15 ปีรัฐประหาร ทักษิณฉะ หายนะประเทศ คาร์ม็อบคึกจัดโชว์ชนรถถัง (คลิป)

ข่าว

    15 ปีรัฐประหาร ทักษิณฉะ หายนะประเทศ คาร์ม็อบคึกจัดโชว์ชนรถถัง (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    20 ก.ย. 2564 05:19 น.

    คาร์ม็อบครั้งที่ 6 ต่อต้านรัฐประหารคึก “ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด” นำทีมรวมตัวแยกอโศกมนตรีทำกิจกรรมขับรถแท็กซี่ชนรถถังเทียมเชิงสัญลักษณ์ รำลึกถึง “ลุงนวมทอง” ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของมวลชน เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ถูกคลุมด้วยผ้าดำท่ามกลางสายฝน ถึงจุดหมายพร้อมทำกิจกรรมครบถ้วน ประกาศยุติการชุมนุมอย่างสงบ ระทึกเกิดระเบิดขึ้นระหว่างขบวนเคลื่อนผ่านศูนย์ประชุมสิริกิติ์บาดเจ็บ 4 คน ตำรวจตรวจละเอียดยิบพบหลักฐานหลายอย่าง ย้ายคนเจ็บไป รพ.ตำรวจ “ทักษิณ” ทวีตรำลึกถูกรัฐประหาร 15 ปี จวกการทำรัฐประหารคือหายนะประเทศ “เจ๊หน่อย” จี้ทำประชามติทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ส่วน“ธนาธร” โพสต์ “ชัยชนะของประชาชนอยู่แค่เอื้อม”

    กลุ่มต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมผู้ริเริ่มคาร์ม็อบใช้โอกาสวันครบรอบ 15 ปี การก่อรัฐประหารรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. นัดหมายมวลชนแนวร่วมจัดการชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ใช้สโลแกน “ขับรถยนต์ชนรถถัง” เพื่อเป็นเกียรติแก่นายนวมทอง ไพรวัลย์ อดีตคนขับแท็กซี่ที่ขับรถแท็กซี่คู่ชีพชนรถถังที่จอดอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อประท้วงการรัฐประหารจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และภายหลังตัดสินใจแขวนคอตัวเองจนเสียชีวิตบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ไม่เอาเผด็จการ

    มวลชนรวมตัวอโศกมนตรีคึกคัก

    บริเวณถนนอโศกมนตรี เวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าการเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบ ประชาชนที่ไม่ยอมรับการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่างทยอยนำรถยนต์นานาชนิดมาตั้งแถวต่อขบวนยาวตั้งแต่ปากทางถนนอโศกมนตรีหันหน้าไปทางถนนพระรามที่ 4 ด้านหน้าเป็นกลุ่มรถ จยย.หลายร้อยคัน ส่วนกลางและท้ายขบวนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลนานาชนิดจอดทอดไปตามถนนอโศกมนตรีเพื่อรอสัญญาณเคลื่อนขบวน ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับแจกจ่ายธงสีแดงข้อความ #ไล่ประยุทธ์ ให้รถแต่ละคันที่เข้าร่วมติดเป็นสัญลักษณ์ ระหว่างรอมวลชนมาสมทบมีการบรรเลงเพลงของศิลปินไพร่ นำโดยนายโชคดี หรืออาเล็ก ร่มพฤกษ์ มีกลุ่มมวลชนอาสา หรือวีโว่ (wevo) ทำหน้าที่ในการปิดถนนและอำนวยการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ

    ขนรถถังจำลองแสดงเชิงสัญลักษณ์

    เวลา 14.30 น. นายสมบัติเดินทางมาถึงที่ชุมนุม จากนั้นมีรถบรรทุกเล็กขนรถถังจำลองทำด้วยกระดาษขนาดใหญ่มาจอดบริเวณใกล้แยกอโศกมนตรี เพื่อใช้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ มีนายณัฐวุฒิเดินทางมาสมทบเวลาไล่เลี่ยกัน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของมวลชนที่รอเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบไล่รัฐบาลครั้งที่ 6 ในพื้นที่ กทม. จากนั้นนายณัฐวุฒิขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวต่อผู้ชุมนุมความว่า เรามากันที่นี่เพื่อบอก พล.อ.สนธิ และ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเผด็จการพวกนี้ว่า ไม่ว่าคุณใหญ่แค่ไหน แต่หัวใจประชาชนใหญ่กว่า ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกจากตำแหน่งทันที รอไม่ได้แม้แต่วันเดียวนาทีเดียว หากยังคงเพิกเฉยการต่อสู้ของประชาชนจะเดินหน้าต่อไป วันนี้ครบ 15 ปีเราสู้และยังอยู่มารวมกันที่นี่เพื่อให้พี่น้องเราที่ถูกฆ่าตาย ถูกจำคุก หรือต้องหนีไปต่างแดนรู้ว่าพวกเรายังสู้อยู่

    เผด็จการคือโจรปล้นอำนาจ

    “เผด็จการพวกนี้อ้างว่ายึดอำนาจเพื่อแก้ปัญหาประเทศช่วยเหลือประชาชน แต่จริงๆคือ โจรปล้นอำนาจ ไม่มีเผด็จการที่ปล้นคนรวยช่วยคนจน มีแต่ปรนเปรอคนรวยยัดเยียดความจนให้คนจน นายทหาร 3 ป. ที่ฝังตัวอยู่ในกองทัพ มีบทบาทสำคัญตั้งแต่รัฐประหารปี 49 ต่อมาในปี 57 สมคบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อยึดอำนาจ ทำธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจทั้งยังหน้าด้านจะอยู่ต่อ กองทัพแทนที่จะต้องปกป้องประเทศตอนนี้แทบกลายเป็นพรรคการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ และพวก” นายณัฐวุฒิกล่าว

    มวลชนโห่ร้อง “ประยุทธ์ออกไป”

    แกนนำ นปช.กล่าวอีกว่า มีการใช้หน่วยไอโอปฏิบัติต่อประชาชนเหมือนเป็นศัตรู โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาวเราไม่ได้เกลียดกองทัพ แต่เกลียดนายทหารที่ใช้กองทัพย่ำยีประชาชน เราจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจนี้ เพราะแม้ว่าจะบริหารประเทศแต่ประชาชนไม่เคยยอมรับ ถาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังจำนายนวมทองได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ วันนี้จะขับรถแท็กซี่ชนรถถังอีกครั้ง เพื่อให้รู้ว่าวันหน้าถ้าชัยชนะเป็นของประชาชน รถถังที่คุณใช้ยึดอำนาจจะเป็นแค่เศษเหล็กในประวัติศาสตร์ ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนแท็กซี่นายนวมทอง จากนั้นแกนนำ นปช.เชิญชวนให้มวลชนชูธงแดงสัญลักษณ์ขึ้นพร้อมกัน และส่งเสียงโห่ร้องตามด้วยคำว่าประยุทธ์ออกไป

    ขับแท็กซี่ชนทำลายรถถังจำลอง

    เวลา 14.50 น. นายณัฐวุฒิเปลี่ยนเสื้อสีแดงเป็นเสื้อสีฟ้าตามเครื่องแบบคนขับรถแท็กซี่สาธารณะ ก่อนขึ้นขับรถแท็กซี่เขียวเหลืองที่ใช้เทปแดงปิดแผ่นป้ายทะเบียน นำมาจอดเป็นสัญลักษณ์ที่หน้าขบวนเพื่อสมมติตัวเองเป็นนายนวมทอง จากนั้นขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวพุ่งเข้าชนรถถังจำลอง 2 ครั้งแต่รถถังไม่พัง มวลชนที่มาร่วมจึงเข้าไปรุมทุบทำลายรถถังจำลองจนฉีกขาดเป็นสัญญาณการเคลื่อนขบวนกระทั่งเวลา 15.00 น. ขบวนคาร์ม็อบออกเดินทางจากจุดออกตัวเหยียบทับซากรถถังจำลองมุ่งหน้าไปยังจุดหมายคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยบีบแตรเป็นสัญลักษณ์เสียงดังลั่น นายณัฐวุฒิเปลี่ยนไปขึ้นรถกระบะมาสด้าสีดำเข้าร่วมขบวน อย่างไรก็ตาม เกิดฝน ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักในพื้นที่ กทม. ทำให้ขบวนคาร์ม็อบโดยเฉพาะรถ จยย.เปียกปอนไปตามกัน

    ชาวบ้านร่วมชูธงแดงแม้ฝนตก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางการเคลื่อนมวลชนของกลุ่มขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ รูปแบบของคาร์ม็อบ จากแยกอโศกมุ่งหน้าไปถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาแยกคลองเตย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาทรเหนือ ตรงไปเลี้ยวซ้ายถนนสาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ เลี้ยวขวาถนนพระราม 3 ขึ้นสะพานกรุงเทพ มุ่งหน้าถนนรัชดาภิเษก ถนนจรัญสนิทวงศ์เลี้ยวขวาขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จุดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตลอดเส้นทางต้องเจออุปสรรคจากฝนที่ตกลงมา แต่มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาโบกมือโบกธงแดงต้อนรับ นอกจากนี้ ทีมงานกลุ่มผู้ชุมนุมยังนำป้ายข้อความโจมตีรัฐบาลและต่อต้านและรัฐประหารไปติดตามสะพานลอยต่างๆที่ขบวนเคลื่อนผ่าน

    คลุมผ้าดำอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

    เวลา 16.50 น.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มวลชนคาร์ม็อบส่วนล่วงหน้า ประกอบด้วยกลุ่มทะลุฟ้า วีโว่ โรนินฝั่งธน และกลุ่มฟันเฟืองอาชีวะ ร่วมกันนำผืนผ้าดำขนาดใหญ่ปีนขึ้นไปคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมติดภาพใบหน้าคล้าย พล.อ.ประยุทธ์ และป้ายข้อความ “คมช.-คสช.15 ปี อัปรีย์ไป จัญไรมา” จากนั้นเวลา 17.10 น. หัวขบวนคาร์ม็อบที่ออกตัวมาจากบริเวณแยกอโศกฯเริ่มทยอยมาถึง จากนั้น 2 แกนนำคาร์ม็อบเริ่มปราศรัยกับมวลชนอีกครั้งเพื่อเปิดกิจกรรม นายสมบัติกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนที่เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาที่จะต้องเอาทหารมายึดอำนาจให้เลิกความคิดเสีย ตอนนี้ทักษิณเป็นโทนี่ไปแล้วแต่การต่อต้านการรัฐประหารยังคงอยู่ ประชาชนยังตื่นตัวขึ้น การเมืองไทยจนถึงทุกวันนี้ ทหารยังสืบทอดอำนาจ นี่คือความล้มเหลวที่เราใช้วิธีการนี้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งจนทำให้ประเทศถอยหลัง ไม่ว่าจะเป็นมวลชนแกนนำที่เคยสนับสนุนการรัฐประหารน่าจะถอดบทเรียนใช้กระบวนการประชาธิปไตยแก้ปัญหาคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

    ถอดบทเรียนเพื่อต่อสู้ต่อไป

    นายณัฐวุฒิกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์หล่อหลอมให้คนไทยทุกยุคทุกสมัยให้มีความรู้สึกเดียวกันคือ ประยุทธ์ออกไป วันนี้ประยุทธ์ยังอยู่หรืออาจจะอยู่จนครบวาระ แต่เรายืนยันจะไล่ต่อไป อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งมีคุณค่าสำหรับประชาชนแต่ไร้ค่าในสายตาเผด็จการ 15 ปี กลายเป็นศาลาคนเศร้า “โจ้” คนคลุมถุงดำตอนนี้ติดคุกไปแล้ว แต่ประชาธิปไตยถูกประยุทธ์คลุมถุงดำตอนนี้อยู่ทำเนียบรัฐบาล เราพยายามทดสอบวิธีการต่อสู้ในหลายรูปแบบจนได้ข้อสรุปว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 รูปแบบคาร์ม็อบตอบโจทย์การแสดงพลังได้สูงสุด การต่อสู้ต้องคำนึงความจริงของสถานการณ์ มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหาย จากนี้ตนและพรรคพวกขอหารือกันเพื่อถอดบทเรียนแล้วประกาศการต่อสู้ต่อไปในไม่ช้า ธงที่แจกไว้เป็นพันธสัญญาใช้ร่วมกันต่อสู้ครั้งหน้าว่า เราชูธงเดียวกันคือประชาธิปไตย ต่อมาเวลา 18.00 น. นายณัฐวุฒิขอให้มวลชนส่งเสียงโห่ร้องให้ดวงวิญญาณลุงนวมทองรับรู้ ก่อนเชิญชวนผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงเราคือเพื่อนกันของวงสามัญชน และประกาศยุติการชุมนุม

    หลังยุติชุมนุมเสียงคล้ายระเบิด

    เวลา 18.10 น. หลังแกนนำคาร์ม็อบประกาศยุติการชุมนุมแล้วเกิดเสียงดังคล้ายประทัดบริเวณถนนราชดำเนินกลางฝั่งเมธาวลัยศรแดง กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นเข้าใจผิดว่า มีผู้มาก่อความไม่สงบ กรูเข้าไปรุมทำร้ายชายรายหนึ่งที่เป็นผู้ชุมนุมด้วยกันจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้าไปห้ามกันพัลวัน ขณะเดียวกันบริเวณซอยดำเนินกลางใต้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดรถ จยย.สายตรวจประจำการดูแลความเรียบร้อย พลอยถูกหางเลขถูกผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งพยายามกรูเข้าไปทำร้ายเพราะคิดว่าเป็นฝ่ายก่อเหตุ จนตำรวจวิ่งหนีหลบเข้าไปในซอยอย่างไม่คิดชีวิต ผู้ชุมนุมวัยรุ่นยังตามไปทุบทำลายรถ จยย.สายตรวจ 3 คันจนล้ม ทั้งขว้างวัตถุคล้ายระเบิด 2 ลูก ตามเข้าไปในซอย สุดท้ายมวลชนวัยรุ่นที่ไม่ชอบใช้ความรุนแรงอีกกลุ่มต้องมาดึงตัวพวกเดียวกันออกไปทำความเข้าใจ

    ระเบิดหน้าศูนย์ประชุมสิริกิติ์

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงประมาณเวลา 15.10 น. มีเสียงคล้ายระเบิดดัง 2 ครั้ง ตรงข้ามศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างขบวนคาร์ม็อบส่วนหนึ่งเคลื่อนผ่าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเสียงระเบิดดังขึ้นระหว่างการชุมนุมคาร์ม็อบบริเวณหน้าศูนย์ประชุมสิริกิติ์ฯว่า เวลาประมาณ 15.15 น. ตำรวจ สน.ทองหล่อ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณฝั่งตรงข้ามประตูศูนย์ประชุมสิริกิติ์ฯ รับแจ้งจากประชาชนที่อาศัยใกล้เคียงว่า มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4 คน ขี่รถ จยย.มาถนนรัชดาภิเษก กลางทางระหว่างแยกอโศกและแยกคลองเตยริมฟุตปาทมุ่งหน้าแยกคลองเตย ถึงจุดเกิดเหตุเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง กลุ่มวัยรุ่นลงจากรถขึ้นไปบนฟุตปาทใต้ต้นไม้ และเกิดเสียงระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้ง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นรีบขึ้นรถ จยย.ออกนอกพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน เป็นชายอายุ 19 ปี และ 20 ปี อีก 2 คนเป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปี และ 17 ปี ผู้บาดเจ็บถูกส่งรักษาตัวเบื้องต้นที่ รพ.เทพธารินทร์ จะส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ตำรวจ ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.เสียหายจอดอยู่ 1 คัน

    พบวัตถุพยานในตัวผู้บาดเจ็บ

    “ระหว่างการรักษาเบื้องต้น ตรวจพบเศษระเบิดปิงปอง 1 ลูก เป็นเศษพลาสติกสีฟ้าทรงครึ่งวงกลม 2 ชิ้น ภายในมีคราบคล้ายดินระเบิดที่ตัว 1 ในผู้ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจยึดของกลางในคดีและจะส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป จากการสอบถามพยานใกล้เคียง สันนิษฐานว่า การระเบิดอาจเกิดจากระเบิดที่กลุ่มวัยรุ่นพกมาระเบิดขึ้นเอง ชั้นนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใคร เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการรักษา อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ได้รับบาดเจ็บจะดำเนินการแจ้งข้อหาเรื่องการพกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะฯ ส่วนเรื่องระเบิดหากมีความเชื่อมโยงผู้ใดจะแจ้งข้อหาต่อไป” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

    “ทักษิณ” จวก รัฐประหารหายนะประเทศ

    นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “15 ปีที่แล้วของวันนี้คือวันที่โอกาสประเทศไทยและคนไทยในสังคมโลกยุคใหม่สูญเสียไปอย่างมากและต่อเนื่อง เพราะการนำประเทศถอยหลังด้วยระบบเผด็จการที่โลกทัศน์คับแคบ ห่วงแต่สถานภาพตัวเอง แต่ซ่อนรูปอยู่ในคำว่ารักชาติและรักสถาบัน บัดนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเผด็จการต้องยุติและคืนประชาธิปไตยให้กับประเทศ ชาติและประชาชนได้แล้ว การรัฐประหารโดยทหารและตุลาการคือหายนะของประเทศ #รัฐประหารโดยทหารคือหายนะของชาติ #รัฐประหารโดยตุลาการคือหายนะของชาติ

    ซัดรัฐประหารห้ามพัฒนา ประเทศ

    ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 19 ก.ย.49 มีการรัฐประหารรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความอัปยศของประเทศ รัฐธรรมนูญปี 40 ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนถูกทำลาย ทั้งที่เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง มุ่งสร้างนโยบายเพื่อตอบสนองประชาชน คนไทย 60 ล้านคนกำลังมีชีวิตที่ดีในรัฐบาลนายทักษิณ ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย แต่วันนี้กลับกลายเป็นประเทศที่ต่างชาติเมินหันหลังให้เพราะรัฐประหารบ่อยครั้ง จากประเทศกำลังพัฒนามาสู่ประเทศห้ามพัฒนา เพราะมีผู้นำประเทศคนเดียวกับคนที่ลงมือทำรัฐประหาร ประชาคมโลกไม่ยอมรับ รัฐประหารปี 2549 คือการบ่อนทำลายช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของคนไทยให้ตกลงไปสู่หลุมดำที่ไม่มีทางปีนกลับขึ้นมาแม้เสี้ยวหนึ่งของจุดเดิม สิ่งเดียวที่จะทำให้ความชั่วร้ายที่ชื่อรัฐประหารหมดไปคือ ความรู้สึกสำนึกชอบในความเป็นคนของใครก็ตามที่มีส่วนเริ่มต้นที่ทำให้มันเกิดขึ้น

    “โจ้” หวดทำประเทศเจ๊งยับ

    นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ผลพวงการรัฐประหารปี 2549 ทำให้ประเทศเกิดการรัฐประหารอีกครั้งในปี 2557 สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างยิ่ง วันนี้ประเทศลาวกำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกับประเทศจีน แต่ไทยได้รถไฟอายุ 40 ปีจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้

    “เจ๊หน่อย” จี้ประชามติทำ รธน.ปชช.

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก รำลึก 19 กันยา ถอดบทเรียน 3 รัฐประหาร:จากพฤษภาทมิฬถึงม็อบราษฎร สรุปว่าในชีวิตการเมือง 29 ปี ผ่านรัฐประหารมา 3 ครั้ง อยากสรุปบทเรียนว่า ตั้งแต่ปี 35-64 เป็นเวลา 29 ปี กงล้อประชาธิปไตยไทยตกหล่มอยู่กับที่ ประชาธิปไตยไทยปัจจุบันถอยหลังไปกว่า 40 ปี สิทธิพลเมืองถูกด้อยค่า ประเทศตกต่ำ ล้าหลัง แต่เผด็จการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นผ่านรัฐธรรมนูญ 60 สร้างกลไกสืบทอดอำนาจอย่างมั่นคง วางแผนจะปกครองประเทศนี้อีกยาวนาน วางกับดักไว้เอาผิดรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากฝั่งเผด็จการจนไม่สามารถทำงานได้ รวมทั้งยังต้องฝ่าด่าน ส.ว. 250 คนและองค์กรอิสระต่างๆที่ฝ่ายเผด็จการควบคุมได้ทั้งหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นแก้เพียงระบบเลือกตั้ง ไม่ทำให้ฝั่งประชาธิปไตยชนะอย่างแท้จริง แม้ชนะเลือกตั้งแต่ต้องฝ่าด่านแรกจะชนะ ส.ว. 250 คนได้ไหม ถ้าชนะจนจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ไม่สามารถบริหารงานภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ รัฐบาลฝั่งประชาธิปไตยอาจถูกคว่ำได้ง่ายดายใน 3-6 เดือน นายกฯฝั่งประชาธิปไตยต้องถูกดำเนินคดีตามกลไกที่เผด็จการวางไว้ ทางออกจากระบอบเผด็จการครองประเทศถาวร ต้องผลักดันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้สำเร็จด้วยการเรียกร้องให้เร่งทำประชามติเร็วที่สุด

    “พิธา” จวก 15 ปีที่สูญหาย

    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ครบรอบ 15 ปีเหตุการณ์รัฐประหารเป็นการเริ่มต้น “ทศวรรษที่สูญหาย” ทำลายหลักการ เสมือนเผาบ้านเพื่อไล่หนู ทำให้ประเทศต้องล้มลุก คลุกคลานอย่างไร้จุดหมาย ไร้ทิศทาง ไร้ความหวัง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกัน ยืนยันว่า ต้องไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในประเทศนี้ ต้องยืนยันหลักการว่า ทหารต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ผลพวงจากการรัฐประหารในรัฐธรรมนูญปัจจุบันต้องถูกลบล้างออกไป ศาลต้องห้ามรับรองความสำเร็จสมบูรณ์ของรัฐประหาร หรือรับรองความสมบูรณ์ทางกฎหมายและสถานะทางกฎหมายให้แก่คณะผู้ก่อการรัฐประหาร ประกาศคำสั่ง และความผิดของการทำรัฐประหารต้องไม่มีอายุความ รัฐบาลที่มาอย่างชอบธรรมสามารถดำเนินคดีผู้ทำรัฐประหารได้ทันที นี่คือแนวทางการป้องกันการรัฐประหารที่เราสามารถยืนยันและทำได้ เพื่อที่เราจะได้มาร่วมกันสร้างประเทศนี้ขึ้นมาใหม่ไปด้วยกัน

    “โรม” เอาคืนเผด็จการพินาศ

    นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัววันครบรอบวันรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ว่า “15 ปีรัฐประหาร 49 บาดแผลอัน ขื่นคาว ที่นำเชื้อปรสิต เข้าสู่กระแสโลหิตการเมืองไทย” ยึดอำนาจจากนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 สาเหตุวงจรรัฐประหารครั้งนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการพยายามทำลายอำนาจของประชาชนที่แสดงออกผ่านระบอบการเลือกตั้ง การขูดรีดเอาสิทธิเสรีภาพไป ไม่มีความคุ้มค่าในโอกาสครบรอบ 15 ปี เราขอประกาศว่าประชาชนจะไม่มีวันพ่ายแพ้ เผด็จการจะไม่มีวันชนะ ไม่ว่าจะทำวิธีไหน และวันหนึ่งเราจะเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่เผด็จการทุกคนทำกับเราไว้ ขอให้ทุกคนจงอยู่อย่างเข้มแข็ง มีอุดมการณ์ที่มั่นคง และจับตาดูความพินาศของเผด็จการที่ใกล้เข้ามาทุกวันนี้ให้ดี รอเอาคืนมาแล้ว 15 ปี และเราจะรอจากวันนี้ไปอีกไม่นาน #เผด็จการจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ

    “ธนาธร” ปลุกชัยชนะแค่เอื้อม

    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กรำลึก 15 ปีรัฐประหารว่า ผ่านไป 15 ปี ประเทศไทยยังวนเวียน 15 ปีที่เรายังไม่ชนะ แต่ภายใต้การลืมตาตื่น การตื่นตัวของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่เกิดขึ้นช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อมั่นว่าเราจะไม่แพ้ ชัยชนะอยู่อีกไม่ไกล เริ่มจากการล้ม “ระบอบประยุทธ์” ที่เป็นปรสิตกัดกินประเทศ ปฏิรูประบบราชการ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ จัดสมดุลให้อำนาจอิสระทางการบริหารและจัดงบประมาณแก่ท้องถิ่นมากขึ้น ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ยุติการผูกขาดของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่เหนือการเมืองและอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ อำนาจและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ต้องสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะทำให้สถาบันฯดำรงอยู่คู่สังคมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ประชาชนจะไม่แพ้ เราจะสู้จนกว่าจะชนะ จนกว่าอำนาจสูงสุดจะกลับคืนสู่มือของประชาชน

    ตำรวจควบคุมฝูงชนคุมแยกดินแดงก่อนรวมตัว

    ที่สามเหลี่ยมดินแดง เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกระจายกำลังกันทั่วบริเวณ จับกลุ่มกันกลุ่มละประมาณ 5-6 นาย ตามตอม่อสะพาน ทางแยก ทางเลี้ยวหรือจุดล่อแหลม ก่อนที่กลุ่มทะลุแก๊สจะเข้ามารวมกลุ่มกัน ส่วนการจราจรยังเปิดให้สัญจรอย่างปกติ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถ จยย.คันใดน่าสงสัยว่ามีอาวุธ พลุ หรือระเบิด จะตรวจค้นเพื่อเป็นการป้องเหตุทันที สถาน การณ์ทั่วไปมีฝนโปรยปรายลงมาต่อเนื่องและยังไม่พบกลุ่มทะลุแก๊สเข้ามาแต่อย่างใด

    กลุ่มวัยรุ่นปะทะ ตำรวจควบคุมฝูงชนเผาป้อมนางเลิ้ง

    เวลา 19.20 น. หลังยุติการชุมนุมกลุ่มคาร์ม็อบ มวลชนวัยรุ่นจำนวนหนึ่งยังไม่ยอมยุติขี่รถ จยย.มารวมตัวบริเวณแยกนางเลิ้งที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังอยู่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมวางแนวรั้วลวดหนามแผงเหล็กสกัดกั้น และรถฉีดน้ำแรงดันสูงจอดเตรียมไว้สกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาประชิดบริเวณทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้กลุ่มมวลชนวัยรุ่นพยายามยั่วยุด้วยการใช้ประทัดและระเบิดปิงปองระดมขว้างปาใส่ แต่ถูกตำรวจตอบโต้กลับมาด้วยแก๊สน้ำตา กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเผาทำลายป้อมสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกนางเลิ้ง จากนั้นทยอยถอนตัวมุ่งหน้าไปทางแยกดินแดง 20.10 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเคลื่อนขบวนออกจากบริเวณแนวรับเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง ขณะเดียวกัน มีชุด จยย.เคลื่อนที่เร็วจากแยกเทวกรรมเพื่อรุกไล่ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุมม็อบ 19 กันยาคาร์ม็อบรัฐประหารณัฐวุฒิ ใสยเกื้อรัฐประหาร 19 กันยายน 2549ไล่ประยุทธ์ม็อบ 19 กันยายนม็อบ 19 กยข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 04:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์