"ชวน" สั่งปิดประชุม พร้อมนัดลงมติ พ.ร.บ.ป้องกันอุ้มหายฯ พรุ่งนี้

ข่าว

    "ชวน" สั่งปิดประชุม พร้อมนัดลงมติ พ.ร.บ.ป้องกันอุ้มหายฯ พรุ่งนี้

    ไทยรัฐออนไลน์

    15 ก.ย. 2564 19:56 น.

    "ชวน" ประธานสภา สั่งปิดประชุม หลังสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และให้ไปลงมติกันพรุ่งนี้ 

    วันที่ 15 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ... ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ และยังได้พิจารณาร่างพ.ร.บ. ที่มีหลักการเดียวกัน ที่เสนอโดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.พรรคประชาชาติ และส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

    ทั้งนี้ภายหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากหลายพรรคการเมือง ได้อภิปราย สนับสนุนให้ผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้กันอย่างกว้างขวางแล้ว

    ต่อมา แพทย์หญิง เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสมัยที่ครอบครัวของตนเองหาศพหะยีสุหลง โต๊ะมีนา ผู้นำของชาวไทยเชื้อสายมลายูมุสลิมโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นปู่ของนางเพชรดาว ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ซึ่งต่อมาศาลสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ

    อย่างไรก็ตาม นายชวน ประธานในที่ประชุม ได้สั่งยุติการอภิปราย และให้ลงมติในวันที่ 16 กันยายน จากนั้นได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 18.48 น.

    โดยก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงหลักการและเหตุผลว่า สำหรับเนื้อหาสำคัญคือมุ่งเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดฐานทรมาน ในฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยกำหนดการกระทำที่เข้าข่ายความผิดไว้ในทำนองเดียวกัน คือ เป็นการกระทำให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ และต้องมีวัตถุประสงค์อย่างอย่างใดอย่างหนึ่ง คือเพื่อให้ได้ข้อมูลหรือคำรับสารภาพจากบุคคลที่ถูกทรมานหรือบุคคลที่สาม เพื่อลงโทษบุคคลที่ถูกทรมานอันเนื่องมาจากการกระทำของบุคคลนั้น หรือสงสัยว่าบุคคลนั้นได้กระทำการสิ่งใด เพื่อข่มขู่หรือขู่เข็ญผู้ถูกทรมานหรือบุคคลที่สาม และเพราะเหตุผลอื่นๆ บนพื้นฐานของการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ ในร่างกฎหมายยังกำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีรมว.ยุติธรรม เป็นประธาน

    “กฎหมายฉบับนี้ยังมีการกำหนดอัตราโทษสำหรับความผิดฐานกระทำการทรมานและฐานกระทำให้บุคคลสูญหายไว้เท่ากัน และหากผลของการกระทำความผิดนั้นร้ายแรงขึ้น ผู้กระทำความผิดก็ต้องรับโทษหนักขึ้นด้วย คือ ผู้ทำผิดฐานกระทำการทรมานหรือความผิดฐานทำให้บุคคลสูญหาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับตั้งแต่ 1-3 แสนบาท หากผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส จะต้องรับโทษหนักขึ้นจำคุกตั้งแต่ 10-25 ปี และปรับตั้งแต่ 2-5 แสนบาท หากกระทำความผิดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15-30 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 3 แสนบาท-1 ล้านบาท และหากผู้ถูกกระทำเป็นบุคคลที่อายุไม่เกิน 18 ปี หญิงมีครรภ์ ผู้พิการทางร่างกายหรือจิตใจ หรือผู้ที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โทษก็จะหนักขึ้นกึ่งหนึ่ง” รมว.ยุติธรรม กล่าว



    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประชุมสภาพ.ร.บ.อุ้มหายพ.ร.บ.อุ้มหาย-ทรมานชวน หลีกภัยประธานสภาเพชรดาว โต๊ะมีนาสมศักดิ์ เทพสุทินรมว.ยุติธรรมข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 28 กันยายน 2564 เวลา 12:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์