ไม่ใช่ดีแต่ติ : ก่อก็มี

ข่าว

    ไม่ใช่ดีแต่ติ : ก่อก็มี

    เพลิงสุริยะ

      23 ก.ย. 2564 05:15 น.

      มาต่อกันอีกวันกับผลพวงรัฐประหาร’49 ตัวชี้วัดที่ดีที่สุด ก็คือปากท้องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน

      หากพูดถึงปัญหาปากท้อง เราก็ต้องดูเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ ย้อนไปก่อนการ รัฐประหาร 19 ก.ย.49 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5-6% แต่หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยเพียง 3%

      ยิ่งหลังการรัฐประหารปี 57 หรือ 7 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น บางปีไม่ถึง 1 ด้วยซ้ำ

      ซึ่งมันก็มีปัจจัยปัญหาแทรกซ้อนที่แตกต่างกันไป

      แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์พึงต้องมี คือ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ไม่ให้ด้อยกว่าประเทศคู่แข่ง

      วันนี้มองไปทางไหนก็ได้แต่ว้าเหว่ ทั้งที่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจล้นเหลือ ตัวช่วยก็เพียบ แถมศักยภาพโดยรวมไม่ต้องพูดถึง ได้เปรียบคู่แข่งทุกประตู

      ข้อมูลจากรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พูดถึงตัวเลขหนี้ครัวเรือน กำลังจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่แล้ว ก็น่าคิด

      ปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง ไม่ใช่มีสาเหตุมาจากโควิดเท่านั้น แต่มาจากปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในระดับต่ำมาตลอด 7 ปี

      ก่อนการรัฐประหารปี 57 ไทยมีหนี้ครัวเรือนเพียงร้อยละ 78 ของจีดีพี แต่หลังรัฐประหารจนมาถึงช่วงโควิดระบาด หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งขึ้นมาก ส่งผลกระทบด้านอื่นตามมาเป็นลูกโซ่

      เดี๋ยวจะหาว่าดีแต่ติไม่มีก่อ คุณพิชัยเสนอว่ารัฐบาลต้องหาทางสร้างรายได้ให้ประชาชน สร้างธุรกิจใหม่ สร้าง “กิ๊ก อีโคโนมี” (Gig Economy) เยียวยาผู้ลำบาก พร้อมข้อเสนอ 6 ข้อ ดังนี้

      1.ปัญหาที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ามาก ทางแก้คือ ต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในทุกด้าน ต้องคิดและทำหลายๆอย่างพร้อมกัน ถือโอกาสปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยไม่ยึดติดวิธีคิดเดิมๆ เพื่อให้ไทยก้าวทันโลก

      2.ปัญหาหนี้ที่ทับถมทุกด้าน ทั้งหนี้สาธารณะที่รัฐบาลนี้ก่อจนจะทะลุ 9 ล้านล้านบาท และหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 14.13ล้านล้านบาท หรือ 90.5% ของจีดีพี หนี้ภาคธุรกิจที่ขาดทุนกันหมด รวมถึงหนี้นอกระบบ ทางแก้คือต้องคิดถึงการเพิ่มรายได้ หาวิธีใหม่ๆ ในการหารายได้ สร้างงาน และส่งเสริมให้มีเศรษฐกิจใหม่ๆ

      3.ปัญหาการขาดดุลแฝด คือ ทั้งขาดดุลทางการคลัง และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทางแก้คือ รัฐบาลต้องใช้เงินให้มีประสิทธิภาพที่สุด อะไรไม่จำเป็นและไม่ได้เพิ่มจีดีพี ต้องตัดทิ้งทั้งหมด งบทาง การทหาร และงบซื้ออาวุธ ต้องลดและพักไว้ก่อน จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้น เร่งระดมฉีดวัคซีนคุณภาพให้ประชาชนในพื้นที่การท่องเที่ยวให้ได้ถึง 70-80% ของประชากร เพื่อเปิดแซนด์บ็อกซ์การท่องเที่ยว สร้างรายได้กลับมา

      4.ปัญหาการลงทุนที่หดหาย ทางแก้คือ เปลี่ยนรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจให้ออกไป เพื่อลบภาพรัฐบาลเผด็จการออกไปให้หมด (ข้อนี้ดูจะยากที่สุด)

      5.ปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรัง จากวิกฤติโควิดที่ยืดเยื้อ ทางแก้คือ รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกับไวรัสโควิดได้ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องมีหลักคิด มีมาตรการที่เหมาะสมรองรับ โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนคุณภาพ

      และ 6.ปัญหารายได้ประชาชนที่ลดลงมาก ทางแก้คือ เมื่อรัฐบาลใหม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวในระดับที่สูงขึ้นได้ ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆหายไปเอง

      ไม่รู้ว่าข้อเสนอเหล่านี้จะถึงหู “ลุง” แกบ้างหรือเปล่า.

      “เพลิงสุริยะ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      รัฐประหารรัฐประหาร 2557รัฐบาลสืบทอดอำนาจจีดีพีปัญหาปากท้องเพลิงสุริยะกล้าได้กล้าเสีย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 22:22 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์