดียวกันต่างคนต่างไป เหมือนไม่ได้นัดหมาย

      แต่ที่นัดกันแน่ๆก็คือขบวน ส.ส.ตามแห่ อย่างที่เป็นข่าว เอาจริงเอาจังถึงขั้นเช็กชื่อ ฝั่งหนึ่ง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไล่เช็ก ส.ส.รายตัว ใครจะร่วมทีมกับ พล.อ.ประวิตร ขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็เกณฑ์ไพร่พลในสังกัดร่วมทริปกับ พล.อ.ประยุทธ์

      ถึงจุดวัดพลัง เบ่งตัวเลข แบ่งข้าง “นายใคร–นายมัน”

      ย้อนแย้งกับสคริปต์หวานๆที่ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” ยืนยันเสียงแข็ง ให้ตายจากกัน เรา 3 ป. ถึงจะเลิกรักกันเช่นเดียวกับบทหวานๆที่ “น้องเล็ก” อย่าง “บิ๊กตู่” การันตี 3 ป. รักกันเหมือนพี่น้องสายเลือดเดียวกัน

      ยากที่จะเสี้ยมให้ 3 ป. แตกกัน

      ที่แน่ๆตามรูปการณ์ พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์นับหัว ส.ส.ที่แห่ไปกับคณะ พล.อ.ประวิตร ถึง 55 คน ขณะที่โผล่ไปแจมกับคณะ พล.อ.ประยุทธ์ หร็อมแหร็มแค่ไม่ถึง 10 คน

      ยุทธการยึดค่ายพลังประชารัฐไม่ใช่งานง่าย

      ไฟต์บังคับของ “บิ๊กตู่” ที่ต้องใช้ค่าย พปชร.

      เป็นฐานการเมือง การันตีเสียงในสภา ถูกสกัดโดย “บิ๊กป้อม” ที่แสดงอาการแข็งขืน ยืนเป็นปราการใหญ่ปกป้อง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค และ “มาดามบิ๊กอาย” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน เหรัญญิกของค่าย

      “พี่ใหญ่” ไม่ล้างบางทีมกบฏ ปล่อยไว้เป็นหอกข้างแคร่ “น้องเล็ก”

      ในเครื่องหมายคำถาม พี่น้อง 3 ป. รักกันยังไง ภายใต้ คมดาบที่ซ่อนไว้ข้างหลัง

      แน่นอน ตามปรากฏการณ์เช็กขุมพลังเบื้องต้น

      ฝ่าย “พี่ใหญ่” ถือแต้ม ส.ส.เหนือกว่าชัดเจน เพราะเปิดบ้านป่ารอยต่อฯแจกกล้วยกองกลาง เลี้ยงลิงมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยมี “ผู้กองนัส” เป็นคนต้อนลิงด้วยอิทธิฤทธิ์บนดิน–ใต้ดิน จัดการจนเชื่อง

      กดปุ่มสั่งได้ แบบที่ไล่เช็กชื่อไม่มีใครกล้าเบี้ยว

      ต่างกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่บนหอคอยงาช้างตามฟอร์ม ผู้นำที่ถือตัว ตั้งแง่รังเกียจนักการเมืองน้ำเน่า สภาพจึงไม่มี ส.ส.กล้าเข้าใกล้ ในเมื่อทำตัวห่างเหินกับพรรค ก็น้อยคนที่รัก ไม่มีใครให้ใจ

      ผู้นำเพิ่งคลุกฝุ่น ขยันลงพื้นที่ ปั่นแต้มยังไงก็ไม่ทัน “พี่ใหญ่”

      ไม่แปลกกับตัวเลขที่ห่างกันหลายเท่า ภาพ ส.ส.รุมล้อม พล.อ.ประวิตรที่จังหวัดอยุธยา กับฉาก ส.ส.บางตาไปโผล่อยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ที่จังหวัดเพชรบุรี

      แต่สงครามเพิ่งเริ่ม อย่าเพิ่งนับแต้ม ส.ส.

      มันยังเป็นแค่เกมโชว์ของ ประลองพลังระหว่าง “ผู้กองนัส” ที่ทำให้เห็นถึงกำลังภายใน “เหนือชั้น” กว่า “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่เคลมเล่นบทมือประสานของนายกฯ หลายขุม

      แค่ลิ่วล้อตบหน้ากัน ยังวัดสัญญาณอะไรไม่ได้

      ต้องจับตากันต่อในคิวยาวๆ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ วางโปรแกรมเดินสายลงพื้นที่ต่อเนื่อง เลือกปักหมุดในจังหวัดของทีมสวามิภักดิ์ จากนี้ก็จะไปที่จังหวัดสุโขทัย เพชรบูรณ์ฯลฯ

      ผู้นำลุย “คลุกฝุ่น” ตามยุทธศาสตร์ตุนแต้ม ส.ส.ให้ได้มากสุด

      และจุดเปลี่ยนมันอยู่ที่ “ตู้เสบียงขนกล้วย” ตามปรากฏ การณ์หลังสกัดกบฏคว่ำ “บิ๊กตู่” ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ คอนเฟิร์มสปอนเซอร์ใหญ่ขนกองกลางไปไว้ที่ตึกไทยฯแทนที่บ้านป่ารอยต่อฯ

      ตามโปรโมชัน “กล้วย 7 หวี” แจกไปแล้ว 5 หวียังเหลืออีก2

      ถึงเวลากดปุ่ม เชื่อเถอะว่า ส.ส.ต้องวิ่งรุมตามแห่ พล.อ.ประยุทธ์ นับหัวกันไม่ทัน

      แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามโจทย์สถานการณ์บังคับ ด้วยสภาพของนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจคุม ครม.แต่ยังไม่มีพลังมากพอในการคุมเสียงโหวตในสภา

      สถานะ “ขาลอย” ผู้นำเสี่ยงโดนสอยในเกมโหวตได้ทุกเวลา

      ไม่ต้องมองไปไกลไปถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แค่กฎหมายปกติ ตามคิวที่ ครม.ต้องนำเสนอร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯเข้าสภา ก็ยังเสี่ยงแบบที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยอมรับ ถ้าโดนคว่ำ รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก

      นั่นให้ทำ ศบค.ต้องลาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯต่อไปอีก 2 เดือน อ้างร่าง พ.ร.ก.ฯ ยังไม่สมบูรณ์

      รัฐบาลไม่กล้าเสี่ยงเสนอกฎหมายปกติในห้วงเสียงในสภาแกว่ง นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงกฎหมายเกี่ยวกับการเงินที่ “บิ๊กตู่” เพิ่งไฟเขียวการกู้เงินทะลุเพดาน 70 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

      หนีไม่พ้นต้องกู้เงินมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ติดล็อกจุดเสี่ยงพลิกคว่ำในสภา

      มันก็ไม่ต้องพูดถึงความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ล่าสุดเครดิตทางเศรษฐกิจของไทยถูกหั่นโดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ปรับลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2564 ลงมาอยู่ที่ 0.8 เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 3 เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายนต้นปี

      ขณะที่โลกคืบหน้าไปไหนต่อไหน จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน กระโดดร่วมขบวนเป็นสมาชิก CPTPP เขตการค้าเสรีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก แต่ไทยตกขบวน เพราะการเมืองด้อยค่าสถานะเครดิตประเทศ

      ล่าสุดค่าเงินบาทไหลรูด อ่อนค่ามากสุดในรอบ 4 ปี

      สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จะบริหารประเทศ ประคองเศรษฐกิจปากท้องประชาชนในภาวะยากลำบากอย่างไร ในสภาพการเมืองเน่าแทรกซ้อนวิกฤติโรคระบาด

      กบฏล้อม นายกฯเสี่ยงโดนโหวตคว่ำกระดานในสภา

      ถึงนายกฯจะรอด เล่นบทตบจูบ เกี้ยเซียะทู่ซี้ กันไป แต่ประเทศชาติและประชาชนคนไทยคงไม่รอด

      เดิมพันมันสูงเกินกว่าจะผูกชะตาบ้านเมืองไว้กับผู้นำ

      ไฟต์บังคับ จำเป็นอย่างยิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยึดค่ายพลังประชารัฐ เป็นฐานอำนาจในสภาให้ได้เร็วที่สุดเพื่อรองรับการบริหารของรัฐบาล

      เพราะมันมีผลต่อความเป็นอยู่ของประเทศชาติและประชาชน

      แต่นั่นก็ต้องผจญกับแรงต้าน อาการของ พล.อ.ประวิตร ที่ไม่ยอมคายอำนาจ พปชร. แถมยังระดมเครือข่ายปักหลักแน่น ทั้งการตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค มอบให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นหัวขบวนทีมกฎหมาย ล็อกเกมอำนาจไว้หลายชั้น

      ป้องกันไม่ให้ “บิ๊กตู่” กับทีมสวามิภักดิ์ แทรกซึม ยึดค่ายง่ายๆ

      และตามเหลี่ยมเคลมอำนาจ ยึดสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการ “ผู้กองนัส” ชิงประกาศให้ลูกพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียง เตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้งในปีหน้า

      กอบกู้กระแสพรรคที่ตกต่ำ เป็นรองคู่แข่งสุดกู่

      เหมือนตั้งใจเบิ้ลบลัฟผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” บริหารไม่เข้าตาประชาชน

      ที่สำคัญจับอารมณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธตอบสื่อที่จี้ถาม เลือกตั้งรอบหน้าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในบัญชีนายกฯของ พปชร.หรือไม่

      ชัดยิ่งกว่าชัด ถ้ามี “ผู้กองนัส” อยู่ ต้องไม่มีชื่อ “บิ๊กตู่” อยู่ในบัญชี

      ซึ่งนั่นก็สวนทางหักมุม จับอาการ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ลุยคลุกฝุ่นการเมือง เดินสายลงพื้นที่ต่อเนื่อง ยอมฝืนใจทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งแง่รังเกียจ และรักษาระยะห่างจากพวกนักเลือกตั้งอาชีพมาตลอด 7–8 ปี

      นั่นแสดงถึงอาการหลงกลิ่นเกมอำนาจ “อยากไปต่อ”

      แต่มันขัดลำกับ “บิ๊กป้อม” ที่ตั้งด่านสกัด ไม่ยอมให้ยึดค่ายพลังประชารัฐ เป็นฐานอำนาจในสภา

      ทางเดียวคือ “บิ๊กตู่” ต้องเคลียร์พื้นที่ “พี่ใหญ่” เพื่อตัด “ผู้กองนัส” พ้นเสี้ยนหนาม

      ถ้า “มิชชันอิมพอสซิเบิล” ยึดพลังประชารัฐไม่ได้ ก็ฟาวล์ พล.อ.ประยุทธ์ คงต้องมองหาฐานการเมืองใหม่ ตั้งป้อมค่ายของตัวเองมารองรับ หรือซื้อหุ้นพรรคการเมืองแนวร่วม เพื่อให้ได้เสียง ส.ส.มากสุด

      ถึงจุดนี้ โจทย์ของ “บิ๊กตู่” จึงไม่ได้อยู่แค่ จะไปต่อตามพิมพ์เขียวอำนาจที่วางไว้อย่างไร ต้องเผื่อแผนสอง แผนสาม ในสถานการณ์ถ้าถึง “ทางตัน” ไปต่อไม่ได้

      ต้องคิดเรื่องลาโรง ลงหลังเสืออย่างไรให้ปลอดภัย.

      “ทีมการเมือง”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      3 ป.ประวิตร วงษ์สุวรรณประยุทธ์ จันทร์โอชาอนุพงษ์ เผ่าจินดาธรรมนัส พรหมเผ่าพลังประชารัฐทีมข่าวการเมืองวิเคราะห์การเมือง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 16:41 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์