จะไปรับตู่หรือป้อม ส.ส.เลือกไม่ถูก ลงพื้นที่วันเดียวกัน เพชรบุรีกับอยุธยา

ข่าว

    จะไปรับตู่หรือป้อม ส.ส.เลือกไม่ถูก ลงพื้นที่วันเดียวกัน เพชรบุรีกับอยุธยา

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    21 ก.ย. 2564 05:24 น.

    เด็ก พปชร.ผวาเกมวัดกำลัง “ประยุทธ์-ประวิตร” จัดคิวลงพื้นที่ชนสนั่นวันเดียวกัน นายกฯสลับคิวเลื่อนตรวจน้ำท่วม จ.สุโขทัย ฐานที่มั่น “สมศักดิ์” เปลี่ยนเป้าไปแก้ปัญหาน้ำเมืองเพชร ด้าน “บิ๊กป้อม” แยกเดินสายไปอยุธยา “ธรรมนัส” กำชับ ส.ส.ร่วมขบวน หน.พรรคให้มากที่สุด ด้าน “สุชาติ” ระดม ส.ส.แห่ร่วมรับหน้าผู้นำ ส.ส.ลูกพรรคมึนไปคณะไหนดี หวั่นถูกกาหัวเลือกขั้วเลือกฝ่าย “วิโรจน์” เสี้ยม พปชร.ปริแตกยับไม่ใช่แค่ร้าว นายกฯลุยกระชับอำนาจการเมือง ไม่เห็นหัว “ผู้กองนัส” พท.ซัด “บิ๊กตู่” ห่วงแก้ปัญหาตัวเอง เมินทุกข์ชาวบ้าน “อนุสรณ์” ย้อน “เรืองไกร” ยื่นยุบ พท.ต้องชงสอบ “ประยุทธ์” ครอบงำ พปชร.ด้วย “พลังท้องถิ่นไท-ก้าวไกล” จับมือสู้แก้ ก.ม.เลือกตั้ง “ไพบูลย์” ชงเกณฑ์ขั้นต่ำ 1% คิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

    จากกรณีรัฐบาลปฏิเสธกระแสข่าวการยุบสภา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมทั้งหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล พากันนำคณะลงพื้นที่เกาะติดฐานเสียงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดคิวนำคณะ ส.ส.ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา วันเดียวกันกับที่นายกฯไปลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี

    “บิ๊กตู่” จี้ ขรก.ปรับตัวนำเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ก.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2564 โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เป็นเจ้าภาพ โดยนายกฯกล่าวในที่ประชุมว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มดีขึ้น การทำงานต่อไปให้ยึดหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ 1.Hardware คือโครงสร้างต่างๆ แนวคิด นโยบายงานตามหน้าที่ Function และงาน Agenda 2. Software คืองานในส่วนที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหาอุปสรรค เช่น การแก้ไขกฎหมาย แพลตฟอร์มต่างๆ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ความคิดริเริ่มต่างๆ 3.การเตรียมการด้านทรัพยากรมนุษย์รองรับโลกยุคใหม่และหลังสถานการณ์โควิด-19 เร่งสร้างความเข้าใจว่าจะต้องอยู่กับโควิด (Live with Covid) ประเทศชาติก้าวผ่านภาวะวิกฤตินี้ไปได้ ภาคราชการต้องปรับตัว ปรับหลักคิด ปรับหลักการทำงานเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” นำนวัตกรรมต่างๆมาเสริมการทำงาน เป็นภาคราชการที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน ตามแนวทางของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    ถ่ายรูปหมู่ “บิ๊กฉิ่ง-บิ๊กเล็ก” ขรก.เกษียณ

    จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2564 รวม 10 ราย ที่บริเวณโถงตึกไทยคู่ฟ้า ได้แก่ นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผอ.สำนักงบประมาณ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพ มหานคร และ ม.ล.พัชรภากร เทวกุล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้วนำมาใส่กรอบมอบให้แต่ละคนเป็นที่ระลึก พร้อมมอบเหรียญหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ด้านหลังรูปไอ้ไข่ ศิษย์หลวงพ่อทวด รุ่นเจริญก้าวหน้า มหาเศรษฐี ให้ด้วย

    “สุโขทัย” ไม่หนักเบนเข็มไปเพชรบุรี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีช่วงบ่ายวันที่ 22 ก.ย. เพื่อติดตามการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ Factory Sandbox จากเดิมที่เคยมีรายงานว่านายกฯมีกำหนดการจะลงพื้นที่ตรวจราชการ เยี่ยมเยียนประชาชน และติดตามปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัยในวันที่ 22 ก.ย.เบื้องต้นอาจเลื่อนให้เร็วขึ้นหรือช้าลง คณะทำงานกำลังสำรวจพื้นที่และพิจารณากำหนดการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดย จ.เพชรบุรี ก็เป็นพื้นที่ของ ส.ส.พรรค พปชร.เช่นเดียวกัน คือ นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 และนายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเดิมวันที่ 22 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการจะลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย แต่ล่าสุดเปลี่ยนเป็น จ.เพชรบุรี เนื่องจากคณะทำงานนายกฯประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุโขทัย ยังไม่ได้หนักมาก เป็นเพียงน้ำท่วมในพื้นที่แปลงเกษตร แต่ยังไม่ส่งผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน มีการประเมินแล้วเห็นว่าผู้รับผิดชอบและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ยังสามารถรับมือได้อยู่ พล.อ.ประยุทธ์จึงเปลี่ยนกำหนดการไปลงพื้นที่ที่สถานการณ์รุนแรงกว่า โดยยืนยันไม่มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์เน้นลงพื้นที่ไปพบปะ ส.ส.พรรค พปชร.ในกลุ่มที่สนับสนุนนายกฯอย่างต่อเนื่อง

    “บิ๊กป้อม” แยกสายลงพื้นที่ จ.อยุธยา

    ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า วันเดียวกันกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีในวันที่ 22 ก.ย. ฝ่าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร. ก็มีกำหนดการลงพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตรและคณะ จะเดินทางลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามการบริหารจัดการที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางบาลและพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน ก่อนเดินทางกลับ กทม.

    จับตาแห่เกาะฐานเสียงโกยคะแนน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ยังไม่มี ส.ส.พรรค พปชร. แต่พรรคได้แจ้งให้ ส.ส.ของพรรคหากไม่มีภารกิจให้ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามรับฟังปัญหา และร่วมติดตามแก้ไขให้กับพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ของนายกฯและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนในช่วงเวลานี้ ถูกจับตามองว่าเป็นการลงพื้นที่เกาะติดทำฐานเสียงและเก็บคะแนนนิยม มีแนวโน้มส่งสัญญาณอาจจะมีการยุบสภาก่อนครบวาระ แม้ว่าทั้งนายกฯและรัฐบาลพยายามออกมาปฏิเสธกระแสข่าวการยุบสภา และยืนยันว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตามปกติ หลังจากว่างเว้นช่วงสถานการณ์โควิด ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณยุบสภา

    “สุชาติ” ระดม ส.ส.ตบเท้ารับนายกฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์วันที่ 22 ก.ย. เพื่อไปติดตามความพร้อมรับมือฤดูฝนที่เขื่อนเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นอกจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่จะติดตามนายกฯ ลงไปในพื้นที่แล้ว ส.ส.พลังประชารัฐ จ.เพชรบุรีทั้ง 3 คน ได้แก่ นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 และนายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 จะไปรอต้อนรับทั้งหมด และอาจมี ส.ส.พปชร.จากจังหวัดใกล้เคียงไปร่วมต้อนรับนายกฯด้วย อาทิ 3 ส.ส.ราชบุรี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรค พยายามระดม ส.ส.ให้ไปร่วมต้อนรับนายกฯในครั้งนี้เช่นเดียวกัน โดยได้มีการชักชวน ส.ส.กาญจนบุรี 4 คนด้วย แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะเดินทางไปร่วมหรือไม่

    ด้านนายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนและ ส.ส.เพชรบุรีทั้ง 3 คนจะไปต้อนรับนายกฯ ยินดีต้อนรับที่นายกฯมาลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อจะได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในตัวเมืองเพชรบุรี

    “ธรรมนัส” กำชับให้ร่วมขบวน “บิ๊กป้อม”

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่การลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ของ พล.อ.ประวิตร เป็นวันเดียวกับนายกฯลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี คณะของ พล.อ.ประวิตรจะมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล ร่วมเดินทางไปด้วย โดยมีรายงานแจ้งว่า ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งกำชับ ส.ส.ในพรรคให้ร่วมคณะไปด้วยเป็นจำนวนมาก

    ส.ส.ลูกพรรคลังเลผวาเกมวัดกำลัง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม การที่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร จัดกำหนดงานลงพื้นที่ตรวจราชการและเยี่ยมประชาชน พร้อมกับ ส.ส.แต่ละพื้นที่ภายในวันเดียวกัน ทำให้ ส.ส.ในพรรคบางคนเกิดความลังเลว่าจะไปร่วมกับคณะของใครดี เพราะกลัวจะถูกมองว่าเลือกข้างเลือกฝั่ง และกังวลใจว่าการลงพื้นที่ในลักษณะชนกันเช่นนี้จะกลายเป็นการวัดกำลังของพี่น้อง 2 ป.หรือไม่ หลังจากมีปัญหาความขัดแย้งในกลุ่มพี่น้อง 3 ป.มาอย่างต่อเนื่อง

    ชทพ.โอ่พรรคเล็กแต่คับแก้วพร้อมชน

    นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.กำชับ ส.ส.ลงพื้นที่คือการส่งสัญญาณยุบสภาเตรียมเลือกตั้งเร็วๆนี้ ว่า การลงพื้นที่ของนักการเมืองและฝ่ายบริหารช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯถือเป็นปกติ ไม่แน่ใจว่าจะส่งสัญญาณยุบสภาหรือไม่ แต่เชื่อว่านักการเมืองทุกคนพร้อมลงสนามเลือกตั้งทุกเวลา สถิติรัฐบาลส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ครบเทอม 4 ปี การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบประชาชนจะตัดสินใจง่ายขึ้น เลือกคนที่รักพรรคที่ชอบได้ แม้ ชทพ.เป็นพรรคเล็กแต่คุณภาพคับแก้ว พร้อมแข่งขันกับทุกพรรคเมื่อระฆังและปี่กลองการเลือกตั้งดังขึ้น ขณะนี้ยังร่วมทำงานด้วยกันไม่มีปัญหา เพราะ ชทพ.ยึดมั่นการทำงานไม่ขัดแย้งกับใคร มุ่งมั่นทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด

    กก.เสี้ยมผู้นำไม่ให้ราคา “ธรรมนัส”

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ต่างจังหวัดต่อเนื่องว่า ถ้าก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์มีพฤติกรรมทำงานแบบนี้ต่อเนื่อง คงไม่เป็นที่น่าสังเกต แต่ช่วงนี้กลับลงพื้นที่พบปะ ส.ส.ท้องที่ แต่เดิมบทบาทนี้เป็นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. จึงชัดเจนว่าบทบาทของเลขาธิการพรรค พปชร.ไม่มีอีกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ไว้ใจ ร.อ.ธรรมนัสเท่ากับว่ารอยร้าวกลายเป็นรอยปริแตก พรรค พปชร.ยังอยู่ฝั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร. ตอนนี้คงกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ยังยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค

    หยันเรตติ้งตกไม่กล้ายุบสภาตอนนี้

    นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นการกระชับอำนาจการเมือง เพื่อเตรียมเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่คิดจะยุบสภาฯ เพราะกระแสความนิยมตกต่ำจนถึงขีดสุด หากเลือกตั้งตัวเองต้องแพ้ ถามว่าผลงานที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีคุณค่าพอที่จะถูกชูมาเป็นนายกฯอีกหรือไม่ การลงพื้นที่ของนายกฯกับรัฐมนตรีคนไหนก็ตามเป็นการกระชับอำนาจมาที่ตัวเอง ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะไปตั้งพรรคใหม่ได้ยินข่าวนี้บ้าง แต่จากผลการสำรวจนิด้าโพลออกมาแล้วว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องรู้ตัวเองได้แล้วว่าประชาชนไม่ได้อยากให้เป็นนายกฯต่อไป ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีอาการยังไม่ยอมรับสภาพที่ไปต่อไม่ได้ ประชาชนไม่เชื่อถือและไม่ยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพาประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤติไปได้

    พท.อัด รบ.ห่วงตัวเองเมินทุกข์ ปชช.

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 58.24 ไม่เห็นด้วยเลยถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะตั้งพรรคเองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมัยหน้า ร้อยละ 7.82 ไม่ค่อยเห็นด้วย จึงถึงเวลาที่ควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเวิร์กฟรอมโฮม พอรอดจากการเกือบถูกโหวตล้มกลางสภาเลยลงพื้นที่ถี่ แต่เลือกลงเฉพาะในพื้นที่ ส.ส.พรรค พปชร.ในกลุ่มก๊วนเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงพื้นที่ ส.ส.พปชร.ฝั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าจะลงพื้นที่หรือจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมไม่เลือกข้าง สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งในเครือข่าย 3ป. เป็นหลัก ก่อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

    ย้อน “เรืองไกร” ต้องยื่นสอบ “บิ๊กตู่” ด้วย

    นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร.อ้างคลิป นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ร้องยุบพรรคเพื่อไทย พรรคมีหน้าที่ไปชี้แจงหากถูกเรียก ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร ว่ากันไปตามข้อกฎหมาย ตรงไป ตรงมา แต่สมาชิกพรรค พปชร.ฝ่าย พล.อ.ประวิตรอาจตั้งคำถามว่ากรณีพรรคเพื่อไทยอาจไม่ค่อยชัด เมื่อเทียบกับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสมาชิกพรรค พปชร.หรือไม่ การดำเนินการช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีหลักฐานชัดเจน อาจเข้าข่ายบงการครอบงำแทรกแซงพรรคหรือไม่ ทั้งกรณีไลน์หลุด กรณีมีนายทุนครอบงำพรรคเพื่อให้ ส.ส.ที่เป็นสมาชิกพรรคโหวตเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง นายเรืองไกรจึงควรต้องร้องสอบกรณี พล.อ.ประยุทธ์ด้วยหรือไม่ เป็นสิทธิที่นายเรืองไกรจะร้องยุบพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าไม่ร้องกรณี พล.อ.ประยุทธ์ที่อาจเข้าข่ายบงการครอบงำแทรกแซงหรือมีลักษณะเป็นนายทุนครอบงำพรรค พปชร.จะถูกสองมาตรฐานหรือไม่

    ซัดให้ต่างชาติซื้อบ้านเสี่ยงขายชาติ

    นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์การถือครองที่ดินของชาวต่างชาติและการปรับหลักเกณฑ์ให้ต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในประเทศได้ อ้างว่าเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจว่า อยากถามว่าสิ่งที่ทำไปแท้จริงแล้วเพื่อต้องการเอื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติที่มีบ้านค้างสต๊อกขายไม่ออกจากการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวหรือไม่ แล้วคนไทยได้ประโยชน์อย่างไร ยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำให้คนมีเงินเท่านั้นที่จะมีบ้าน ขณะที่ปัจจุบันยังมีคนไทยไม่มีบ้านอยู่ถึง 5.87 ล้านครัวเรือน รัฐควรเอาเวลาไปคิดหามาตรการให้ช่วยเหลือคนเหล่านี้ หากคิดไม่ออกนำเอามาตรการในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาใช้ อย่างโครงการบ้านหลังแรก ที่คืนภาษีให้ผู้ซื้อบ้าน จึงอยากให้รัฐบาลคิดใหม่เพราะมาตรการที่ออกมานี้นอกจากจะไม่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติแล้ว อาจถูกครหาว่าขายชาติขายแผ่นดินเอาได้

    “พิชัย” ห่วงกู้ทะลุเพดานไม่มีปัญญาใช้

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมจะยกเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% ของจีดีพีเป็น 70% ของจีดีพี ทั้งที่โม้มาตลอดว่าหนี้สาธารณะจะไม่เกินเพดาน 60% แต่สุดท้ายต้องกู้ทะลุเพดาน เป็นเรื่องน่ากังวลมาก เพราะ 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยรู้จักการหารายได้ การที่หนี้สาธารณะจะพุ่งไปถึง 70% จะทำให้มีปัญหาในการชำระหนี้ เพราะปัจจุบันรายได้ของรัฐซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาษีอากรที่เก็บได้ลดลงเหลือเพียง 13-14% ของจีดีพีเท่านั้นจะไม่สามารถใช้หนี้ได้เลย การที่ พล.อ.ประยุทธ์กู้จนจะถึง 70% จะเป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลในอนาคตที่จะต้องใช้เงินในการฟื้นเศรษฐกิจ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ขายฝัน ว่าจะทำให้ไทยเป็นประเทศมีรายได้สูง มีความสงบ และคนไทยมีความสุข จึงไม่เป็นความจริง เป็นการโกหกพูดเรื่อยเปื่อยเพื่อจะเอาตัวรอดในภาวะวิกฤตินี้เท่านั้น และหากมองย้อนหลังจะพบว่าหากไม่มีการปฏิวัติเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ประเทศไทยน่าจะพัฒนาเป็นประเทศรายได้สูงไปแล้ว เหมือนที่ประเทศเอสโตเนียได้พัฒนาประเทศ นับเป็นความสูญเสียโอกาสอย่างใหญ่หลวงของประเทศไทย ที่เกิดมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

    “ชวน” รอนำร่าง รธน.ขึ้นทูลเกล้าฯ

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาวาระที่สามขึ้นทูลเกล้าฯว่า ตามกำหนดต้องรอระยะเวลา 15 วัน หากไม่มีใครยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุว่าหากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนขึ้นทูลเกล้าฯได้นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯ แต่สภาฯต้องทำตามกรอบกฎหมาย จะส่งไปให้นายกฯเพื่อนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนที่ ส.ส.จะรวบรวมรายชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นมีใครส่งมา

    พลังท้องถิ่นไทสู้แก้ ก.ม. เลือกตั้ง ส.ส.

    นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงการเตรียมร่วมยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า พรรคพลังท้องถิ่นไทมีแนวทางร่วมสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ร่วมกับพรรคก้าวไกลที่ระบุจะเสนอให้ใช้การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยระบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMP) เพื่อใช้การจัดสรร ส.ส.พึงมี ภายใต้ระบบเลือกตั้งบัตรสองใบ เป็นระบบที่ทุกฝ่ายได้ 50-50 รวมถึงพรรคเล็กที่มี ส.ส. 4-5 คน ก็มีส่วนได้ด้วย ส่วนที่พรรคเพื่อไทยคัดค้านการแก้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ที่ให้คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นจัดสรรปันส่วนผสมนั้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทยจะเสียประโยชน์ สำหรับกรณีการคาดการณ์จะเกิดการเลือกตั้งเร็วๆนี้เพราะแกนนำรัฐบาลเร่งลงพื้นที่ มองว่าการลงพื้นที่ของ ส.ส.หรือผู้นำรัฐบาลช่วงนี้ เป็นเรื่องปกติในช่วงปิดสมัยประชุม ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไทอย่างนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ก็ลงพื้นที่ด้วย เพราะสมัยหน้าทั้งสองคนจะยังอยู่กับพรรคพลังท้องถิ่นไท

    พปชร.ชงขั้นต่ำ 1% คิดปาร์ตี้ลิสต์

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมยกร่างแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐ ธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข มาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ว่าในส่วนการปรับเนื้อหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่มีข้อเสนอให้เขียนแบบ ส.ส.พึงมี (MMP) นั้น ในแนวทางจะใช้เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2554 ที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 1% โดยนำคะแนนเฉลี่ยของบัตรบัญชีรายชื่อของทุกพรรครวมกันทั้งประเทศ มาคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้รับ เช่น การเลือกตั้งปี 2554 คะแนนพรรคได้รวม 3.5 ล้านคะแนน หากคิดฐาน 1% จะเท่ากับ 3.5 แสนคะแนน ถือเป็นคะแนนที่นำมาคำนวณเป็น ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค หากพรรคใดได้คะแนนต่ำกว่า 3.5 แสนคะแนน จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

    ส.ว.ไม่ยื่นตีความร่างแก้ รธน.

    นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว.กล่าวถึงข้อเสนอบางฝ่ายเสนอให้ ส.ว.รวมตัวกันยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา วาระที่สาม เป็นการแก้ไขเกินหลักการหรือไม่ว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่มี ส.ว.จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ ส.ว.มีเสียงน้อยทั้งจากไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง โดยเฉพาะ ส.ว.กลุ่มพลเรือนและเอ็นจีโอที่ไม่เห็นด้วย รวมถึงตนก็ไม่เห็นด้วย แต่มีมารยาทจึงลงมติงดออกเสียง เพื่อไม่ให้จำนวนเสียง ส.ว.ถึง 84 เสียง แต่แปลกใจที่การลงมติวาระสาม กลับมี ส.ว.ลงมติเห็นด้วยจำนวนมาก เมื่อถามว่าสรุปแล้ว ส.ว.จะรวมตัวกันไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวัลลภตอบว่า มองแล้วไม่มีโอกาสที่ ส.ว.จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ เรื่องนี้ให้ ส.ส.ว่ากันเอง

    “จุติ” โวยอย่าดึงการเมืองพันเบี้ยคนแก่

    ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพ เสนอแนวทางการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยคิดจากค่าแรงขั้นต่ำในอัตราสูงสุดว่ายังไม่มีความชัดเจน อยู่ในชั้นอนุกรรมการฯที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ตั้งขึ้นมาเสนอทางเลือกพิจารณา จากนั้นนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น อย่าเอาการเมืองมาบังหน้าทำลายคนที่ชอบขี้หน้าหรือไม่ชอบขี้หน้า ให้ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตนพร้อมตอบคำถามทุกคนทุกเรื่องที่สงสัย

    รบ.เกาะกระแส “ลิซ่า” พลิกโฉม ปท.

    วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการนายก รัฐมนตรี-PMOC โพสต์ข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่ง ครม.สนับสนุนเยาวชนไทย หลัง “ลิซ่า BLACKPINK” สร้างชื่อเสียงระดับโลก ยันพร้อมสนับสนุนเยาวชนไทย สั่งราชการพลิกโฉมประเทศ ตามวิสัยทัศน์นายกฯ “ลิซ่า แบล็คพิงค์” ได้ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม สร้างชื่อเสียงระดับโลก แต่ยังไม่ลืมวัฒนธรรมไทย นำไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ทางรัฐบาลจึงพร้อมสนับสนุนเยาวชน และคนไทยที่มีความสามารถ เป็นที่ชื่นชม รัฐบาลจะส่งเสริมเต็มที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โพสต์ดังกล่าวได้นำภาพ “ลิซ่า” ในเอ็มวี LALISA มีข้อความบนภาพว่า “นายกฯปลื้มใจ “ลิซ่า BLACKPINK”สร้างชื่อเสียงระดับโลก ลั่นพร้อมสนับสนุนเยาวชนไทยเต็มที่ เพื่อพลิกโฉมประเทศตามวิสัยทัศน์นายกฯ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณสุชาติ อุสาหะยุทธพล อังกินันทน์วิโรจน์ ลักขณาอดิศรข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 14:40 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์