เมื่อศึกซักฟอกในสภาฯปิดฉากจบการแสดง ก็ถึงเวลาต้องเช็กสต๊อกชำระบัญชีกำไรขาดทุนทางการเมือง

เพราะผลจากศึกไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ทำให้สถานะ “ผู้นำสตรองแมน” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เหี่ยวเฉาซูบโทรมไปถนัดตา

ส่งผลให้การสืบทอดอำนาจนายกรัฐมนตรีไม่สดชื่นรื่นเริงเหมือนเดินชมทุ่งลาเวนเดอร์อีกต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่น นายกฯลุงตู่ ยอมรับความจริง และปรับปรุงตัวเอง ด้วยเหตุผล 6 ประการ...

ข้อที่ 1, คำชี้แจงของ “นายกฯลุงตู่” ในสภาฯไม่มีน้ำหนักโน้มน้าวให้ชาวบ้านเชื่อมั่นศรัทธาได้เหมือนเดิม

ต้องปรับจูนระบบสื่อสารใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง!!

ข้อที่ 2, ตั้งแต่รองนายกฯดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดนเขี่ยตกเก้าอี้ไป ไม่มีใครในรัฐบาล (รวมถึงลุงตู่เอง) สามารถอภิปรายหักล้างฝ่ายค้านในประเด็นความล้มเหลวทางเศรษฐกิจได้ถึงลูกถึงคน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน พูดจาเรื่อยเจื้อยเฉื่อยแฉะ แต่ไม่มีลำหักลำโค่นในเวทีสภาฯ

นายกฯลุงตู่คิดผิดจั๋งหนับที่ปรับ “ดร.สมคิด” ออกจากรัฐบาล

ข้อ 3, นายกฯลุงตู่ ต้องเลิกวางก้ามเป็นเจ้าใหญ่นายโตกับ ส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล

เพราะการเอาแต่อยู่บนหอคอยงาช้าง ห่างเหินจาก ส.ส.ในสภาฯ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เกือบเก้าอี้หลุดจากก้นไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ข้อ 4, นายกฯลุงตู่ ต้องเลิกคิดว่า ส.ส.พวกนี้ต้องพึ่งบารมีลุงตู่ เพื่อได้เป็นฝ่ายรัฐบาล

เพราะความจริง ลุงตู่ตะหากที่ต้องพึ่งพาอาศัย ส.ส.พวกนี้ช่วยค้ำยันเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของตัวเอง

ข้อ 5, กลุ่ม 3 ป. เป็น “ข้าวนอกนา” ทางการเมือง

เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

แถมยังผูกขาดเก้าอี้มหาดไทยที่นักการเมืองขาใหญ่ใฝ่ฝันกันเหลือเกิน

แต่ “แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่ นายกฯลุงตู่ สงวนโควตา รมว.มหาดไทย ให้ “บิ๊กป๊อก” พี่กลาง 3 ป. นั่งจนรากงอกมาแล้ว 7 ปี

เพื่อกันท่านักการเมืองเขี้ยวลากดิน ไม่ให้เข้าไปวุ่นวายขายปลาช่อนในกระทรวงมหาดไทย

ข้อ 6, นายกฯลุงตู่ จำเป็นต้องปรับ ครม.เพื่อลดคลื่นใต้น้ำในพรรคแกนนำรัฐบาล

ด้วยการยอมสละ “โควตากลาง” ที่ นายกฯลุงตู่ เอาพรรคพวกตัวเองมายึดครองไว้ถึง 8 คน!!

พูดตรงๆ นายกฯลุงตู่เอาเปรียบเกินไปที่กั๊กโควตารัฐมนตรีเอาไว้ถึง 8 คน จาก ครม. 35 คน!

บัดนี้ถึงจุดคับขันที่ นายกฯลุงตู่ ต้องยอมคาย “โควตากลาง” เพื่อแบ่งปันให้ ส.ส.ที่รอเข้าคิวเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ปี

จากที่ล็อกเก้าอี้ไว้ 8 ตัว ให้เหลือไม่เกิน 5 คน

แต่อย่าลืมเก็บ ดร.วิษณุ เครืองาม ไว้แก้เหงาซักคน

ขาด ดร.วิษณุไป เหมือนกินน้ำพริกไม่มีปลาทู.

“แม่ลูกจันทร์”