รัฐบาลปรับเพิ่มวงเงิน โครงการบ้านล้านหลัง เฟส 2 - ธอส. อัดฉีดสินเชื่อเพิ่ม

ข่าว

    รัฐบาลปรับเพิ่มวงเงิน โครงการบ้านล้านหลัง เฟส 2 - ธอส. อัดฉีดสินเชื่อเพิ่ม

    ไทยรัฐออนไลน์

    11 ก.ย. 2564 10:53 น.

    "ธนกร" เผย ครม.ปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ถึง 30 ธ.ค. นี้ ด้าน ธอส. อัดฉีด สินเชื่อปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เตรียมปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทรเพื่อผู้สูงอายุ

    วันที่ 11 ก.ย. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าและผลการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ว่า ล่าสุด คณะรัฐมนตรีเห็นชอบปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 รวมวงเงินโครงการ 70,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) เพื่อจัดซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย พร้อมขายระยะเวลาดำเนินโครงการ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือเมื่อสินเชื่อเต็มตามกรอบวงเงินแล้ว ทั้งนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ การเคหะแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนมาตรการออกแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายดังนี้

    1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) “โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ” (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2) ปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท รวมวงเงินโครงการทั้งสิ้น 70,000 ล้านบาท และปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไข ให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง มีโอกาสซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้มากขึ้น อาทิ ไม่กำหนดเกณฑ์รายได้ผู้กู้ แต่เงินงวดผ่อนชำระรายเดือนต้องไม่เกิน 1 ใน 2 ของรายได้สุทธิต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.99% ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 ปี เป็นต้น ซึ่งพบว่าผลการดำเนินโครงการบ้านล้านหลังของ ธอส. มียอดอนุมัติสินเชื่อ ตามโครงการบ้านล้านหลังแก่ลูกค้ารายย่อย (Post Finance) จำนวน 52,514 ราย เป็นจำนวนเงิน 39,522.37 ล้านบาท (กรอบวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็น 1) กลุ่มรายได้/เดือน/คนไม่เกิน 25,000 บาท จำนวน 43,643 ราย เป็นจำนวนเงิน 33,049.02 ล้านบาท และ 2) กลุ่มรายได้/เดือน/คนเกิน 25,000 บาท จำนวน 8,871 ราย เป็นจำนวนเงิน 6,473.35 ล้านบาท และคาดว่า ภายในเดือนสิงหาคม 2564 จะมียอดการทำนิติกรรมทั้งสิ้น จำนวน 40,000 ล้านบาท

    นายธนกร กล่าวว่า 2. การเคหะแห่งชาติ “โครงการบ้านเคหะสุขเกษม” เสนอปรับปรุงทรัพย์สินโครงการบ้านเอื้ออาทรบางส่วนมาดำเนินการให้เป็นห้องเช่าราคาถูกแก่ผู้สูงอายุ ปรับปรุงพัฒนาอาคารเช่าสำหรับผู้สูงอายุ ข้าราชการ และพนักงานของรัฐที่เกษียณอายุ เป็นโครงการต้นแบบชื่อ “โครงการบ้านเคหะสุขเกษม” นำร่อง ณ จังหวัดสมุทรปราการ และกำลังเร่งศึกษาความเหมาะสมของแผนโครงการบ้านเคหะสุขเกษม ซึ่งในแผนจะเป็นอาคารสูง 5 ชั้น 4 อาคาร ทุกอาคารติดลิฟต์ แผนการดำเนินงาน 3 ปี (2564-2566) แบ่งเป็น 4 ระยะ รวม 4,089 หน่วย ขนาดพื้นที่ 33 ตารางเมตร และ 27 ตารางเมตร ต่อหน่วยที่พักอาศัย มีศูนย์ดูแลสุขภาพ พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่จัดกิจกรรม คลินิกอายุรกรรม ศูนย์สุขภาพ เป็นต้น โดยจะคิดอัตราค่าเช่า ประมาณ 2,500 - 3,000 บาท

    ทั้งนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพยายามเสริมสร้างระบบการเงินและระบบสินเชื่อที่เอื้อต่อการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกระดับรายได้ อาทิ การสนับสนุนให้ ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อส่งเสริมให้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาถูก และการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างเสมอภาค ด้วยความมุ่งหวังตั้งใจจะยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้านที่อยู่อาศัยทั่วหน้า

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โครงการบ้านล้านหลังโครงการบ้านล้านหลัง เฟส 2โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐโครงการบ้านเคหะสุขเกษมธนกร วังบุญคงชนะการเคหะแห่งชาติธนาคารอาคารสงเคราะห์ข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวการเมืองล่าสุด

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 08:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์