ล้างพลังประชารัฐ-จัดทัพใหม่ “ตู่” ยึดพรรค “ป้อม” ถอดใจ (คลิป)

ข่าว

    ล้างพลังประชารัฐ-จัดทัพใหม่ “ตู่” ยึดพรรค “ป้อม” ถอดใจ (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    11 ก.ย. 2564 05:20 น.

    รัฐสภาผ่านฉลุยร่างแก้ไข รธน.วาระสาม ไฟเขียวพรึบ 472 ต่อ 33 งดออกเสียง 187 คะแนน “2 ป.” คุยลงตัว ส.ว.เห็นชอบท่วมท้น 149 เสียง ก๊วน 40 ส.ว.หลอนผีทักษิณไม่ให้ผ่าน ก๊ก “ธรรมนัส” โดดร่มไม่มาร่วมสังฆกรรม “ก้าวไกล-ภูมิใจไทย” ย้ำจุดยืนงดออกเสียง ยันเคารพมติรัฐสภาถือว่าจบ ดับฝันพรรคเล็กเสียงไม่พอยื่นศาล รธน.ตีความ “ประยุทธ์” ฟุ้งสบายใจ ไม่ตอบเคลียร์ใจ “บิ๊กป้อม” ไล่ไปดู ม.171 “สุชาติ” โอ่ ส.ส.มาอยู่ด้วยเพราะนายกฯกับลุงป้อม ไม่มีใครออกตาม “ผู้กองนัส” ด้าน “ชัยวุฒิ” โต้ปลด 2 ช.ไม่เกี่ยวสางแค้นศึกซักฟอก “ประวิตร” หลบสื่อเข้ามูลนิธิป่ารอยต่อฯ เลี่ยงตอบปลด “ธรรมนัส” ลามศึกในบ้าน หึ่งพี่ใหญ่ส่อถอดใจวางมือ ระแวงถูกยึดพรรค “สันติ” คึกลุ้นเสียบเลขาฯ พปชร.

    ที่ประชุมรัฐสภาผ่านความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 อย่างราบรื่นด้วยคะแนนเสียง 472 ต่อ 33 งดออกเสียง 187 เสียง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกลเคารพมติของรัฐสภาถือว่ากระบวนการจบแล้ว ทำให้พรรคเล็กไม่สามารถรวบรวมเสียงยื่นเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความได้

    รัฐสภาไฟเขียวบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

    เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาโหวตร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 เรื่องระบบการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ในวาระ 3 ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 วงเล็บหก และข้อบังคับที่ 132 กำหนดวิธีการลงคะแนนโดยวิธีเรียกชื่อตามลำดับตัวอักษร และลงคะแนนโดยเปิดเผย

    “ชวน” แจงเกณฑ์ผ่าน รธน.วาระ 3

    นายชวนแจ้งว่า มติเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ คือ ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ คือต้องมากกว่า 365 คน ปัจจุบัน สมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ มี 730 คน แบ่งเป็น ส.ว.250 คน ส.ส.480 คนโดยต้องมี ส.ส.จากพรรคการเมือง ที่มิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของ ส.ว.คือไม่น้อยกว่า 84 คน ถ้าจำนวนเสียงเห็นชอบไม่ถึงตามจำนวนข้างต้นไม่ว่ากรณีใดกรณีหนึ่ง ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบด้วย ในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ

    ฉลุย 472 ต่อ 33 งดออกเสียง 187

    ต่อมาเวลา 11.34 น. หลังที่ประชุมรัฐสภาโหวตลงมติเสร็จสิ้นใช้เวลา 2 ชั่วโมง นายชวนรายงานผลการลงคะแนนว่าที่ประชุมเห็นชอบ 472 คะแนน แบ่งเป็น ส.ส.223 คะแนน และ ส.ว.149 คะแนนส่วนไม่เห็นชอบมีเพียง 33 คะแนน แบ่งเป็น ส.ส.23 คะแนน และ ส.ว.10 คะแนน และงดออกเสียง 187 คะแนน แบ่งเป็น ส.ส.121 คะแนน และ ส.ว.66 คะแนน ถือว่าที่ประชุมได้ลงมติผ่านตามเงื่อนไข เป็นการเห็นชอบให้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญต่อไป โดยกระบวนการต่อไปจะเป็นไปตามมาตรา 256 (7) คือรอไว้ 15 วัน แล้วจึงจะนำร่าง ฉบับนี้ทูลเกล้าฯโดยนายกฯ จะมีผลบังคับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    งามหน้ารัฐสภาโล่งล่มครั้งแรก

    จากนั้นเวลา 11.40 น. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานและนวัตกรรม เนื้อหา 20 มาตรา บรรดาสมาชิกรัฐสภาอภิปรายอย่างกว้างขวาง ต่อมาเวลา 15.10 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเนื่องจากที่ประชุมโล่งโหรงเหรงองค์ประชุมเหมือนจะไม่ครบ ให้เอากฎหมายนี้กลับไปแก้ไขแล้วค่อยมาพิจารณาใหม่ ขณะที่นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอว่าควรแก้ข้อบังคับการประชุมใครขาด 1 ครั้งปรับ 1 หมื่นบาท นายชวนวินิจฉัยว่าไม่ว่าเราใช้วิธีไหน ถ้าขาดความรับผิดชอบจะมีปัญหา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการประชุมรัฐสภา ส.ว.มักมาประชุมพร้อมมากกว่า ส.ส. แต่ครั้งนี้ ส.ว.ขาดมากกว่าเราตอนหลังอาจเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้สมาชิกไม่ครบ

    กระทั่งเวลา 16.08 น. นายชวนจึงกดออดเรียกตรวจสอบองค์ประชุมให้เสียบบัตรแสดงตน ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ มีผู้เข้าประชุมเพียง 355 คน นายชวนจึงสั่งปิดประชุม ระบุว่าใครแสดงตนคนนั้นก็อยู่ ใครไม่แสดงตนคนนั้นก็ไม่อยู่ ประกาศได้เลย เมื่อองค์ประชุมไม่ครบต้องปิดประชุม

    ก๊วน “ธรรมนัส” โดดร่ม-ปชป.พรึบ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ฝั่งรัฐบาล ส.ส.พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบอย่างพร้อมเพรียง ทั้งก๊วนนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานวิปรัฐบาล นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและ รมช.คลัง ยกเว้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยาและอดีต รมช.เกษตรฯ และ ส.ส.ในกลุ่ม อาทิ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ต่างพร้อมใจไม่เข้าร่วมประชุมลงมติ ส่วน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่เเตกเเถวยกมือโหวตเห็นชอบยกพรรค เเม้เเต่นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ที่เคยโหวตสวนมติพรรคบ่อยครั้งก็ลงมติเห็นชอบพร้อมหน้า ขณะที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย โหวตงดออกเสียงทั้งพรรค

    กก.งดออกเสียง “จิรวัฒน์” ฝืนมติ

    ส่วนการโหวตพรรคฝ่ายค้าน ที่น่าสนใจพรรคเพื่อไทยลงมติเห็นชอบเกือบทั้งพรรค ยกเว้นนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ที่ไม่มาเข้าร่วมประชุม พรรคก้าวไกลลงมติงดออกเสียงเกือบทั้งพรรค ยกเว้นนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. ที่ลงมติเห็นชอบ พรรคประชาชาติและพรรคเพื่อชาติ ส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบ ยกเว้น น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และนางลินดา เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติงดออกเสียง พรรคเสรีรวมไทยลงมติไม่เห็นชอบทั้งพรรค ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่เสียงแตกมีทั้งโหวตเห็นชอบและงดออกเสียง แต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติเห็นชอบ

    พรรคเล็กส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ

    ขณะที่พรรคพลังท้องถิ่นไทที่มี ส.ส. 5 คนก็เสียงแตก มี ส.ส.ลงมติเห็นชอบ 2 คน คือนายจารึก ศรีอ่อน และนายนภดล แก้วสุพัฒน์ ส่วนที่เหลืออีก 3 คน งดออกเสียง ได้แก่ นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ส่วนพรรคเล็กอื่นๆต่างลงมติทิศทางเดียวกันโหวตไม่เห็นชอบเเละงดออกเสียง อาทิ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย รวมถึง นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ยกเว้นนายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าประชาธิปไตยใหม่ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และ
    นายยรรยง ถนอมพิชัยธำรง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ลงมติเห็นชอบ

    ก๊ก 40 ส.ว.กลัวผีทักษิณไม่ให้ผ่าน

    ด้าน ส.ว.ปรากฏว่าบรรดา ส.ว.โดยตำแหน่งสาย ผบ.เหล่าทัพ ชักเเถวไม่มาร่วมลงมติ ส่วนเสียงโหวต ส.ว.ส่วนใหญ่ ทั้ง ส.ว.สาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ ส.ว.สายตรง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯต่างโหวตเป็นไปในทิศทางเดียวกันลงมติเห็นชอบ อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกฯ และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารกับนายกฯ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ส.ว.เพื่อนเตรียมทหารรุ่นของ พล.อ.ประวิตร ที่โหวตเห็นชอบ ยกเว้น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ส.ว.สาย พล.อ.ประวิตร ที่ลงมติไม่เห็นชอบ ขณะที่ด้านกลุ่มอดีต 40 ส.ว.ที่ค้านบัตรเลือกตั้ง 2 ใบมาตลอดอ้างเกรงว่าพรรคใหญ่จะกินรวบและเกรงว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะกลับมาผงาด ต่างลงมติไม่เห็นชอบและงดออกเสียง อาทิ นายตวง อันทะไชย นายถวิล เปลี่ยนศรี นายคำนูน สิทธิสมาน นพ.เจตน์ ศิรธารานนท์ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นต้น

    “จุรินทร์” ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมมือ

    จากนั้นเวลา 12.15 น. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในฐานะเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ให้ความร่วมมือทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบไปได้ด้วยดี สะท้อนว่าแม้จะแก้ยากแต่แก้ได้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันมั่นใจว่าจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมืองและระบอบประชาธิปไตยในอนาคตมากขึ้น ระหว่างรอไว้ 15 วันก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถ้ามีสมาชิกรัฐสภาสงสัยเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการแก้ไข ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ภายใน 30 วันนับตั้งแต่รับเรื่อง ถ้าผ่านกระบวนการเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญต้องยกร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สอดคล้อง พรรคจะตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งพิจารณากฎหมายลูกต่อไป

    “ประเสริฐ” โอ่ ปชช.ได้ประโยชน์ที่สุด

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นธรรมกับทุกพรรค ประชาชนจะได้ประโยชน์ที่สุด ได้เลือกคนที่รักพรรคที่ชอบ ไม่ถูกมัดมือชกให้กาได้ใบเดียว เร็วเกินไปถ้าจะสรุปว่าพรรคใหญ่ ได้เปรียบ ต้องดูวิธีการคำนวณคะแนนเลือกตั้งจากกฎหมายลูกก่อน คงไม่มีพรรคใดได้เปรียบเสียเปรียบไม่ว่าจะคำนวณอย่างไรต้องคิดจากคะแนนเสียงที่ประชาชนให้มาตอนเลือกตั้ง

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์พรรคใหญ่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ลงพื้นที่แล้วไม่ว่าพรรคเล็กหรือใหญ่ไม่ต่างกัน ที่กล่าวหาว่าใช้บัตร 2 ใบจะได้เผด็จการรัฐสภาที่เป็นอยู่ไม่เป็นเผด็จการรัฐสภาตรงไหน สุดท้ายคนที่สั่ง ส.ส.-ส.ว.ได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ว่าจะให้โหวตออกมาแบบไหน

    “ระวี” ดิ้นขอเสียง ภท.–กก.ยื่นตีความ

    ต่อมาเวลา 13.00 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ตนและพรรคเล็กลงมติไม่เห็นด้วย แต่เมื่อมติเสียงสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ออกมาแบบนี้แล้ว พรรคเล็กมีแนวความคิดว่าจะไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ยอมรับว่าเสียงพรรคเล็กไม่เพียงพอยื่นตีความตามกฎหมาย ต้องใช้เสียง 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือประมาณ 72 เสียง โดยยื่นได้ภายใน 15 วัน หากพรรคเล็กจะยื่นได้จำเป็นต้องอาศัยเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกลที่ลงมติงดออกเสียงไว้ว่าทั้ง 2 พรรคจะร่วมยื่นด้วยหรือไม่ ต้องรอเขาตัดสินใจ และภายใน 15 วันจะไปพูดคุยเจรจาประสานกัน

    ภท.ยกธงขาวทุกอย่างจบแล้ว

    ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทองและโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในวาระที่ 3 ว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยถือว่าการดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนกรณีที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ เตรียมเจรจาขอเสียงพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนพรรคเล็กยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น พรรคภูมิใจไทยคงไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าทุกอย่างจบแล้ว

    กก.ยุติเคารพเสียงระบบรัฐสภา

    ช่วงเย็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ มีเเนวคิดยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 3 ว่า ในเมื่อเสียงโหวตออกมาอย่างนี้ เราขอเคารพเสียงในกระบวนการของรัฐสภา ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้ถอดบทเรียนในอดีต ไม่ตอบโจทย์สะท้อนเสียงอันเเท้จริงของประชาชน การงดออกเสียงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เราไม่ต้องการมรดกบาป คสช. แต่ไม่ได้แปลว่าพรรคก้าวไกลต้องการบัตรเลือกตั้งใบเดียวตามรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่เราต้องการระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบ MMP ที่ให้ประชาชนเลือกคนที่ใช่และพรรคที่ชอบ คำนวณสัดส่วนคะเเนนสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างเเท้จริง

    “บิ๊กป้อม” หลบสื่อเปลี่ยนที่ประชุม

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มีวาระเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ที่ห้องบัญชาการ 301 ตึกบัญชาการ 1 แต่ก่อนเวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าทีมงานของ พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งเปลี่ยนสถานที่ประชุมกะทันหันโดยแจ้งว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว แต่จะไปนั่งประชุมที่ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถนนวิภาวดีรังสิตแทน โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร คิดไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เดินทางมาประชุมที่ทำเนียบฯเพราะไม่อยากตอบคำถามสื่อ

    “สันติ” ลุ้นเสียบเลขาฯ พปชร.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปลี่ยนสถานที่ประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน คาดกันว่าน่าจะเป็นเพราะ พล.อ.ประวิตร ต้องการหลีกเลี่ยงที่จะพบกับสื่อ ไม่ต้องการให้สัมภาษณ์ประเด็นร้อนๆ หลังนายกฯสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงประเด็นการเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเปลี่ยนแปลงเลขาธิการพรรคและเหรัญญิกพรรคใหม่ โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังถือเป็นตัวเต็งในตำแหน่งเลขาธิการพรรค

    “บิ๊กตู่”ไล่ดู ม. 171 ไม่ตอบเคลียร์พี่ใหญ่

    เมื่อเวลา 10.15 น.ที่บริษัท เอส.บี. อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ถามถึงได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เคลียร์เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ โดยย้อนถามว่า “เคลียร์เรื่องอะไร” ผู้สื่อข่าวตอบว่า อย่างเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการเดินหน้าต่อไปของรัฐบาล นายกฯกล่าวว่า “ไปดูมาตรา 171” เมื่อถามว่านายกฯสบายใจขึ้นแล้วใช่หรือไม่เรื่องการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “สบายใจมาตลอด แต่เป็นเรื่องที่นายกฯต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา 171” เมื่อถามย้ำว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ รัฐบาลทำงานได้ดีขึ้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวเพียงแต่ทำท่าผายมือออก ก่อนจะเดินทางกลับทันที

    “สุชาติ” ขยี้ไม่มีใครไปตาม “ธรรมนัส”

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่าตำแหน่งต่างๆในพรรคทั้งหมดอยู่ที่หัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัสจะลาออกจากเลขาธิการพรรค รวมทั้งตำแหน่งอื่นๆด้วยหรือไม่คิดแทนคนอื่นไม่ได้ เชื่อว่าจะไม่มีเอฟเฟกต์ตามมา ทุกคนฟังหัวหน้าพรรค ถ้าเราอยู่ในพรรคแล้วไม่เคารพหัวหน้าพรรคหรือมติพรรคคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ เมื่อถามว่า หาก ร.อ.ธรรมนัสลาออกจากพรรคจะมีกลุ่มก๊วนออกไปบ้างหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้ท่านยังอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ผู้แทนฯทุกคนที่มาอยู่กับพรรค มาอยู่เพราะเลือกนายกฯและหัวหน้าพรรค ”ลุงป้อม“ ไม่ได้มาเพราะ ร.อ.ธรรมนัสเป็นหัวหน้าพรรค จึงไม่มีความกังวลตรงนี้

    “ชัยวุฒิ” โต้ปลด 2 ช. ไม่ใช่แก้แค้น

    นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กรณีการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นตำแหน่งว่า หากทำงานร่วมกันไม่ได้ ต้องปรับเปลี่ยนเป็นธรรมดา การปรับ ครม.ของนายกฯเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงานตามที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องการแก้แค้น ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ต้องดูว่า ร.อ.ธรรมนัสจะลาออกหรือจะปรับเปลี่ยนอย่างไรหรือไม่ ยังเงียบๆ อยู่ หัวหน้าพรรค พปชร.ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรต้องติดตามกันต่อไป เมื่อถามว่าถ้าไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ร.อ.ธรรมนัสเหมาะสมจะเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐอยู่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า จริงๆไม่เกี่ยวกัน เลขาธิการพรรคเป็นตำแหน่งของพรรค รัฐมนตรีเป็นตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน หลังจากนี้หัวหน้าพรรคคงได้พูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องต่อไปว่าจะมีแนวทางอย่างไร ยังไม่ถึงเวลาตรงนั้น

    โอ่ทุกคนยังหนุนนายกฯ–รบ.เดินหน้า

    เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสระบุว่าไม่สามารถทำงานแนวทางเดียวกับนายกฯได้ จะส่งผลต่อเสถียรภาพของพรรคอย่างไร นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในพรรคทุกคนยังทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง เป็นหนึ่งเดียวกันแม้มีความเห็นต่างกันบ้าง หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์ตรงข้ามก็เป็นเรื่องปกติ ที่ ร.อ.ธรรมนัสระบุอึดอัดคล้ายอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วต้องไป ถามเจ้าตัวเอง บรรยากาศในพรรคยังคงปกติ ไม่มีอะไร คนส่วนใหญ่ยังคงทำงานได้ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้มาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ทราบ มาไม่มา ก็ปกติ เห็นไม่มากันเยอะ ยืนยันว่าทุกคนยังลงมติให้นายกฯและรัฐบาล ที่สำคัญพรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือเดินหน้าต่อไป เสียงรัฐบาลยังเพียงพอไม่มีผลกระทบ

    “เก่ง” อวย “ธรรมนัส” ใจถึงชน “บิ๊กตู่”

    นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก #ผมเบื่อลุงคนนั้น #ผมรักพี่ชายคนนี้ เนื้อหาสรุปว่า ขอให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ในฐานะ ส.ส.ชื่นชมความเป็นนักการเมืองที่คิดถึงความรู้สึกประชาชน นอกจากจะลงพื้นที่ดูแลประชาชนสม่ำเสมอแล้ว เมื่อคราวพิจารณางบฯ 65 ร.อ.ธรรมนัสออกมาคัดค้านงบฯชำระค่าซื้อเรือดำน้ำ เพราะประชาชนเดือดร้อนจากโควิด ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุม โดยให้สัมภาษณ์ทำนองว่ารัฐบาลต้องรับฟังเสียงของประชาชนนำมาปรับปรุงการทำงาน ตรงข้ามกับแนวทางของรัฐบาลลุงที่ปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างเมามัน สุดท้ายต้องนับถือคือเป็นหัวหอกไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ในการลงมติไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัสรู้ดีว่ายาก พลาดต้องถูกปรับออกจากรัฐมนตรี แต่ด้วยความเป็นคนจริง และสำนึกของผู้แทนฯที่มาจากประชาชนพร้อมเดินหน้ายอมรับผลอย่างนักเลง จิตใจของ ร.อ.ธรรมนัส ถ้าเทียบกับลุงคนนั้นฟ้ากับเหว ลุงคนนั้นไม่เคยทำเพื่อประชาชน แล้วยังดูถูกประชาชนเป็นเหมือนแค่มดปลวกตัวนึงเท่านั้น

    “เต้” ปูดคิวเชือดต่อไป “บิ๊กป้อม”

    นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “พปชร.หนุนตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ “ตู่” ปลดเลขาพรรค (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า)-เหรัญญิกพรรค (นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์) ออกจาก รมต.ไม่ไว้หน้า คิวต่อไปคงหัวหน้าพรรค (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ) แน่ๆ น่าสงสารพี่ใหญ่บอก “ตู่ไปป้อมไป น้องตู่บอก พี่ไป ผมอยู่ใครจะทำไม”
    คนพะเยาให้กำลังใจ “ธรรมนัส” สู้ต่อ ที่ จ.พะเยา ประชาชนใน จ.พะเยา ได้พากันออกมาเคลื่อนไหวยืนถือป้ายกระดาษข้อความ ให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยนายอาทิตย์ มานัสสา อดีตนักการเมืองท้องถิ่น ชาว อ.ดอกคำใต้ กล่าวว่า เสียใจและเสียดายที่ ร.อ.ธรรมนัสพ้นจาก รมช.เกษตรฯ ในฐานะคนพะเยายังคงรักศรัทธาและเชื่อมั่น ขอเป็นกำลังใจให้ ร.อ.ธรรมนัสไม่ว่าอยู่ในสถานะไหนก็ตาม อย่าท้อถอยสู้ต่อไปเพื่อคนพะเยาและคนไทยทั้งประเทศ ขณะที่นางพิสมัย ใจวัง
    ชาวบ้านชุมชนบ้านแม่ต๋ำป่าลาน ต.แม่ต๋ำ อ.เมืองพะเยา กล่าวว่า คนพะเยาทั้ง 9 อำเภอ ยังต้องการ ร.อ.ธรรมนัสอยากให้กลับมาพัฒนาพะเยา ขอเป็นกำลังใจให้ ร.อ.ธรรมนัส หรือสุภาพบุรุษกว๊านพะเยาให้สู้ๆ

    ซึ้งใจโผล่โพสต์เฟซกราบขอบคุณ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ที่ตลอดทั้งวันไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งเวลา 18.45 น. ร.อ.ธรรมนัส ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ผมกราบขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ผมครับ ผมให้สัญญาว่า ผมจะทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจที่มี เพื่อพี่น้องประชาชนตลอดไปตามที่ผมตั้งใจมั่นไว้เสมอมาครับ”

    หึ่ง “พี่ใหญ่” ถอดใจระแวงถูกยึด พปชร.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ภายในพรรค พปชร. เกิดความระส่ำระสายอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายกฯสั่งปลดฟ้าผ่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ คนสนิทสายตรงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้ว ยังจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในพรรคใหม่ด้วย ล่าสุดมีกระแสข่าวระบุว่า พล.อ.ประวิตรถึงกับมีอาการจะถอดใจ เปรยๆว่าอาจจะวางมือทางการเมืองเพราะนายกฯปลด 2 ช. โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ในฐานะลูกพี่ไม่สามารถปกป้องลูกน้องได้ ทั้งที่คิดว่ามีการขอโทษเคลียร์ใจกันไปจะจบแล้ว แต่กลับไม่จบและลุกลามไปถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วย โดยมีกระแสข่าวออกมาด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เตรียมจะส่งคนเข้ามาบริหารจัดการภายในพรรคใหม่ หลังจากดึงกลุ่มสามมิตรกลับมามีบทบาทในพรรค พร้อมทั้งประสานดึงกลุ่ม 4 กุมารของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ กลับเข้ามาร่วมงานกับพรรค พปชร.อีกครั้ง ขณะที่อีกกระแสหนึ่งส.ส.ในกลุ่ม พล.อ.ประวิตรมีการจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจจะตัดสินใจมาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.เพื่อนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีสภาพขาลอย ไม่มีฐานอำนาจเป็นของตัวเองเช่นที่ผ่านมา

    เครียดหนักจนนอนไม่หลับ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ มี ส.ส.บางคนที่ได้เข้าพบ พล.อ.ประวิตรระบุว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการเคร่งเครียดจนนอนไม่หลับจากปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะน้อยใจต่อการตัดสินใจของนายกฯ ขณะที่มีรายงานด้วยว่านางนฤมลหลังทราบว่าถูกปลดจากตำแหน่ง รมช.แรงงาน ก็ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร แล้วร้องห่มร้องไห้เสียใจอย่างหนักที่ถูกปลดฟ้าผ่ากระเด็นตกเก้าอี้ ขณะที่พอเริ่มมีกระแสข่าวปรับ ครม. ช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.ย. ส.ส.ภาคใต้ส่วนหนึ่งของพรรคได้หารือวิเคราะห์กันว่าที่ผ่านมากลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ไม่ได้รับพิจารณาเลย แต่ไม่เคยเคลื่อนไหวกดดันสร้างปัญหา ทั้งที่มี ส.ส.ถึง 14 คน ครั้งนี้คาดหวังว่าน่าจะได้รับพิจารณา แต่กังวลว่าจะถูกนำไปให้คนนอกที่ไม่ใช่ ส.ส.มานั่ง โดยเริ่มมีบุคคลที่ไม่ใช่ ส.ส.อาสาขอเป็นตัวแทนภาคใต้ พร้อมดูแล ส.ส.ภาคใต้ แต่กลุ่ม ส.ส.ไม่เห็นด้วย ต้องการให้ ส.ส.ได้เป็นรัฐมนตรีเท่านั้น

    จับตา หน.ไขก๊อกเปิดทางผ่าตัดใหญ่

    ล่าสุดมีกระแสข่าวพรรค พปชร.เตรียมปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดย พล.อ.ประวิตรอาจลาออกจากหัวหน้าพรรค เปิดทางให้เรียกประชุมพรรคปรับโครงสร้างใหม่ จะดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ โดยจะรอดูความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส และ ส.ส.ที่ใกล้ชิดราว 12 คนว่า จะมีท่าทีอย่างไร โดยบุคคลที่จะเข้ามามีบทบาทในพรรคต้องได้รับความไว้วางใจจากพี่น้อง 3 ป. สามารถเชื่อมโยงระหว่างนายกฯกับ ส.ส.ในพรรค เพื่อไม่ให้มีช่องว่างความสัมพันธ์เหมือนที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ในที่ประชุม ส.ส.พรรคเมื่อวันที่ 9 ก.ย. มีการแจ้งในที่ประชุมว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาฯและสถานการณ์ต่างๆคลี่คลาย กำหนดจัดสัมมนา ส.ส.พรรค ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

    “บิ๊กตู่” ขยับสั่ง รมต.ประกบ ส.ส. 1 ต่อ 10

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนปรับโครงสร้างพรรค พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการผ่านรัฐมนตรีของพรรคทั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ดูแล ส.ส.ในสัดส่วนที่รับผิดชอบ เบื้องต้น 1 ต่อ 10 หรือมากกว่านั้น ส่วนกลุ่มสามมิตรทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้รับผิดชอบดูแลเกือบ 30 คน หาก ส.ส.ในความรับผิดชอบมีปัญหาต้องการหารือ สามารถเข้าพบกับนายกฯได้โดยไม่มีการปิดกั้น

    “ป้อม” ปัดไม่ออก-ไม่ปรับ กก.บห.

    เมื่อเวลา 20.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ปฏิเสธกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ลาออก จะลาออกทำไม ไม่ลาออก ส่วนที่มีกระแสข่าวปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคนั้นไม่มี ทุกอย่างตามปกติ ตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ยังเหมือนเดิม ที่ต้องชี้แจงเพราะข่าวที่ออกมาทำให้ลูกพรรคตกใจ ส่วนการปรับ ครม.ก็ไม่มี ตอนนี้ตำแหน่ง รมต.ที่ว่างลงให้ รมว.ทำหน้าที่ไป ปรับ ครม.ก็ไม่มีปรับ เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะให้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเป็น รมช.มหาดไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า ไม่มีการปรับ ตำแหน่งที่ว่างลงให้รัฐมนตรีว่าการทำหน้าที่ได้ ยืนยันไม่มีการปรับใดๆทั้งสิ้น

    เชื่อลูกพี่ยังไม่ลา พปชร.เร็ววันนี้

    นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลัง ร.อ.ธรรมนัสพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ยังไม่ได้เจอหรือส่งข้อความใดไปถึง ไม่คิดว่าจะลาออกจากพรรคในเร็ววันนี้ เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสส่งสัญญาณย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ชักชวนให้ไปร่วมงานด้วยหรือไม่ นายเอกราชกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน หากจะย้ายคงต้องพูดคุยกันก่อน แต่ยืนยันว่าเวลานี้ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม ส่วนมีกระแสข่าวปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค หากร.อ.ธรรมนัสลาออกจากเลขาธิการพรรค ถ้าปรับให้เหมาะสมปรับได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่จะพิจารณา โดยต้องฟังความเห็นรอบด้านของทุกคนด้วย

    “สุทิน” ไล่ “บิ๊กตู่” ลาออกเพื่อ ปชช.

    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าออกจาก รมช.เกษตรฯและนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจาก รมช.แรงงาน ว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกมากกว่า ทำไมไปให้คนอื่นออกแทน ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 2 คนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ต่อทุกวิธีการ ครั้งนี้ใช้วิธีการเลือกรัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องออก เมื่อออกแล้วเป็นสิทธิของท่าน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือความผันผวนปั่นป่วนในพรรคแกนนำรัฐบาลจะเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลต่อประชาชน การปรับ 2 คนนั้นออกไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน ไม่ใช่เป้าหมายของประชาชน แต่จะเกิดโทษเกิดความปั่นป่วนในพรรคแกนนำรัฐบาลและการบริหารประเทศ

    ชี้อาฟเตอร์ช็อกยังมีอีกหลายลูก

    นายสุทินกล่าวว่า เห็นชัดเจนว่าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้ หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สภาฯแทบจะประชุมกันไม่ได้ เพราะ ส.ส.รัฐบาลไม่มาประชุม ทำให้ประธานสภาฯรอลงมติจนรอไม่ไหวลุกหนีจากบัลลังก์ แสดงว่าความปั่นป่วนเกิดขึ้นแล้ว สภาฯแทบจะทำงานไม่ได้ ถ้าฝ่ายค้านไม่คำนึงถึงประโยชน์นับองค์ประชุม 2 วันที่ผ่านมาจะล่มตลอด น่าห่วงว่าสมัยการประชุมหน้าจะประชุมได้หรือไม่ จะครบองค์ประชุมหรือไม่ กระทบประโยชน์ประชาชนแน่นอน จะบริหารได้หรือไม่ เชื่อว่าไม่จบแค่นี้จะเกิดความปั่นป่วนขึ้นอีกหลายระลอก ทำให้รัฐบาลไม่เข้มแข็ง นับวันจะอ่อนแอลง สภาฯก็อ่อนแอด้วยเป็นเรื่องน่าห่วง เลยต้องขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์จะทำอะไรกับ ครม.เป็นสิทธิของท่าน แต่อย่าให้กระทบงานที่จะทำให้กับประชาชน

    “เสรีพิศุทธ์” ฟ้อง “ศรีสุวรรณ”

    ที่ศาลอาญา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท โดยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความโจทก์ กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยื่นฟ้องนายศรีสุวรรณ กรณียื่นร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาทิ้งหินดินลงแม่น้ำแควน้อยเกินกว่าแนวเขตที่ดิน โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการใส่ความทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และกล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายกรณี ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เบื้องต้นศาลรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2193/64 นัดไต่สวนมูลฟ้องเพื่อมีคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 17 ม.ค.65

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แก้รัฐธรรมนูญประชุมสภาประชุมร่วมรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญข่าวการเมืองพรรคพลังประชารัฐข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 09:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์