ฟัง "บิ๊กน้อย" ขุนพลคู่ใจ "บิ๊กป้อม" อาสาปักธงนำ พปชร.สู่ชัยเลือกตั้ง

ข่าว

    ฟัง "บิ๊กน้อย" ขุนพลคู่ใจ "บิ๊กป้อม" อาสาปักธงนำ พปชร.สู่ชัยเลือกตั้ง

    ไทยรัฐออนไลน์

    23 ก.ย. 2564 08:41 น.

    • "บิ๊กป้อม" ปรับกลยุทธ์หลัง "นายกฯ" ปลด "ธรรมนัส-นฤมล" ออกจาก รมต. จนมีการมองไปสู่ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง 3 ป.
    • ชิงเปิดตัว "บิ๊กน้อย" ขุนพลคู่จาก ตท.11 น้องเลิฟจากบ้านป่ารอยต่อ ขึ้นนั่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางข่าวลือ ยึดพรรค คานอำนาจ "บิ๊กตู่"
    • "บิ๊กน้อย" เปิดใจมาช่วย "พี่ป้อม" ไม่หวังอะไร ต้องการมีความรักใคร่ สามัคคี และมุ่งสู่การชนะการเลือกตั้ง และเชื่อว่า "บิ๊กป้อม" กับ "บิ๊กตู่" ไม่มีความขัดแย้ง อยู่ด้วยกันมา 40 กว่าปี


    บรรดานายทหารเบอร์ใหญ่ต่างรู้ดีว่า ในแวดวงน้องรัก "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นอกจากจะมี "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยแล้ว ชื่อของ "บิ๊กน้อย" พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็อยู่ในลำดับต้นๆที่ "พี่ป้อม" เลิฟมาก และเกรงใจ รวมทั้งสามารถพูดคุย 

    ยิ่งนาทีนี้ พล.อ.วิชญ์ ถือว่าขึ้นหม้อสุดในบรรดาน้องเลิฟ เพราะในวงข้าวทุกกลางวันหาก พล.อ.ประวิตร เข้าบ้านรอยต่อฯ ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ในโต๊ะนั้นจะมี พล.อ.วิชญ์ อยู่ด้วยทุกครั้งไป นอกจากจะเรียกเสียงฮา ได้สาระ เสริมความรู้ แบบคุยได้ทุกเรื่อง จบในโต๊ะ ไร้ซึ่งความลับต่อกัน

    จึงทำให้นายทหารรุ่นน้องจาก ตท.11 ผู้นี้ได้รับการไว้วางใจอย่างมากจาก "พี่ใหญ่" ด้วยอุปนิสัยส่วนตัวของ พล.อ.วิชญ์ ที่ชอบอยู่เบื้องหลัง อยู่แบบเงียบๆ และด้วยมาดอันสุขุม จึงถูกชะตากับ พล.อ.ประวิตร ยิ่งนัก และหากวันใดที่บ้านป่ารอยต่อฯ ขาด พล.อ.วิชญ์ วันนั้นก็จะดูเงียบเหงา เพราะทุกครั้งเมื่อ "บิ๊กป้อม" มีเรื่องเครียด กลุ้มใจ อารมณ์ไม่ดี "บิ๊กน้อย" ก็จะมีวิธีการทำให้บรรยากาศคลายลง เรียกเสียงหัวเราะ และสร้างความสบายใจ รวมถึงสามารถหาคำตอบได้ในทุกเรื่อง

    และสถานการณ์ล่าสุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ปลดกลางอากาศ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ออกจากตำแหน่งโดยไม่มีหารือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จนมีการจับตามองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เกิดความขัดแย้ง กับพล.อ.ประวิตร หรือไม่

    เพราะ ร.อ.ธรรมนัส ยังนั่งในตำแหน่ง เลขาฯ พรรคพลังประชารัฐ และนางนฤมล ก็เป็นผู้คุมเงิน ในตำแหน่งเหรัญญิกพรรค จึงถือเป็นมือขวาและมือซ้ายของ พล.อ.ประวิตร ที่มีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐ จนเหมือนทำให้ พล.อ.ประวิตร เกิดเสียหน้า มองไปถึงเป็นการลดอำนาจ และบารมีของพี่ใหญ่หรือไม่

    ซึ่งการปลดครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่า ร.อ.ธรรมนัส เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มนายกฯ ซื้อการโหวตของ ส.ส.พปชร. ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ เมื่อกันยายนที่ผ่านมา แม้ต่อมา พล.อ.ประวิตร จะยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นแค่ข่าวลือ ไม่มี ส.ส.พปชร.จะโหวตล้มนายกฯ ก็ตาม

    แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เชื่อ และยอมรับคำขอโทษจาก ร.อ.ธรรมนัส เพราะยังคาใจ และไม่พอใจ ในคำพูดของ ร.อ.ธรรมนัส

    จนมีการมองว่าประเด็นดังกล่าว อาจนำไปสู่รอยร้าวในใจของ พี่น้อง 2 ป. ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร ที่ยังคาใจกันลึกๆ จนในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ ยอมง้อ และเคลียร์ใจกับ พล.อ.ประวิตร และประกาศต่อหน้าสื่อว่า "พี่น้องไม่มีวันแตกแยก"

    กระทั่งไม้เด็ด พล.อ.ประวิตร ในฐานะ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ปรับกลยุทธ์ วางแผนเปลี่ยนการบริหารในพรรคเพื่อกระชับอำนาจ ด้วยการประกาศแต่งตั้ง "บิ๊กน้อย" พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ คนใหม่แทน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จึงเกิดคำถามที่มาที่ไป

    แม้แต่คอการเมืองต่างพยายามอ่านหมากที่ พล.อ.ประวิตร ดัน พล.อ.วิชญ์ ขึ้นสู่เก้าอี้ทางการเมืองครั้งแรก เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในพรรคพลังประชารัฐ ก็เหมือนเสริมทัพให้มีบทบาทในการขับเคลื่อนเพื่อรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง และสร้างพรรคไม่ให้แตกความสามัคคี จนเกิดข่าวลือสะพัด "บิ๊กป้อม" จะส่ง "บิ๊กน้อย" มายึดพรรค เพื่อคานอำนาจ "บิ๊กตู่" นั้นหรือ

    และการปรากฏตัวของ พล.อ.วิชญ์ ในพรรคพลังประชารัฐ ก็ยิ่งถูกจับตา และมองว่าเป็นทายาทของ พล.อ.ประวิตร และจะเป็นหัวหน้าพรรค แทนในอนาคตหรือไม่ ทั้ง พล.อ.วิชญ์ มีความสนิทสนมกับ ร.อ.ธรรมนัส ที่ให้ความเคารพ นับถือ และยกพล.อ.วิชญ์ เหมือนพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งมาตลอด

    ขณะที่ พล.อ.วิชญ์ ยอมรับว่า ตัวเองไม่มีความคุ้นเคยในเรื่องการเมือง แต่เมื่อ "พี่ป้อม" พล.อ.ประวิตร ขอให้มาช่วยงานในตำแหน่ง ประธาน กก.ยุทธศาสตร์ เป็นเพราะอาจจะมองว่าผมมีวิสัยทัศน์ที่จะเข้ามาช่วยได้ ท่านจึงขอให้ผมมาช่วยงานพรรค เพราะ "พี่ป้อม" บอกว่าไม่มีใคร ไม่มีคนที่ไว้วางใจ ผมจึงอาสาเข้ามาช่วยงาน โดยไม่ได้หวังอะไร

    "ผมไม่สันทัดการเมือง เพราะผมเป็นทหาร เกษียณมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ไปช่วย "พี่ป้อม" ทำงานในสายกีฬา เพราะท่านเป็น ประธานกรรมการโอลิมปิคไทย แต่ในเมื่อตอนนี้ "พี่ป้อม" มีปัญหา ผมก็ต้องช่วย และใจผมก็อยากจะช่วยชาติ บ้านเมือง พรรคพลังประชารัฐ เพื่อทำให้รัฐบาลมั่นคง เพราะเป้าหมายคือ การทำให้พรรคมีความรักใคร่กลมเกลียว สามัคคี ไม่แตกแยกกัน และ มุ่งสู่การชนะการเลือกตั้ง" บิ๊กน้อยยืนยัน

    พล.อ.วิชญ์ ระบุด้วยว่า พี่ป้อม กับ พี่ตู่(ประยุทธ์) ไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะเป็นพี่น้องกันมาอย่างยาวนาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะขั้นแตกแยก ขัดแย้ง บางทีสื่อก็ปล่อยข่าว สร้างข่าวกันไปเอง พี่น้องเขาคุยกันตลอด และทุกอย่างก็ทำความเข้าใจกันได้ ผม รู้จักพี่ป้อม พี่ตู่ พี่ป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ตั้งแต่เป็นทหารเด็กๆ อยู่กันมา 40 ปี ถือว่ายาวนาน จึงรู้ดีถึงความผูกพัน

    "ผมรู้จักพี่ป้อมตั้งแต่ปี 2534 ตอนนั้นผมย้ายไปเป็น ผู้การกรมทหารพราน 12 และพล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ร.2 รอ. จากวันนั้นถึงวันนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม มองตารู้ใจ ไม่มีมีวันเปลี่ยนแปลง อย่าไปมองว่าผมจะมาเป็นทายาทอะไร ผมไม่สนเรื่องการเมือง ไม่คิดอยากจะมีตำแหน่งอะไร อายุปูนนี้แล้ว อยากให้บ้านเมืองมันเดินไปได้ ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้า พัฒนาให้ทัดเทียมเท่านานาประเทศ"

    การมารับตำแหน่งประธาน กก.ยุทธศาสตร์พรรค ผมขอย้ำ ต้องการมาช่วย พล.อ.ประวิตร เพราะว่าเป็นพี่ที่ผมรัก ผมไม่ได้หวังตำแหน่งอะไรในอนาคตเลย ยิ่งมีการพูดว่าผมจะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะผมไม่ได้หวังจะเล่นการเมือง เพียงแต่ พล.อ.ประวิตร มาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ชวนผมให้สมัคร เป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่ที่ผ่านมาผมไม่เคย มายุ่งเกี่ยวเรื่องในพรรค หรืองานการเมืองเลย

    พล.อ.วิชญ์ ระบุต่อว่า ทิศทางการทำงานในการเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เมื่อได้รับมอบหมาย ผมก็เตรียมตั้งคณะทำงานร่างยุทธศาสตร์พรรค โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐรักกัน รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งเป็นพวก กลุ่ม ก๊วน และเชื่อว่าด้วยความที่ทุกคนให้ความเคารพรัก พล.อ.ประวิตร ก็จะสามารถเดินหน้ากันต่อไปได้

    พล.อ.วิชญ์ ยังได้ย้ำหนักแน่นด้วยว่า เป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐ ในการกำกับดูแลของ "พี่ป้อม" ผมจะเดินหน้าเพื่อมุ่งสู่การเตรียมพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้ง และให้ชนะการเลือกตั้ง เป้าหมายหลักคือเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

    และนี้คือคำมั่นสัญญาของ พล.อ.วิชญ์ ที่ยืนยันจะเดินหน้า เพื่อทำให้พลังประชารัฐสำเร็จตามจุดมุ่งหมาย ตามนโยบาย และดำริของ "พี่ใหญ่" แห่ง 3 ป.นั่นเอง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พล.อ.วิชญ์special contentบิ๊กน้อยวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยาพรรคพลังประชารัฐบิ๊กป้อมบิ๊กตู่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค3ป.ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 10:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์