แผนลงหลังเสือ

ข่าว

    แผนลงหลังเสือ

    ตะวัน ทรงกลด

      26 ก.ย. 2564 06:25 น.

      คนแก่ไม่กลัวเบาหวาน ผลัดกันป้อนทองหยอด “น้องเล็ก” อ้อน 3 ป. รักเหมือนพี่น้องสายเลือดเดียวกัน “พี่ใหญ่” สำทับ จำไว้ ต้องตายจากกัน 3 ป. ถึงจะเลิกรัก

      แต่หลังฉาก ลูกหาบ ไอ้ห้อย ไอ้โหน แข่งระดมพล เช็กชื่อ ส.ส. กวาดต้อนลิงในสังกัด วัดพลังไปรับ “นาย” แห่ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมคนละจังหวัด พร้อมกันในวันเดียว

      ทีมแห่ “น้องเล็ก” กับ “พี่ใหญ่” ปีนเกลียว แบ่งข้าง “นายใคร นายมัน” สถานการณ์ย้อนแย้ง พฤติการณ์ตบจูบเลือดกบปาก มันยากจะท่องบทรัก แหกตาคนดูทางบ้าน

      เรื่องของเรื่อง เมื่อไหร่จะเลิกโกหกตัวเองแค่นั้น

      วันนี้สัมพันธภาพพี่น้อง 3 ป. ไม่ใช่แค่ “ป.ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “ป.ป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ “ป.ประยุทธ์” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอีกต่อไป

      ในเมื่อมันมี “ป.แป้ง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แทรกเข้ามา

      จุดเปลี่ยนสายสัมพันธ์ ปัจจัยพลิกผันทำให้อำนาจระบอบ 3 ป. ที่ล่มหัวจมท้ายกันมาถึงจุดหักเห

      อำนาจและผลประโยชน์มันอยู่เหนือ “ข้าวหม้อเดียวกัน”

      ภายใต้เดิมพัน “ใครแพ้ตาย” ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีขุมข่าย “น้องในไส้-นอกไส้” ถูกจับเป็นตัวประกัน แค้นสุมขอน ต้องล้างบางเสี้ยนหนามให้เตียนไปข้างหนึ่ง

      ฟัดกันมาถึงตรงนี้ เซียนข้างเวทีเลือกถือหาง “บิ๊กตู่” ราคาเหลื่อมเสือเฒ่าอย่าง “พี่ใหญ่” ด้วยอำนาจรัฐ กล้วยกองกลาง ปาฏิหาริย์แห่งอำนาจ

      แต่ถึง พล.อ.ประยุทธ์จะถือไพ่เหนือกว่า มันก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ตามสภาพการณ์ปัญหาของนายกฯวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่แค่ว่าจะไปต่ออย่างไรมันอยู่ที่จะลงหลังเสือยังไงให้ปลอดภัยด้วย

      ในเมื่อไฟต์บังคับ ต้องยึดค่ายพลังประชารัฐเป็นฐานรองอำนาจในสภาให้ได้ในเร็ววัน ซึ่งมันก็ดูจะยาก เพราะต้องกำจัด “พี่ป้อม” ที่ตั้งด่านขวางลำ ทำให้ “ผู้กองนัส” สวม “หนังเสือ” กล้าปักหลักท้าสู้

      “มิชชันอิมพอสสิเบิ้ล” ที่ “น้องเล็ก” จะกล้าฆ่าพี่ นั่นเท่ากับติดล็อก นายกฯปรับ ครม.ก็ลำบาก หากกฎหมายการเงินเข้าสภายิ่งเสี่ยงคว่ำ การบริหารประเทศฝ่ามหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิดจะเดินหน้าอย่างไร

      สภาพ “บิ๊กตู่” จำต้องลากรัฐบาลต่อไป ยิ่งนานยิ่งสะบักสะบอม

      จะทิ้งไพ่ยุบสภา ก็ต้องมีหลักประกัน ฐานอำนาจรองรับลงหลังเสือต้องแน่น ครั้นจะเดินแผนให้ “เสี่ยฉิ่ง” นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่จะพ้นเก้าอี้ปลัดมหาดไทย ตั้งค่ายใหม่เป็นฐานคุ้มกัน

      ก็ไม่มีหลักประกัน ถึงเวลาจริง “ฉ.ฉิ่ง” จะตีดังหรือไม่

      โอกาสสำเร็จแบบตอนตั้งค่ายพลังประชารัฐยาก และคงไม่ทันการณ์ ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นเหตุที่มาของกระแสการดึงทีม “4 กุมาร”

      ภายใต้กำกับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” กลับมาใช้บริการ

      ทันทีทันควัน หลังศึก “ปราบกบฏ” สะเทือนมิตรภาพ 3 ป.

      เพราะผู้นำเพิ่งซึ้งถึงแก่น “สมคิด” คือทีมเดียวที่ช่วยตั้งฐานการเมือง และประคองเกมบริหาร แต่มันคงยากที่จะชักเข้าชักออกใน ครม. เหมือนเด็กเล่นขายของ

      เว้นเสียแต่ล้างไพ่ เปลี่ยนหมากกระดานใหม่ เร็วๆนี้นายอุตตม สาวนายน อดีตขุนคลัง อดีตหัวหน้าค่ายพลังประชารัฐ เตรียมตัดริบบิ้นพรรคการเมืองป้ายแดง

      ไลน์ยังไม่บล็อก “บิ๊กตู่” กับ “สมคิด” และ “สี่กุมาร” ก็ยังโอเค ต่อสายกันเป็นระยะ

      ไม่ใช่เซอร์ไพรส์ ถ้า “บิ๊กตู่” จะเลือกเอี่ยวกับค่ายใหม่ของ “สี่กุมาร”

      ณ จุดที่ผู้นำยังมี “ไพ่ตาย” ใบสุดท้าย กดปุ่ม “ยุบสภา” ก็ยังได้เป็นผู้นำรักษาการหลายเดือน ก่อนเลือกตั้งใหม่ ทั้งอำนาจรัฐ แรงดึงดูดเสบียงจากกลุ่มทุน โอกาสยังเอื้อให้ตุนความได้เปรียบ

      แทงไพ่หลายหน้า ตุนแต้มต่อเหนือคู่แข่ง ทอนกำลังกบฏ

      เวลายังพอมีในการเดินหมาก ถ้าหาก

      ไปต่อได้ก็ลุย แต่ถ้าทางตันก็ต้องวางแผนอารักขาความปลอดภัยให้ตัวเองที่เล่นบทตลกหลวงมา 7 ปี หากถึงจุดต้องลาโรง

      ลงหลังเสือแล้วต้องไม่โดนหมารุมฟัด.

      “ตะวัน ทรงกลด”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      3 ป.ประวิตร วงษ์สุวรรณอนุพงษ์ เผ่าจินดาประยุทธ์ จันทร์โอชาพลังประชารัฐธรรมนัส พรหมเผ่าตะวัน ทรงกลดสับรางวันอาทิตย์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 05:07 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์