"บูชายัญ" ประชาธิปไตย ไฟเผาหนังสือ ดินแดงป่วน คฝ.ล็อก 15 โจ๋ (คลิป)

ข่าว

    "บูชายัญ" ประชาธิปไตย ไฟเผาหนังสือ ดินแดงป่วน คฝ.ล็อก 15 โจ๋ (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    8 ก.ย. 2564 05:19 น.

    คฝ.จู่โจมสายฟ้าแลบจับแก๊งทะลุแก๊สแต่หัววัน หวิด วุ่นเจอเเนวร่วมล้อมต้องถอยร่นเข้าที่ตั้ง อโศกโมเดลปรับแผนรายวัน “บก.ลายจุด” ลั่น 19 ก.ย.นัดชุมนุมใหญ่วันครบรอบรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ม็อบทะลุฟ้านำผืนผ้าที่ประชาชนร่วมกันเขียนถึง รธน.ที่ต้องการคลุมอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย จราจรกลางเรียก “สิระ” ให้ถ้อยคำ หลังจอดรถบนทางด่วนดินเเดง ชูนิ้วไอเลิฟยูให้ผู้ชุมนุม ข้างล่าง ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐานคดีปักหมุด ราชทัณฑ์เผย กวิ้น ปวดหัวหนักไม่สามารถปรากฏตัว ผ่านคอนเฟอเรนซ์ได้ ส่วนรุ้งและแอมมี่ ไม่มาศาล อ้างสัมผัสกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อต้องกักตัว ศาลพิจารณาแล้ว ให้เลื่อนคดี

    การชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ถูกกล่าวหาบริหารงานผิดพลาดตลอด 7 ปี โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องโควิด ยังมีให้เห็นรายวัน ทั้งรูปแบบสงบสันติอย่างการชุมนุมที่บริเวณแยกอโศก และการใช้ความรุนแรงจากบรรดาวัยรุ่นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ทำให้ชาวแฟลตดินแดงได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา จากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ยิงตอบโต้กลุ่มวัยรุ่นที่ใช้แฟลตดินแดงเป็นเกราะกำบัง

    ลูกพ่อขุนไล่ “ประยุทธ์หมื่นศพ”

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่ประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยนัดทำกิจกรรมไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ตำนานประยุทธ์หมื่นศพจะอยู่ตลอดไป” กลุ่มผู้ชุมนุมนำรายชื่อขบวนการสร้างตำนานฯ นำรายชื่อ ส.ส.ที่โหวตลงมติไว้วางใจนายกฯมาจัดแสดง รวมทั้งรายชื่องูเห่าในพรรคฝ่ายค้าน พร้อมขอให้ประชาชน อย่าเลือกพรรคในฝ่ายรัฐบาลที่เปรียบว่ามีจิตใจอำมหิต ใช้สีแดงทาตัวผู้แสดงเปรียบเป็น “ยมบาล” พร้อมข้อความ “หนีนรกมาไล่ประยุทธ์” จากนั้นนำป้ายรายชื่อ ส.ส.ที่โหวตไว้วางใจรัฐมนตรีและงูเห่า รวมถึงสแตนดี้ พล.อ.ประยุทธ์วางกับพื้นถนน ก่อนสาดสีใส่กันสนุกมือ และอ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า สภาฯมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ ส.ส.ที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ได้ใช้เวทีสภาฯตรวจสอบ กลับลงมติไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีให้ทำงานต่อ เพียงเพราะว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

    “ทะลุฟ้า” ปักธงแดงพาน รธน.

    ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายนวพล ต้นงาม นัดหมายชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ชื่อ#ม็อบ 7 กันยาทำระยำมา 7 ปี อภิปรายครั้งนี้มึงรอดมาได้ยังไง กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำผืนผ้าดิบหลายสิบผืนที่ได้ไปจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนเขียนข้อความรัฐธรรมนูญที่ต้องการ ตามสถานที่ต่างๆถูกนำมาเย็บติดกันแล้วนำขึ้นไปห่อคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไว้ แสดงออกถึงความต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชน ส่วนบนยอดพานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นำธงสัญลักษณ์กลุ่มทะลุฟ้าไปปักไว้ รอบพื้นที่ชุมนุมมีการจัดแสดงงานศิลปะประชาธิปไตย พื้นที่คราฟเบียร์ทะลุฟ้า การแจก อาหาร น้ำดื่มฟรี ให้กับผู้ชุมนุม ทั้งมีแกนนำกลุ่มนักศึกษาและเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมคับคั่ง อาทิ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จากกลุ่มเยาวชนปลดแอก นายพีรพล ระแวกโสม ประธานภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย

    จุดไฟเผาหนังสือบูชายัญ

    ต่อมาเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติชู 3 นิ้ว จากนั้นโปรยใบปลิวกระดาษเอ 4 ลงจากยอดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่มีข้อความเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคม ส่วนบริเวณรอบอนุสาวรีย์ ได้เปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ลานกิจกรรมต่างๆอาทิ การเล่นสเกตบอร์ด นิทรรศการ และศิลปะ กระทั่งเวลา 18.40 น. นายพีรพล ระเวกโสม ขึ้นปราศรัย กล่าวโจมตีระบบการศึกษาที่ให้นักเรียนศึกษาออนไลน์ที่บ้าน แต่ไม่มีการวางระบบที่เหมาะสมและไม่เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน พร้อมชี้แจงแคมเปญหยุดเรียนออนไลน์ เรียกร้องการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ระหว่างปราศรัยได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ให้เยาวชนหญิงสวมใส่ชุดนักเรียนพันตัวติดกับเสาแล้วราดสีแดงลงบนร่าง ก่อนจุดไฟเผาหนังสือเรียนที่วางกองไว้รอบตัวนักเรียนหญิงคนดังกล่าว สื่อถึงเจตนารมณ์ว่าไม่พอใจกับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน

    แยกอโศกฝนตกคนบางตา

    ส่วนที่บริเวณถนนอโศกมนตรีฝั่งขาออก ข้างศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 มีการจัดชุมนุมแบบ “คาร์ม็อบ-คนม็อบ” นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เป็นการจัดชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้บรรยากาศชุมนุมค่อนข้างเงียบเหงา มีผู้เข้าร่วม ค่อนข้างบางตา

    “สมบัติ” รับปรับแผนดึงคน

    นายสมบัติเผยว่า คนม็อบ-คาร์ม็อบ วันนี้เป็นรูปแบบของไบค์ม็อบ หรือขบวนรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ ยอมรับการชุมนุมที่จัดแบบยืดเยื้อมีข้อจำกัดในเรื่องคนที่จะมาร่วมในแต่ละวัน จำเป็นต้องปรับแผนในทุกรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์ทุกวัน เพื่อดึงมวลชนให้มาร่วม ถ้าไม่ปรับคนก็จะไม่มาโดยเฉพาะในวันธรรมดา ส่วนเสาร์-อาทิตย์ น่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมมากกว่านี้ ยืนยันกระแสตื่นตัวการเมืองของประชาชนในขณะนี้ค่อนข้างสูง ความรู้สึกไม่เอารัฐบาลนั้นมีเต็มที่ เพียงแต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้ออกมาชุมนุมบนถนน

    ไบค์ม็อบบีบแตรไล่ประยุทธ์

    จากนั้นเวลา 16.15 น.มีการประกาศเชิญชวนรถจักรยานยนต์ที่จะเข้าร่วมไบค์ม็อบ ตั้งแถวบริเวณหลังเวทีปราศรัย พร้อมแจกสติกเกอร์ข้อความ “ไล่ประยุทธ์” มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ประสานการจราจร กระทั่งเวลา 17.00 น. นายสมบัติให้สัญญาณขบวนไบค์ม็อบราว 100 คันเศษ ใช้ธงแดงที่มีสัญลักษณ์กลุ่มรีเดม นำขบวนเคลื่อนตัวออกแยกอโศกท่ามกลางสายฝน มุ่งหน้าไปบนถนนสุขุมวิท กลับรถที่แยกพระโขนง ผ่านมาบีบแตรที่แยกอโศก และวนไปกลับรถที่แยกนานา รวม 3 รอบ

    “เต้น” นัด 19 ก.ย.แสดงพลัง

    นายณัฐวุฒิกล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. ถือเป็นวันที่ประเทศไทยต้องสูญเสียประชาธิปไตย เพราะหลังจากวันนั้นสังคมไทยไม่กลับไปเหมือนเดิมอีก และการรัฐประหาร 22 พ.ค.57 เหมือนเป็นผลสืบเนื่องตามมาเมื่อวาระดังกล่าวกลับมาบรรจบก็จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญแสดงพลังครั้งใหญ่ต่อต้านเผด็จการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ สถานที่นัดหมายน่าจะเริ่มต้นที่แยกอโศกแต่รูปแบบเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง การจัดชุมนุมครั้งนี้ ตนและ บก.ลายจุดไม่ได้เป็นแกนนำ เพียงแต่มาช่วยกันสร้างโมเดลเปิดพื้นที่ให้มวลชนมาร่วมกันต่อสู้โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว รูปแบบที่ทดลองนั้นต้องดูว่าได้ผลหรือไม่ ปริมาณไม่ใช่ประเด็นหลัก การแสดงออกของประชาชนสำคัญมากกว่า

    ฝนถล่มแยกอโศกยุติชุมนุม

    หลังมวลชนไบค์ม็อบ วนถนนสุขุมวิทเสร็จสิ้น ได้กลับเข้ามารวมตัวที่เวทีปราศรัย มีการเปิดฟรีไมค์ให้ผู้ร่วมชุมนุมขึ้นมากล่าวถึงความล้มเหลวของรัฐบาล มีนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตเลขานุการ รมช.สาธารณสุข ขึ้นเวทีด้วย จากนั้น ในเวลา 18.30 น. นายณัฐวุฒิปราศรัยกับผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้มีหลายฝ่ายเสนอตัวที่จะนำข้าวของต่างๆมาสนับสนุนการชุมนุมที่แยกอโศก มีแนวคิดที่จะให้ร้านอาหารต่างๆโดยเฉพาะในย่านอโศก เข้ามาฝากร้านไว้กับเวทีแล้วแจ้งว่าสินค้าอะไรที่จะขายบ้างในราคาเท่าไหร่ แล้วจะเชิญชวนผู้สนับสนุนม็อบมาสั่งซื้อแล้วมาแจกในพื้นที่ชุมนุมเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. เวลา 17.00 น.เวทีแยกอโศกจะแจกอาหารให้ผู้ที่มาร่วม ทั้งจะปรับรูปแบบให้สอดรับกับเป้าหมายการนัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่จะถึงในอีกไม่นาน ส่วนจะเป็นอย่างไรขออุบไว้ก่อน กระทั่งเวลา 19.09 น. ฝนตกอย่างหนักนายณัฐวุฒิตัดสินใจยุติชุมนุมก่อนเวลา

    คฝ.จู่โจมจับเร็วมวลชนฮือ

    ส่วนสถานการณ์ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ที่มีการปะทะระหว่างกลุ่มวัยรุ่นทะลุแก๊สกับ คฝ.รายวัน มีรายงานว่า เมื่อเวลา 17.50 น. กลุ่มทะลุแก๊ส จำนวนหนึ่ง ขี่รถ จยย.มารวมตัวบริเวณแยกดินแดง เหมือนทุกวันที่ผ่านมา พร้อมทำลายทรัพย์สินของ ทางราชการ ขว้างปาระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์เป็นระยะ เสียงสนั่นหวั่นไหวท้าทายเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ คฝ.ชุดเคลื่อนที่เร็ว ใช้ทั้งรถกระบะและ จยย.มาทุกทิศบุก ปรับยุทธวิธีเข้าปิดล้อมพื้นที่แยกดินแดงจู่โจมจับกุมกลุ่มทะลุแก๊ส ได้คนและรถ จยย. จำนวนหนึ่ง เกิดการชุลมุนมวลชนที่ไม่พอใจปรี่เข้ารุมล้อมเจ้าหน้าที่ ก่อนที่กำลัง คฝ.ที่เหลือจะเข้ามาเสริมไว้ทัน และนำผู้ต้องหาพร้อมรถ จยย.ที่ยึดได้ออกจากพื้นที่ทันที และมีกำลังส่วนหนึ่งดูแลพื้นที่แยกดินแดงไว้ไม่ให้กลุ่มทะลุแก๊สมารวมตัวกันได้อีก

    เจอแนวร่วมโต้กลับถอยเข้าที่ตั้ง

    อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่ คฝ.จับกุมกลุ่มทะลุแก๊สอยู่นั้น มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และแนวร่วมกลุ่มทะลุแก๊สตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ พร้อมปาก้อนหิน ก้อนอิฐ และไม้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่คุมเชิงแยกดินแดงไว้ต้องถอยร่นเข้าถนนวิภาวดีรังสิตขาออก ช่วงจังหวะนั้น กลุ่มทะลุแก๊สที่ยังหลงเหลือจากการจับกุมตามไปขว้างปาประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ระเบิดเพลิง พลุไฟ ใส่เจ้าหน้าที่จนต้องถอยกลับที่ตั้งในกองดุริยางค์ทหารบก ขณะที่กลุ่มทะลุแก๊สยังตามไปขว้างปาประทัดยักษ์และระเบิดปิงปองระบายแค้นที่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดประตูตีแมว

    เผา จยย.ตร.วอดทั้งคัน

    กระทั่งเวลา 19.30 น. กลุ่มทะลุแก๊สได้นำรถ จยย.ของ ตร.ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน มาจุดเผากับ ยางรถยนต์บริเวณก่อนทางลงอุโมงค์ ที่มุ่งหน้ามาจาก อนุสาวรีย์ชัยฯ ทำให้เกิดเปลวไฟรุนแรงและรถ จยย. ถูกเผาไหม้วอดทั้งคัน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

    จับโจ๋ 15 ราย ของกลางเพียบ

    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เผยหลัง คฝ.ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าจู่โจมจับกุมกลุ่มวัยรุ่น บริเวณแยกดินแดงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาว่า ปฏิบัติการดังกล่าว จับกุมผู้กระทำผิดได้ 15 ราย ยึดประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ลูกแก้ว ลูกหิน ได้จำนวนหนึ่ง ผู้ที่ถูก จับกุมให้การรับสารภาพว่า ได้ตระเตรียมมาเพื่อที่จะ ก่อเหตุความวุ่นวาย ไม่ได้ออกมาเพื่อเรียกร้องทาง การเมือง ทั้งนี้ ในการปฏิบัติการของตำรวจมีการปรับ แผนอยู่ตลอด เพื่อให้ได้แผนที่มีประสิทธิภาพ ยึดความ ปลอดภัยของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก และไม่ปล่อยให้ผู้ก่อเหตุ โยนระเบิดทำลายทรัพย์สินของทางราชการอย่างต่อเนื่อง เมื่อถามว่ายุทธวิธีการเข้ากุมเมื่อช่วงเย็น ของตำรวจ คฝ. ใช้รถกระบะพุ่งเข้าชนกลุ่มวัยรุ่นหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในการจะจับกุมใคร คงไม่มีใครหยุดให้จับเฉยๆ เป็นเรื่องปกติที่ต้องกระทบ กระทั่งกัน หลักการผู้บังคับใช้กฎหมายคงไม่ใช้อำนาจ หน้าที่เข้าไปทำร้ายกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ แต่เป็นการกระทบ กระทั่งจากยุทธวิธีเข้าจับกุม หรือเป็นเรื่องการป้องกันตัว อยากให้มองรอบด้านและดูตั้งแต่ต้นจนจบ

    น.แถลงสรุปม็อบ 6 ก.ย.

    ก่อนนี้เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เผยถึงการนัดชุมนุมในวันนี้ว่า ขอเตือนว่ากรุงเทพฯเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การกระทำดังกล่าวมีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ และความผิดอื่นๆ สำหรับการชุมนุมวันที่ 6 ก.ย. ที่แยกอโศก ไม่มีความรุนแรง เจ้าหน้าที่จับกุมรถเครื่องเสียง 1 คัน พร้อมผู้ต้องหา 3 คน

    ขอสื่อติดเครื่องหมายที่ชัดเจน

    ส่วนข้อสงสัยว่า ตำรวจจับกุมกลุ่มวัยรุ่นย่านดินแดงเมื่อวันที่ 6 ก.ย. โดยไม่แจ้งเตือน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าบังคับใช้กฎหมายได้แจ้งเตือนให้หยุดกระทำเป็นระยะๆ แต่กลุ่มผู้ที่ก่อเหตุไม่หยุด จึงเข้าไปปฏิบัติตามยุทธวิธี จับกุมได้ 18 ราย เป็นเยาวชน 9 ราย ยึด จยย. 30 คัน ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน จะเรียกผู้ปกครองมาให้ปากคำ หากพบว่าปล่อยปละละเลยจะถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ฝากเตือนประชาชนที่ต้องสัญจรบริเวณดังกล่าว ขอให้เลี่ยงเส้นทางห้วงเวลานั้น เนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแยกว่าผู้ใดเป็นผู้ใด ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่เช่น สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ขอให้มีเครื่องหมายที่ชัดเจน

    เรียกสอบ “สิระ” ชู 3 นิ้วให้ม็อบ

    ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.จร. เผยถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ จอดรถบนทางด่วนก่อนลงจากรถมาชูมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กลุ่มผู้ชุมนุมด้านล่างทางด่วนดินแดง เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ว่า ได้ส่งหนังสือไปยังนายสิระเพื่อเรียกตัวมาให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวน ตามภาพที่ปรากฏว่าจริงหรือไม่ ด้วยเหตุผลใด หากไม่มีเหตุผลเพียงพอจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หากยอมรับว่ากระทำผิดจริง จะเปรียบเทียบปรับข้อหาห้ามบุคคลใดหยุดหรือจอดรถในทางพิเศษ เว้นแต่ในบริเวณที่มีป้ายอนุญาตให้จอดรถชั่วคราวในกรณีที่รถขัดข้องหรือเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนจุดเกิดเหตุอยู่ที่ใดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

    ศาลนัดตรวจพยานคดีปักหมุด

    วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานคดีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกเป็นแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร รวม 22 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 รวมทั้งความผิดอื่นๆ กรณีชุมนุมปักหมุดที่สนามหลวงวันที่ 19-20 ก.ย.63 จำเลยให้การปฏิเสธ ในวันนี้ศาลยังนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนประกันตัวนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ กรณีการชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่นำโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.63

    คุกแจ้ง “กวิ้น” ปวดหัวหนัก

    ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์เพื่อนัดพร้อมตรวจหลักฐาน กำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยทั้ง 22 คน และไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1 นายอานนท์ จำเลยที่ 2 น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง จำเลยที่ 5, นายภาณุพงศ์หรือไมค์ จำเลยที่ 6 และนายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 ไปพร้อมกัน ในส่วนนายพริษฐ์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่ามีอาการปวดหัวหนัก รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่อาจปรากฏตัวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ ขณะที่ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง จำเลยที่ 5, นายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 และนายอนุรักษ์ จำเลยที่ 22 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ส่วนจำเลยที่เหลือมาศาล ทั้งนี้ก่อนเริ่มนัดพร้อมและไต่สวนในวันนี้ ศาลกำชับห้ามบันทึกภาพและเสียง รวมถึงห้ามมิให้คู่ความและบุคคลอื่นที่อยู่ในห้องพิจารณาลุกขึ้นแถลงการณ์หรือกระทำการใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล หรือรบกวน ขณะศาลพิจารณา ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

    รุ้ง-แอมมี่ ไม่มาศาลอ้างกักตัว

    ต่อมาทนาย น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง จำเลยที่ 5 แถลงว่า วันที่ 3 ก.ย.64 จำเลยที่ 5 สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้เข้าตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ขอเลื่อนวันนัดฟ้องออกไปอีกสักนัดหนึ่ง ส่วนทนายความ นายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 และบิดา แถลงว่าจำเลยที่ 17 สัมผัสใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นกัน ต้องกักตัวและขอเลื่อนนัด จำเลยอื่นๆแถลงว่า มีกำหนดนัดฉีดวัคซีนขอเลื่อนนัดด้วย ศาลพิเคราะห์เห็นว่า เนื่องจากจำเลยที่ 5 และ 17 ได้สัมผัสกับผู้มีความเสี่ยง ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำเป็นต้องกักตัว มาศาลไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ 22 มีกำหนดนัดฉีดวัคซีนฯ มีเหตุให้เลื่อนคดี (ปักหมุด) ออกไป นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2-3 และ 14 ธ.ค.64 และให้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์เพิ่มเติมใหม่ 21 นัด สืบพยานจำเลย 21 นัด

    ชี้ไม่มีเหตุให้ไต่สวนปล่อยตัว “กวิ้น”

    ส่วนกรณีนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนายพริษฐ์ จำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวไปแล้ว ไม่มี เหตุให้ไต่สวนการเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของจำเลยที่ 1 อีก ส่วนจำเลยที่ 5 เห็นว่า สัมผัสกับผู้มี ความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และต้องกักตัว ส่วนจำเลยที่ 2, 6 และ 17 ยังไม่ได้รับคำร้องขอเพิกถอนการ ปล่อยตัวชั่วคราว ไม่อาจไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการ ปล่อยชั่วคราวได้ในวันนี้ ให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้อง ขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวใหม่ในวันที่ 3 พ.ย.64

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุมม็อบ 7 กันยาทะลุฟ้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยม็อบ 7 กันยายนกลุ่มทะลุฟ้าม็อบ 7 กยไล่ประยุทธ์สามเหลี่ยมดินแดงอโศกข่าวการเมืองข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 21:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์