เสียงจากชาวแฟลต แยกดินแดงเดือด

ข่าว

    เสียงจากชาวแฟลต แยกดินแดงเดือด

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      20 ก.ย. 2564 05:39 น.

      นับเป็นเวลาเดือนเศษ “มวลชนคนหนุ่มสาว เรียกตัวเองว่ากลุ่มทะลุแก๊ส” ใช้พื้นที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงนัดจับกลุ่มชุมนุมประท้วงรายวัน “ก่อเหตุเผายาง เผาสิ่งของ” ตำรวจควบคุมฝูงชน ต้องใช้กำลังเข้าระงับเหตุสลายการชุมนุมบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด

      อันเป็นเหตุให้ “ผู้ชุมนุม” ตอบโต้ด้วยการยิงหนังสติ๊ก ขว้างปาประทัดยักษ์ พลุไฟใส่ “ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน” ต้องยิงกระสุนยาง รถฉีดน้ำจีโน่...แก๊สน้ำตา ผลักดันจนล่าถอยกระจัดกระจายเข้ามายังหน้าแฟลตดินแดง

      กลายเป็นภาพว่า “สามเหลี่ยมดินแดง” เสมือนเป็นยุทธศาสตร์แห่งความรุนแรงแล้ว “ความเดือดร้อนกลับมาตกอยู่กับคนพื้นที่ในแฟลตดินแดง” ต้องอาศัยอยู่กับเสียงคล้ายระเบิด กระสุนยางที่ระแวง หวั่นว่าจะถูกลูกหลง...ทนสูดดมควันแก๊สน้ำตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

      สุดท้ายทนไม่ไหวต้องขึ้นป้ายขนาดใหญ่เรียกร้อง “ไม่ต้องการอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของทุกฝ่าย และให้ยุติเสียงปืน แก๊สน้ำตา มันสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเรา รู้บ้างไหม” พร้อมตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อผู้เดือดร้อนลงบันทึกประจำวัน สน.ดินแดง อดิศร โพธิ์อ่าน ตัวแทนชาวบ้านดินแดงและห้วยขวาง บอกว่า

      ทุกครั้งมีการชุมนุมของ “กลุ่มทะลุแก๊สมักจบด้วยเหตุปะทะตำรวจชุดควบคุมฝูงชน” เข้าสลายด้วยแก๊สน้ำตา และกระสุนยางกระหน่ำยิงใส่ “ผู้ชุมนุม” ที่ตอบโต้ยิงพลุไฟปาประทัดใส่เช่นกันแล้วล่าถอยจากใต้ทางด่วนไปยังหน้าแฟลตดินแดงเสมอ เหตุการณ์นี้กินเวลาล่วงเลยมานานจนผู้อาศัยแฟลตดินแดงสุดจะทน

      ผลกระทบจากการถูกรบกวนต้องนอนฟังเสียงพลุ และเสียงคล้ายระเบิดดังอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังต้องทนกลิ่นแก๊สน้ำตาแสบหูแสบตา โดยเฉพาะ “เด็กเล็ก...คนชรา” ใช้ชีวิตยากลำบาก นอนไม่ได้ครั่นเนื้อครั่นตัว ต่างมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

      สิ่งเลวร้ายกว่านั้น “เยาวชน 2 คนอาศัยอยู่แฟลตดินแดง” กำลังเดินทางกลับที่พัก ระหว่างนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจผิดว่า “เป็นสายสืบตำรวจเข้ามาทำร้ายร่างกาย” ทำให้น้องต้องกระโดดจากสะพานหลบหนีตายได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บเข้าแจ้งความไว้แล้ว

      เรื่องนี้กำลังกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” เพราะวัยรุ่นอาศัยในชุมชนแฟลตดินแดงไม่พอใจยอมไม่ได้จาก “กลุ่มผู้ชุมนุมนอกพื้นที่” เข้ามามีพฤติกรรมทำร้ายชาวบ้านที่เป็นเจ้าของบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่นี้ด้วย

      จริงๆ แล้ว... “ชาวชุมชนแฟลตดินแดง” ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับ “รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ” แต่การที่ “ผู้ชุมนุมนอกพื้นที่” เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้ “ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน” เกิดขึ้นบ่อยยาวนานเช่นนี้ “ผู้คนก็ไม่อาจยอมรับการชุมนุมได้” เพราะต้องเจอแต่ความเดือดร้อนกระทบต่อการดำรงชีวิต

      จนถูกมองว่า “ม็อบเคลื่อนไหวจุดนี้ไม่ใช่ไล่รัฐบาล” แต่เป็นเวทีใช้ความรุนแรงแสดงแสนยานุภาพแต่ละกลุ่มหรือไม่ เพราะสังเกตเห็นว่า “วัยรุ่นนอกพื้นที่บางส่วนมาอยู่ในแฟลตดินแดงเพิ่มขึ้น” รอร่วมสนับสนุนการชุมนุมก็มี ตามที่พูดคุยเป็นผู้ประสบปัญหาคับแค้นใจรัฐบาลบริหารผิดพลาดจนครอบครัวตกงาน

      “แฟลตดินแดงแห่งนี้มีทั้งคนไม่เห็นด้วย และคนเห็นด้วย การชุมนุมขับไล่รัฐบาลถ้าเป็นไปอย่างสงบสันติเชื่อว่าน่าจะมีคนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 50% ตอนนี้กลับมีแต่ความรุนแรงเต็มไปด้วยเสียงคล้ายระเบิด และกลิ่นแก๊สอยู่หน้าบ้านเดือดร้อนคนพื้นที่ทุกวันแบบนี้ถึงเห็นด้วยก็คงไม่มีใครทนรับเหตุการณ์ได้” อดิศรว่า

      เหตุนี้ผลกระทบจาก “การชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดง” ทำให้ชีวิตคนชุมชนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะไม่สามารถทำงานหากินได้ตามปกติสุข เช่น แม่ค้าพ่อค้าเคยเปิดร้านขายของถึง 3-4 ทุ่ม เมื่อมีการระบาดโควิด-19 “รัฐบาลประกาศใช้เคอร์ฟิว” ยังพอมีลูกค้าจับจ่ายซื้อขายกันได้ 2 ทุ่ม พอมีรายได้เลี้ยงปากท้องอยู่บ้าง

      เมื่อมี “การชุมนุมเกิดขึ้นมาเดือนเศษ” ต้องปิดร้านเร็วกว่าปกติ แม้แต่ชาวบ้านยังต้องเข้าห้องปิดบ้าน 5 โมงเย็น ทำให้เสียโอกาสการค้าขายประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ เพราะกลัวถูกลูกหลงความรุนแรงนี้ ในบางครอบครัวทนไม่ไหวทยอยย้ายไปพักอาศัยกับญาตินอกพื้นที่อื่นชั่วคราวแล้วก็มี

      ดังนั้น “คนที่เหลืออยู่แฟลตดินแดง” เป็นกลุ่มไม่มีที่อาศัยอื่นจำเป็นต้องทนอยู่ในสภาวะความวุ่นวายเสี่ยงอันตราย ที่ไม่มีแม้ “หน่วยงานรัฐ” ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของประชาชนที่จะเข้ามาแก้ปัญหาช่วยเหลือด้วยซ้ำ เพราะมักโยงผูกเรื่องกันเองว่า “คนดินแดง” สนับสนุนเห็นด้วยกับการชุมนุมนี้

      ประเด็นสำคัญ “ชาวบ้านเดือดร้อน” ต่างเฝ้ารอหน่วยงานรัฐเข้าแก้ไขเรื่องนี้ ถ้าไม่มีจริงๆ กำลังมีแผนเปิดโต๊ะเจรจาพูดคุยกับทุกฝ่าย เบื้องต้นอยู่ระหว่างประสานตัวแทนกลุ่มทะลุแก๊ส ตำรวจ คนแฟลตดินแดง และหลักสูตรกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า เพื่อหาแนวทางยุติร่วมกัน

      ทั้งยังมี “ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์” ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เพื่อประสานกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม ในการเข้ามาดูแลสำรวจประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นพิจารณาตามมาตรการเยียวยาต่อไป

      สุดท้ายคนแฟลตดินแดงเห็นด้วยการชุมนุมสันติวิธี “เรียกร้องรัฐบาลบริหารผิดพลาดลาออก” แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อความรุนแรงก่อความวุ่นวาย โดยเฉพาะเผาบ้านเผาเมืองสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

      อีกหนึ่งเสียงตัวแทนชาวบ้านแฟลตดินแดง ศิริเพ็ญ สาปณ ประธานชุมชนเคหะดินแดง 1 แฟลต 1-20 บอกว่า เริ่มแรก “กลุ่มผู้ชุมนุม” มักรวมตัวกันเฉพาะถนนวิภาวดีรังสิตขาออกบริเวณด้านหน้า รพ.ทหารผ่านศึก กองดุริยางค์ทหารบก แม้ตำรวจควบคุมฝูงชนสลายชุมนุมก็กระจัดกระจายแยกอยู่สามเหลี่ยมดินแดงเท่านั้น

      ตอกย้ำด้วย “เหตุปะทะ 2 ฝ่ายนับวันยิ่งรุนแรง” ผู้ชุมนุมบางส่วนเผายาง เผาสิ่งของบริเวณโดยรอบนี้ “ตำรวจควบคุมฝูงชน” ต้องเข้าระงับเหตุด้วยกระสุนยาง แก๊สน้ำตา รถน้ำจีโน่เคลื่อนกระชับเข้าพื้นที่ไล่จับกุมผู้ชุมนุมที่จุดพลุ ระเบิดปิงปอง ดอกไม้ไฟยักษ์ตอบโต้แล้ววิ่งหลบเข้ามาซ่อนในแฟลตดินแดง

      กระทบต่อ “ผู้อาศัยเดือดร้อน” การใช้ชีวิตไม่เป็นปกติตีสามยังได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังรบกวนการหลับนอนตลอดเวลา โดยเฉพาะแฟลต 1-แฟลต 8 ตั้งอยู่ติดถนนมักถูกกระสุนยางยิงกระจกห้องแตกเสียหาย ทั้งไม่สามารถค้าขายทำมาหากินปกติ “แม่ค้าเปิดร้านได้ไม่เกินบ่าย 3” คนทำงานไกลๆต้องรีบกลับมาดูแลบ้าน

      ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา ลูกเล็ก ผวากลัวเสียงระเบิด และทนกลิ่นแก๊สน้ำตาเข้าห้องทั้งคืน

      “ชุมชนแฟลตดินแดงไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมก่อความวุ่นวายสร้างความรุนแรง ในฐานะผู้นำชุมชนทำได้แค่ดูแลลูกบ้านให้ปลอดภัย และเน้นย้ำห้ามบุตรหลานเข้าไปร่วมการชุมนุมเท่านั้น ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกันดีกว่า เพราะประชาชนแฟลตดินแดงเดือดร้อนมากจริงๆ” ศิริเพ็ญว่า

      ย้ำว่า “ชาวบ้านแฟลตดินแดงอยู่กันบนความเสี่ยงอันตรายมาก” ทั้งยังมีลูกบ้านบางคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถูกลูกหลงยิงด้วยกระสุนยางบาดเจ็บกันหลายคน ดังนั้นทุกคนอยู่กันอย่างไม่มีหลักประกันความปลอดภัยใดๆ ทำให้คนบางส่วนทนไม่ไหวทยอยย้ายไปอาศัยอยู่พื้นที่อื่นชั่วคราวกันบ้างแล้ว

      ตอนนี้ได้แต่ “ภาวนาขอให้ทุกอย่างจบโดยเร็ว” เพื่อชาวบ้านจะได้กลับมาทำมาหากินพอมีรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันเป็นปกติ เพราะแค่โควิด-19 ระบาดอยู่นี้ก็รับผลกระทบลำบากแสนสาหัสหนักหนากันแล้ว แต่กลับต้องมาเจอความวุ่นวายทางการเมืองเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายกว่าเดิมอีก

      เบื้องต้นมีแผน “รื้อฟื้นสายตรวจชุดอินทรีแดง” ที่เคยจัดเวรยามดูแลความเรียบร้อย แต่ด้วยโควิด-19 ระบาด จึงต้องหยุดชั่วคราว เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้อาจต้องปัดฝุ่นใหม่ แต่ไม่รู้ว่าจะขัดมาตรการเคอร์ฟิวหรือไม่

      ที่สุดแล้ว “ไม่อยากให้ทุกฝ่ายใช้ความรุนแรง” เพราะไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน แต่สุดท้าย “ประเทศไทย” ที่จะเสียหายพ่ายแพ้เจ็บปวดด้วยกันทุกคน.

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ชุมนุมม็อบกลุ่มทะลุแก๊สสามเหลี่ยมดินแดงแยกสามเหลี่ยมดินแดงแฟลตดินแดงชุมชนแฟลตดินแดงผลกระทบจากการชุมนุมสกู๊ปหน้า 1

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 04:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์