(โพลขอ) อย่าไปต่อเลย “ลุง”

ข่าว

    (โพลขอ) อย่าไปต่อเลย “ลุง”

    เพลิงสุริยะ

      22 ก.ย. 2564 05:13 น.

      ครบรอบ 15 ปีไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา วันเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการยุคใหม่ ที่คณะรัฐประหารนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในนาม คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ในภายหลัง

      ทำการยึดอำนาจมาจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสมัยนั้น

      แต่ครั้งนั้นได้ชื่อว่าเป็นการรัฐประหารยึดอำนาจที่เสียของ แก้ปัญหาความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของคนในชาติไม่ได้ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน จนถึงปัจจุบันก็ยังบานเป็นดอกเห็ด

      จนต้องมีการรัฐประหารยึดอำนาจซ้ำในปี 2557 โดย คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา +2 ป.

      แม้จะต่างกรรมต่างวาระกัน แต่คณะวางงานที่อยู่เบื้องหลังดูจะเป็นเครือข่ายโยงใยเดียวกัน

      เป็นช่วงเวลา 15 ปี ที่ประเทศไทยและคนไทย คงต้องเรียนรู้อย่างจริงๆจังๆเสียที ว่าการใช้ วิธีการทางลัดปฏิวัติ-ยึดอำนาจ ที่ผ่านมาๆ ประเทศและประชาชนส่วนรวมได้ประโยชน์อะไร

      หรือพวกเราก็แค่ “กบเลือกนาย” สุดท้ายก็ได้นกกระสาอยู่ดี

      กับบรรยากาศรำลึก 15 ปี 19 ก.ย. กิจกรรม “ขับรถยนต์ชนรถถัง” ที่นำโดย “เต้น ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด” ดูจะคึกคัก

      พอสมควร แต่ไฮไลต์น่าจะเป็นข้อความทวีตรำลึกถูกรัฐประหาร 15 ปี ของคุณทักษิณ

      “15 ปีที่แล้วของวันนี้คือ วันที่โอกาสประเทศไทยและคนไทยในสังคมโลกยุคใหม่สูญเสียไปอย่างมากและต่อเนื่อง เพราะการนำประเทศถอยหลังด้วยระบอบเผด็จการที่โลกทัศน์คับแคบ ห่วงแต่สถานภาพตัวเอง แต่ซ่อนรูปอยู่ในคำว่ารักชาติและรักสถาบัน บัดนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเผด็จการต้องยุติ และคืนประชาธิปไตยให้กับประเทศชาติและประชาชนได้แล้ว การรัฐประหารโดยทหาร และตุลาการ คือหายนะของประเทศ #รัฐประหารโดยทหารคือหายนะของชาติ #รัฐประหารโดยตุลาการคือหายนะของชาติ”

      วันนี้พี่น้องประชาชนทุกคนคงประจักษ์แล้วว่า “มันหายนะ” จริงไหม

      พูดเรื่องผลกระทบจากการรัฐประหาร 15 ปีแล้วเรื่องมันยาว เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันต่อเรื่องผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ

      แต่ที่แน่ๆ คือคณะรัฐประหารภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ชุดนี้ ยังคิดจะลากยาวต่อท่ออำนาจไปเรื่อยๆ จนล่าสุดเกิดอาการ “อำนาจเป็นพิษ”

      เกิดการขบเกลียวกันในขั้วอำนาจ ระหว่าง “พี่ใหญ่-พี่รอง-น้องเล็ก”

      มีการแบ่งแดนอำนาจกันชัดเจน คือ อำนาจการบริหาร อยู่ที่ “บิ๊กตู่” ส่วน อำนาจในพรรคและฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ที่ “บิ๊กป้อม”

      นิด้าโพล ได้เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “นายกรัฐมนตรีกระชับอำนาจ” มองว่าการกระชับอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการสั่งปลด “ผู้กองนัส-บิ๊กอาย” พ้นจากรัฐมนตรี เหมาะสมแล้ว และเป็นแค่เกมการเมืองของพี่น้อง 3 ป. ไม่มีทางแตกออกจากกัน

      น่าสนใจตรงคำถามที่ว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. แทน พล.อ.ประวิตร เกินครึ่งบอกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง

      และเกินครึ่งอีกเหมือนกันที่ไม่เห็นด้วยหาก “บิ๊กตู่” คิดจะแยกออกไปตั้งพรรคเอง ด้วยเหตุผลบริหารงานล้มเหลว ขาดภาวะผู้นำ ไม่มีศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในประเทศได้ ส่งผลกระทบให้ประชาชนเดือดร้อน

      ถึงเวลาที่ท่านควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว...จบเห่.

      “เพลิงสุริยะ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      รัฐประหารรัฐประหาร 2557ยึดอำนาจประยุทธ์ จันทร์โอชาปฏิวัติเพลิงสุริยะกล้าได้กล้าเสีย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 11:32 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์