สั่งติดตามสายพันธุ์มิว จ่อฉีดเข็ม 3 ให้คนรับซิโนแวคครบตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.

ข่าว

    สั่งติดตามสายพันธุ์มิว จ่อฉีดเข็ม 3 ให้คนรับซิโนแวคครบตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.

    ไทยรัฐออนไลน์

    10 ก.ย. 2564 17:18 น.

    “พล.อ.ประยุทธ์” สั่งติดตามโควิดสายพันธุ์มิว ส่วนมติ ศบค. เตรียมฉีดวัคซีนเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม เล็งฉีดเข็ม 3 ให้คนรับซิโนแวคครบ 2 เข็มตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.

    วันที่ 10 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ว่า มีการสั่งติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศการยกระดับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์มิว (MU) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทย

    รวมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อสังเกต ข้อเสนอแนะหรือข้อท้วงติงที่เป็นประโยชน์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายที่ผ่านมา มาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนและช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความพอใจหลังจากที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงพยาบาลสนามที่เป็นความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน และสถานประกอบการในโครงการ Factory Sandbox ซึ่งขอให้เป็นต้นแบบในพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพราะไม่อาจคาดคะเนได้ว่าไวรัสโควิด-19 จะอยู่นานแค่ไหน รัฐบาลยังเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน และขอให้ประชาชนปฏิบัติตาม Universal Prevention และทุกองค์กรเน้น COVID-19 FREE Setting (สถานประกอบการ ลูกค้า/ประชาชน) ให้ครอบคลุมทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

    นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการดูแลเด็กนักเรียน โดย ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขจะเร่งปูพรมฉีดวัคซีนเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปี ภายในเดือนตุลาคม โดยจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง ยึดหลักและคำแนะนำทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งนักเรียน ครูและเจ้าหน้าที่ เพี่อสร้างโรงเรียนปลอดภัย รวมทั้งสร้างความเข้าใจกับกลุ่มคนที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน ว่าการฉีดวัคซีนสามารถลดอาการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต

    ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบเป้าหมายให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในเดือนตุลาคม 2564 ให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด อย่างน้อย 50% ทุกจังหวัด ขยายกลุ่มอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน และวางแผนให้เข็มกระตุ้นในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ที่ครบ 2 เข็มในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2564 รวมทั้งเห็นชอบคงระดับของพื้นที่และมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามระดับพื้นที่สถานการณ์ ถึง 30 กันยายนนี้ ประกอบด้วย พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด คงมาตรการเคอร์ฟิว Work From Home เพิ่มความเข้มข้นตามมาตรการ COVID Free Setting

    อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงสถานประกอบการ ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Micro SMEs ซึ่งจะได้หาแนวทางแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้น จากการเตรียมรองรับมาตรการของรัฐทั้งมาตรการ Bubble and Seal และ Factory Sandbox พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกคนปฏิบัตตามมาตรการเพื่อประโยชน์ของตนเอง ภายใต้ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ประกอบด้วยรัฐบาล เอกชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเดินหน้าตามเป้าหมายในการเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งหลายประเทศได้จับตามองไทย เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการดำเนินงานเช่นกัน

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ศบค. นอกเหนือจากการเร่งแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 แล้ว นายกรัฐมนตรียังห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ โดยกำชับทุกส่วนราชการเตรียมแผนเผชิญเหตุในทุกพื้นที่ทั้งส่วนภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที เพราะในขณะนี้ รัฐบาลกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาทุกมิติ ทั้งโควิด-19 เศรษฐกิจและภัยธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19วัคซีนโควิดวัคซีนไฟเซอร์สายพันธุ์มิวเปิดเทอมฉีดวัคซีนให้เด็กฉีดวัคซีนฉีดวัคซีนเข็ม 3วัคซีนซิโนแวคไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์เปิดประเทศ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 04:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์