นายกฯ ยกทีมดูแผนระบายน้ำ เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง สมุทรปราการ

ข่าว

    นายกฯ ยกทีมดูแผนระบายน้ำ เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง สมุทรปราการ

    ไทยรัฐออนไลน์

    12 ก.ย. 2564 19:12 น.

    นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจระบบบริหารน้ำฝั่งตะวันออกตอนล่าง กช.เผย 15 วันระบายน้ำผ่านระบบลดผลกระทบน้ำท่วมกว่า 500 ล้าน ลบ.ม.

    เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแผนการระบายน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง ที่บริเวณสะพานน้ำยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร จ.สมุทรปราการ ว่า เป็นการลงพื้นที่เพื่อรับฟังผลการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่สมุทรปราการซึ่งโครงการสะพานน้ำยกระดับจุดนี้เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับสั่งให้ดำเนินการเพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำทดแทนพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และช่วยในการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ ทั้งนี้ได้ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมชลประทานไปดูว่าจะสามารถกักน้ำหรือเพิ่มความจุน้ำได้อย่างไร ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำจะแก้ไขอย่างไร รวมถึงให้พิจารณาด้วยว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นบาง จากภาวะโลกร้อนและต้องมีมาตรการอะไรเพื่อมาบริหารระยะยาว ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน

    นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังแรง และพายุโซนร้อนกำลังแรง "โกนเซิน" (CONSON) บริเวณทะเลจีนใต้ ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ในช่วงวันที่ 12-16 ก.ย. 64 ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์นั้น กรมชลประทาน ได้วางแผนรับมือน้ำที่ไหลหลากมาจากทางตอนบนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจะใช้ระบบบริหารน้ำฝั่งตะวันออกเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งมีแผนตัดยอดน้ำและเบี่ยงน้ำไม่ให้ไหลผ่านเข้าสู่พื้นที่เขต กทม. ด้วยการระบายน้ำผ่านคลองแนวขวาง ได้แก่ คลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองหกวาสายล่าง คลองแสนแสบ คลองนครเนื่องเขต และคลองประเวศบุรีรมย์ ตัดยอดน้ำหลากบางส่วนระบายออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง โดยใช้ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ ในการระบายน้ำออกจากคลองดังกล่าว ส่วนปริมาณน้ำที่เหลือจะระบายลงสู่คลองแนวดิ่ง ได้แก่ คลอง 1 ถึง คลอง 17 คลองพระองค์ไชยานุชิต และคลองด่าน เพื่อระบายลงสู่คลองชายทะเล ซึ่งมีการติดตั้งสถานีสูบน้ำไว้ทั้งหมด 12 สถานี อัตราการสูบน้ำรวม 481 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณ 41.55 ล้าน ลบ.ม./วัน

    ทั้งนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 26 ส.ค. - 10 ก.ย. 64 ในภาคกลางตอนล่างเป็นต้นมาและในพื้นที่ กทม. ที่เขตหนองจอกและพื้นที่นิคมบางปู จ.สมุทรปราการ กรมชลฯ ได้ดำเนินการระบายน้ำลงทะเลอ่าวไทยผ่านระบบบริหารน้ำฝั่งตะวันออกรวม 370 ล้าน ลบ.ม. และระบายลงแม่น้ำบางปะกง 130 ล้าน ลบ.ม.

    กรณีฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน กรมชลฯ จะใช้สถานีสูบน้ำบริเวณรอยต่อกับเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สถานีสูบน้ำคลองหกวาสายล่าง สถานีสูบน้ำหนองจอก สถานีสูบน้ำประเวศบุรีรมย์ สถานีสูบน้ำเปรมใต้รังสิต เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ลงสู่คลองชลประทาน ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำและอ่าวไทยตามลำดับ ซึ่งสถานีสูบน้ำและอาคารบังคับน้ำตามแนวรอยต่อเหล่านี้ จะมีเกณฑ์ระดับน้ำเพื่อควบคุมการปิด-เปิด ที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรมชลประทานและกรุงเทพมหานคร ใช้ในการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน

    สำหรับแนวทางการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย ในระยะเร่งด่วนจะทำการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำทั้งหมด ส่วนในระยะกลาง มีแผนปรับปรุงคลอง 7 สาย ตามแผนหลักการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้แก่ คลองพระองค์ไชยานุชิต คลองปีกกา คลองสำโรง คลองด่าน คลองประเวศบุรีรมย์ คลองอุดมชลจร และคลองชวดพร้าว-เล้าหมู-บางพลีน้อย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    นายกฯแผนระบายน้ำน้ำเจ้าพระยาบริหารจัดการน้ำชายฝั่งตะวันออกสมุทรปราการข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 18:52 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์