ม็อบทะลุฟ้า ปราศรัยอัดรัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิง พร้อมขับไล่ “บิ๊กตู่” หลังเสียงข้างมากในสภาฯ โหวตไว้วางใจนายกฯ และ 5 รัฐมนตรี

วันที่ 7 ก.ย. 2564 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. บรรยากาศการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังเป็นไปด้วยความสงบ มีมวลชนทยอยเข้าร่วม ท่ามกลางท้องฟ้าที่ค่อนข้างมืดครึ้มหลังฝนซาลง ซึ่งการจัดกิจกรรมที่นำโดยกลุ่มทะลุฟ้า มีการระบุถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรีได้รับความไว้วางใจด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง ART Gallery มีการตั้งซุ้มเขียนจดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำ ซึ่งก็คือกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ถูกจับกุมคุมขัง

เวลา 16.15 น. มีมวลชนส่วนหนึ่งนำผ้าผืนใหญ่ที่มีข้อความต่างๆ จากการขีดเขียนของประชาชนซึ่งระบุว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนช่วยกันออกแบบ ไปคลุมไว้พานรัฐธรรมนูญและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงขึงป้ายข้อความ “ทวงคืนอำนาจให้ประชาชน” นอกจากนี้ มีการนำรั้วเหล็กกั้นเส้นทางจราจรบางส่วนเพื่อเป็นพื้นที่กิจกรรมด้วย แต่ยังไม่ได้มีการปิดการจราจร

...

เวลา 16.37 น. นายสิรภพ อัตโตหิ หรือ แรปเตอร์ ร่วมเป็นหนึ่งในพิธีกรของงานขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจและรัฐธรรมนูญใหม่ จากนั้นส่งต่อให้กับ พี และ ยาใจ ทะลุฟ้า ขึ้นมากล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สถานการณ์โควิด-19 ที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ ยังมีผู้เสียชีวิตรายวัน แต่ละครอบครัวต้องสูญเสียไป รวมไปถึงเรื่องวัคซีน ทำให้ไม่สามารถไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อีกต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมกันแสดงจุดยืนขับไล่ และอยากเป็นเสียงที่เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้ความรุนแรง

ต่อมาเวลา 16.55 น. น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือ ไหม ตัวแทนเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ขึ้นปราศรัยถึงการทำงานภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีผลกระทบกับประชาชนและกลุ่มแรงงาน องค์กรอิสระก็ไม่สามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้ และยังเป็นรัฐบาลที่ก่อหนี้มากมาย แต่คนที่ต้องใช้หนี้ คือ รุ่นลูกรุ่นหลาน นี่คือสิ่งที่รับไม่ได้กับการบริหารของรัฐบาลนี้ การแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง รวมถึงการระบาดในเรือนจำ ที่ประชาชนอภิปรายนอกสภาฯ เสียงก็ไม่เคยไปถึง เราทุกคนได้รับผลกระทบ จึงไม่สามารถไว้วางใจได้ สนับสนุน 3 ข้อเรียกร้อง ประยุทธ์ ลาออกโดยทันที, รัฐธรรมต้องมาจากประชาชน แก้ทุกหมวดทุกมาตรา และปฏิรูปสถาบัน ก่อนทิ้งท้ายว่า แรงงานคือผู้สร้างชาติ และปราศรัยจบในเวลา 17.12 น.