“เสี่ยเฮ้ง” เฉ่งป้ายสี เลื่อยเก้าอี้รัฐมนตรี ปฏิเสธชง 2 ส.ส.นั่งรัฐมนตรีช่วย

ข่าว

    “เสี่ยเฮ้ง” เฉ่งป้ายสี เลื่อยเก้าอี้รัฐมนตรี ปฏิเสธชง 2 ส.ส.นั่งรัฐมนตรีช่วย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    25 ก.ย. 2564 05:25 น.

    “เสี่ยเฮ้ง” ฉะคนตีข่าวเขย่าเก้าอี้ รมต. ปัดชงชื่อ ส.ส.ใส่มือ “บิ๊กตู่” ยันมีมารยาทพอ “ไผ่” โต้ลั่นหลังมีชื่อเป็นแคนดิเดตไม่เคยได้ยิน “ผู้กองนัส” พูดกระแสพรรคตก แต่ยอมรับต้องปรับให้เข้ารูปเข้ารอย ทีมงานสามมิตรรอจัดใหญ่ ขนขบวน ส.ส.รอรับ “ลุงตู่” ตะลุยสุโขทัย เปลี่ยนโปรแกรมจากโคราชไปชัยภูมิ ศิษย์เก่าเตรียมทหารปัดชงชื่อ “ธรรมนัส” รับรางวัล “จักรดาว” ปรับระเบียบใหม่ ไม่ให้ฝ่ายการเมืองแล้ว พท.เย้ย “ลุงตู่” ลงพื้นที่ถี่ยิบ เหตุผวาขาเก้าอี้สั่นคลอน จ่อฟ้อง กลับ “สนธิญา” แจ้งเท็จ ไม่เคยอัดฉีดม็อบ

    จากกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ สั่ง ส.ส.เร่งปั่นผลงานสร้างฐานความนิยมขึ้นมาใหม่ หลังกระแสของพรรคตกตํ่าหนักนั้น ล่าสุด นายไผ่ ลิกค์ รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ออกมาโต้ว่าไม่เคยได้ยินประโยคดังกล่าว ยืนยันพรรคพลังประชารัฐไม่เคยกลัวแพ้ แต่ต้องปรับให้เข้ารูปเข้ารอย

    “เฮ้ง” ฉะคนเขย่าเก้าอี้ รมต.

    เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเรียกประชุม กก.บห.พรรค เพื่อทบทวนตำแหน่งรัฐมนตรีที่เป็นโควตาของพรรคทั้งหมด รวมถึงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ว่ายังไม่ทราบ ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ เป็นความคิดของคนบางกลุ่มเท่านั้น พรรคไม่ได้มีแค่กรรมการบริหารพรรค แต่ยังมี ส.ส.อีกตั้งร้อยกว่าคน กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค เพิ่งคุยกับท่าน ไม่มีอะไร คนให้ข่าวก็ต้องสร้างข่าวของเขาไป เป็นเรื่องปกติ ส.ส.ในพรรคคุยกับตนทุกคน มีเพียงบางคนเท่านั้นที่อาจคิดอะไรอยู่ แต่สุดท้ายก็เป็นเรื่องของเขา ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เมื่อถามว่า ติดใจต่อกระแสข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับตัวเองหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ตนทำอะไรที่บกพร่องในหน้าที่หรือเปล่า ไปดูสิว่าทำอะไรบ้าง

    ปัดชงชื่อ ส.ส.มีมารยาทพอ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวเสนอชื่อ ส.ส.ให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พิจารณาปรับ ครม. ข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร นายสุชาติตอบว่า ไม่รู้เอาข่าวจากไหนมา แต่ตนมีมารยาทพอไม่ใช่คนแบบนั้น เคารพและอยู่กับ พล.อ.ประวิตรตลอด ไม่เคยคุยเรื่องนี้ทั้งกับพล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์แม้แต่ครั้งเดียว แล้วจะได้ประโยชน์อะไรกับการเสนอรายชื่อดังกล่าว เป็นลูกหรือเป็นครอบครัวตนหรือไม่ ฉะนั้นมันไม่ใช่ มันไม่เมกเซ็นส์ เสนอไปแล้วได้อะไร เมื่อถามถึงกรณีนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร รองเลขาธิการพรรคพปชร. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน ส.ส.พรรค แต่ละพื้นที่เพื่อร่วมคณะต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ นายสุชาติตอบว่า ต้องถามหัวหน้าพรรคก่อน เพราะเป็นเรื่องของพรรค ไม่อยากออกความเห็นเรื่องนี้ ส่วนภารกิจนายกฯที่ จ.สุโขทัย วันที่ 26 ก.ย.ไม่ได้ติดตามไปด้วยเพราะไม่ได้มีภารกิจในเรื่องของการท่องเที่ยว หรือเกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน

    “ไผ่” โต้ลั่นมีชื่อเป็นแคนดิเดต

    นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่ออยู่ในข่ายอาจถูกเสนอเป็นรัฐมนตรีว่า ไม่มีใครมาพูดอะไร พูดไปเรื่อยเปื่อย ยังไม่มีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นอำนาจนายกฯจะเอาใครไว้ หรือจะเอาใครเข้า ตามที่หัวหน้าพรรคแจ้งว่าพรรคมีหน้าที่เสนอนายกฯไม่ชอบเราก็เปลี่ยนคน แต่ส่วนนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่เรา ไม่สามารถไปสั่ง ครม.ได้ เป็นหน้าที่ของนายกฯโดยตรงจะไปก้าวก่ายไม่ถูกต้อง และไม่เคยได้ยินว่า ร.อ.ธรรมนัสพูดในที่ประชุมพรรคถึงความนิยมที่อยู่รั้งท้าย หรืออาจจะแพ้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งสมัยหน้า ให้เร่งสร้างผลงาน เชื่อว่าพรรคก้าวไกลไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง การเมืองทุกวันนี้แยกกันชัดเจน พลังประชารัฐไม่ได้กลัวแพ้ ตอนนี้เหลือเวลาอยู่ปีกว่าก็ต้องปรับให้เข้ารูปเข้ารอย

    ย้ำนายกฯลงพื้นที่ให้เห็นด้วยตา

    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุโขทัย วันที่ 26 ก.ย. เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ได้รับผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำแม่ม่อมล้นอ่างจากฝนตกหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมพบปะประชาชนและมอบปัจจัยทางการเกษตรให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เพาะปลูก การลงพื้นที่ต่อเนื่องในช่วงนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารน้ำด้วยตนเอง เพิ่มเติมจากที่หน่วยงานรายงาน รวมทั้งหาโอกาสพบปะพูดคุยกับ ส.ส.ในพื้นที่ ประชาชน เกษตรกร เพราะต้องการทราบความต้องการจากประชาชนโดยตรง นำมาสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยเฉพาะการเยียวยาความเสียหายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

    แก้เคล็ดไหว้หลวงพ่อสามพี่น้อง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ จ.สุโขทัย วันที่ 26 ก.ย. หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะเดินทางต่อไปยังวัดบ้านซ่าน ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง เพื่อสักการะหลวงพ่อสามพี่น้อง และหลวงพ่อขาว ที่ชาวบ้านสักการบูชา พร้อมพบปะประชาชนและมอบปัจจัยทางการเกษตรให้กับผู้แทนเกษตรกรจำนวน 500 ชุด ก่อนเดินทางกลับ กทม. ส่วนกำหนดการลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 29 ก.ย. ล่าสุดอาจมีเปลี่ยนแปลงไปเป็น จ.ชัยภูมิแทน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยหนักกว่า ที่ จ.
    นครราชสีมา มีหลายหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว ทั้งนี้ จ.ชัยภูมิ มี ส.ส.พลังประชารัฐ 2 คน คือนายเชิงชาย ชาลีรินทร์ และนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส่วน จ.นครศรีธรรมราช ยังคงเป็นวันที่ 30 ก.ย.

    กลุ่มสามมิตรจัดใหญ่รับคับคั่ง

    ทั้งนี้ คณะที่จะร่วมลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กก.บห.พรรค แกนนำกลุ่มสามมิตร นำทีม ส.ส.ทั้งจากสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง
    ได้แก่ จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก และชัยนาท ไปร่วมต้อนรับด้วย เนื่องจาก จ.สุโขทัย ถือเป็นบ้านเกิดของนายสมศักดิ์ และเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มสามมิตร จึงปรากฏภาพบรรดาแกนนำและ ส.ส.ในกลุ่มเตรียมมาร่วมต้อนรับคณะของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างคับคั่ง

    ปัดชง “ธรรมนัส” รับ “จักรดาว”

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังมีกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แจ้งความจำนงไม่ขอรับรางวัลเกียรติยศจักรดาวนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารระบุว่ารางวัลเกียรติยศจักรดาวมี 3 ประเภท คือ 1.รางวัลจักรดาวสดุดี คือผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสนาม 2.ตัวแทนแต่ละรุ่นส่งชื่อตัวแทนเข้ามา และ 3.โดยตำแหน่ง ซึ่งในประเภทที่ 2 และ 3 นี้ ทางคณะอนุกรรมการสรรหาศิษย์เก่าดีเด่นต้องเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวให้คณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร (บอร์ดใหญ่) พิจารณา ที่ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลนั้น ทางคณะอนุกรรมการสรรหาศิษย์เก่าดีเด่นยังไม่มีการเสนอชื่อให้บอร์ดใหญ่พิจารณา
    ปรับระเบียบงดฝ่ายการเมือง 

    นอกจากนี้ มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารได้ปรับระเบียบว่าด้วยการรับรางวัลเกียรติยศจักรดาวเมื่อประมาณเดือน เม.ย.2564 ระเบียบที่ออกมาใหม่ไม่มีฝ่ายการเมืองแล้ว โดยในที่ประชุมของมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารมีความเห็นร่วมกันไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ขอให้ตัดออก แต่ยังคงตำแหน่งสูงสุดข้าราชการที่เป็นพลเรือนของปลัดกระทรวง เลขา สมช. ถือว่ามีคุณสมบัติ โดยจะเริ่มใช้ในการประกาศรางวัลเกียรติยศจักรดาวในปี 2565 ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัสจะรับหรือไม่รับไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาวโดยตำแหน่งอยู่แล้ว

    พท.เย้ย “ลุงตู่” ผวาขาเก้าอี้สั่น

    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การวางคิวลงพื้นที่อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีเวลาเกือบ 8 ปี ไม่เคยคิดลงพื้นที่ถี่ขนาดนี้ โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโควิดที่วิกฤติหนักสุด ประชาชนเรียกร้องให้ใส่ชุดพีพีอีลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน แต่ก็ไม่ไป จนถูกแซวว่าเป็นนายกฯเวิร์กฟรอมโฮม แต่พอมีสถานการณ์ที่เป็นภัยความมั่นคงต่อเก้าอี้ของตัวเอง พล.อ.ประยุทธ์ถึงลุกขึ้นมาลงพื้นที่ท่ามกลางวิกฤติความขัดแย้งระหว่างผู้นำรัฐบาลกับหัวหน้าพรรคแกนหลักของรัฐบาล แม้แต่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐยังลำบากใจว่าจะเลือกไปต้อนรับใครดี จึงมองว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร เขาดูออกว่าเป็นการลงพื้นที่ประลองกำลังกันเอง แม้แต่ ส.ส.พลังประชารัฐยังไปต้อนรับน้อย เลยแก้เขินด้วยการลงพื้นที่ถี่ยิ่งขึ้น วิธีคิดยึดเอา
    แต่ประโยชน์การเมืองของตัวเองเป็นสำคัญ

    ตอกย้ำภาพนักกู้ก่อหนี้ 12 ลล.

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมา กู้เงินทุกปี แต่ไม่ช่วยให้ประเทศดีขึ้น กู้เงินมาแจกแต่ไม่สามารถกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ ช่วง 2-3 ปีมานี้ ภาคเอกชนไม่มีการลงทุนเพิ่ม การลงทุนจากภาครัฐก็น้อยมาก การกู้เงินรอบใหม่หากรัฐบาลยังใช้เพียงกระดาษแผ่นเดียวมาขอกู้ พรรคฝ่ายค้านจะไม่ให้ความเห็นชอบ มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมกู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาท ต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้อะไรบ้าง ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านไม่คัดค้านการกู้เงิน เพราะคาดหวังว่ารัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น ให้พี่น้องอยู่ดีกินดี แต่สุดท้ายเงินที่กู้มาหายไปกับโครงการเอื้อกลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนใกล้ชิด จนถึงวันนี้รัฐบาลสร้างหนี้ให้กับคนไทยประมาณ 12 ล้านล้านบาท ต้องใช้หนี้กันนานกว่า 3 ชั่วอายุยังใช้ไม่หมด ขณะที่นักลงทุนไม่กล้าลงทุนกับรัฐบาลชุดนี้

    ผู้นำหมดสภาพผิดพลาดตลอด

    นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมขยายเพดานหนี้สาธารณะจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 70 ของจีดีพี เพื่อให้รัฐบาลก่อหนี้เพิ่มได้อีก 1.2 ล้านล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าหมดสภาพแล้ว หลายปีที่ผ่านมาบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดมาตลอด ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่รับรู้ถึงความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแต่ไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้เศรษฐกิจพังทั้งระบบ ยังมีข้อครหาใช้เงินกู้ไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มการเมือง โดยที่รัฐบาลชี้แจงไม่ได้ ส่งผลให้ประชาชนหมดศรัทธาในตัว พล.อ.ประยุทธ์นานแล้ว รัฐบาลใช้เผด็จการรัฐสภาพวกมากลากไป ตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลนำเงินกู้ไปใช้ในโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์

    “ศรัณย์วุฒิ” โผล่กราบ “ชวน”

    ช่วงสายที่ศาลากลาง จ.อุตรดิตถ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อสังคมและการศึกษา นำคณะลงพื้นที่มอบหน้ากากอนามัย และหน้ากากอนามัยเพื่อเด็ก จุดละ 2,000 ชิ้น พร้อมตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย น้ำท่วม มีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ชาวบ้านและส่วนราชการมารอต้อนรับ ปรากฏว่ามีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทยมายืนรอรับด้วย โดยนายศรัณย์วุฒิได้ก้มไหว้นายชวนอย่างนอบน้อมตั้งแต่เดินลงจากรถ พร้อมกราบขอบคุณนายชวนที่ให้ชี้แจงในที่ประชุมสภาฯ ประกาศให้โลกรู้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร และวันนี้นำปลากระป๋อง 500 กระป๋อง มาม่า 1,140 ซอง พัดลม 20 ตัว น้ำวิตามิน 480 ขวด มาร่วมบริจาคด้วย

    “โรม” ห่วงล้มกระดานแก้ รธน.

    นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ส่งเรื่องถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทบทวนบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ ที่อาจมีความขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 92, 93, 94 และ 105 อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุดลงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้มีความประหลาด สะท้อนถึงความไม่รอบคอบ ไม่เข้าใจว่าจริงๆเจตนารมณ์คืออะไรกันแน่ ยังมีข้อสงสัยว่าสรุปแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกลงจะให้เป็นบัตร 2 ใบ แบบโมเดลปี 2540 หรือให้มีการคิด ส.ส.พึงมีแบบรัฐธรรมนูญ 2560 เท่าที่ได้ยินมามีความเป็นไปได้ว่าฝ่ายรัฐบาลต้องการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญอีกรอบ ในสมัยประชุมหน้า จึงอาจมีการยื่นเพื่อแก้ไขส่วนอื่นๆเพิ่มอีก กังวลว่าสุดท้ายจะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่พรรคก้าวไกลจะไม่ใช้วิธีนี้ แต่จะมีปัญหาว่านายกฯจะนำขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่ เพราะหากคำถามนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ อาจเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญรอบใหม่ก็ได้ ยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จหรือไม่

    จ่อฟ้องกลับ “สนธิญา” แจ้งเท็จ

    วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ กรณีมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย มีเนื้อหาสรุปว่า ตามที่นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย โดยข้อมูลที่นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุทำนองว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้ทุนกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองนั้น การที่นายสนธิญานำเพียงข้อความบนเฟซบุ๊กไปร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย เป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เพียงพอก่อนนำไปร้อง แสดงให้เห็นว่านายสนธิญามีเจตนากลั่นแกล้ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตามกฎหมายกับนายสนธิญาเช่นกัน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 101 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

    ยันยึดสันติไม่เคยอัดฉีดม็อบ

    แถลงการณ์ระบุด้วยว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย และต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาตลอด แต่พรรคยึดหลักสันติวิธี ไม่นิยมการใช้ความรุนแรงใดๆ ยืนยันว่าไม่เคยมีนโยบายหรือให้เงินทุนสนับสนุนผู้ชุมนุมกลุ่มใด แต่ด้วยความเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก การที่จะมีสมาชิกพรรคคนใดไปร่วมชุมนุมหรือสนับสนุนการชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล และความรับผิดชอบส่วนตัว ที่ผ่านมาไม่เคยมีสมาชิกผู้ใดไปกล่าวอ้างว่ากระทำในนามพรรค ดังนั้นการที่นายสนธิญายื่นคำร้องต่อ กกต. โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในส่วนของพรรคพร้อมจะชี้แจงและไม่รู้สึกกังวลใดๆ เพราะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองและคุ้มครองไว้ และถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนมีความตื่นตัวแสดงออกซึ่งความคิดเห็น และข้อเรียกร้องทางการเมือง อันเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสากล โดยพรรคได้ต่อสู้ทางการเมืองอยู่ในระบบ ไม่เคยใช้วิธีการใดที่จะเป็นการผิดกฎหมาย

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หาเสียงพรรคพลังประชารัฐสุชาติ ชมกลิ่นธรรมนัส พรหมเผ่าลงพื้นที่ข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 07:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์