เพื่อไทยฟัน 7 ส.ส.แหกคอก โหวตสวน จ่อขับพ้นพรรค จิรวัฒน์ประกาศ ถีบหัวส่งก้าวไกล

ข่าว

เพื่อไทยฟัน 7 ส.ส.แหกคอก โหวตสวน จ่อขับพ้นพรรค จิรวัฒน์ประกาศ ถีบหัวส่งก้าวไกล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

6 ก.ย. 2564 05:19 น.

อาฟเตอร์ช็อกหลังศึกซักฟอก เพื่อไทยจ่อลงดาบ 7 ส.ส. แหกคอก “ประเสริฐ” ลั่นงานนี้ไม่มีมวยล้ม “โจ้” ห้าวเป้งไล่ไปให้พ้นพรรค แย้มมี 3 ส.ส.ฝากเลี้ยงส่อถูกขับออก “อนุสรณ์” ได้ทีเย้ย “บิ๊กตู่” จะมั่นหน้าอยู่เพื่ออะไร “จิรวัฒน์” กร้าวตั้งใจถีบหัวเรือส่งก้าวไกล “จุรินทร์” ยังไม่ได้สัญญาณปรับ ครม. โพลจี้ปรับ ครม. เอาคนที่มีปัญหาออก “ไพบูลย์” มั่นใจแก้ รธน.วาระ 3 ฉลุย มท.ชง ครม.ปล่อยผีเลือกตั้งท้องถิ่น

จับตาหลังศึกซักฟอก พรรคเพื่อไทยเตรียมลงดาบ ส.ส.แหกคอก ลงมติโหวตฝ่าฝืนมติพรรค คณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทยตั้งแท่นสอบ 7 ส.ส. ขอคำชี้แจง หากฟังไม่ขึ้นพร้อมขับออกจากพรรคตามมาตรการขั้นเด็ดขาดของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

พท.ขึงขังฟันพวกแหกคอก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี ส.ส.พรรคส่วนหนึ่งโหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาว่า ส.ส.ที่มีเจตนาฝ่าฝืนมติพรรค ทั้งขาดประชุมโดยไม่มีเหตุผล ตั้งใจให้ร้ายพรรคด้วยความเท็จ และมีลักษณะบ่งบอกว่าไม่ต้องการอยู่กับพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า คณะกรรมการจริยธรรมพรรคจะประชุมในวันที่ 6 ก.ย.เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก่อนพิจารณาดำเนินการในขั้นต่อไป หากพบจงใจทำผิดขั้นร้ายแรง จะดำเนินการขับออกจากสมาชิกพรรคทันทีตามมาตรการขั้นเด็ดขาดของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค แม้รัฐบาลจะชนะเสียงในสภาแต่ไม่อาจทัดทานความต้องการที่แท้จริงของประชาชนได้ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม คงต้องคิดให้ดีหากอยู่ในตำแหน่งต่อ แต่คะแนนโหวตไว้วางใจของพรรคร่วมรัฐบาลต่ำเกือบลำดับท้ายสุด สะท้อนถึงความล้มเหลวความไม่เชื่อมั่น

กก.จริยธรรมเรียกสอบ 7 ส.ส.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกรรมการจริยธรรมพรรคจะเรียก ส.ส.ทั้ง 7 คนมาชี้แจงเหตุผล จะรับฟังและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เพราะทั้ง 7 คน มีกรณีที่แตกต่างกันไป อย่างกรณีนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก แจ้งมาว่าติดโควิดไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสภาฯได้ ถ้าเหตุผลฟังขึ้นก็คงลงโทษไม่ได้ แต่ถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้นพรรคจะพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับอย่างเด็ดขาด ส่วนกรณี ส.ส.แถลงข่าวให้ร้ายพรรค แม้จะไม่เกี่ยวกับการลงมติเราจะพิจารณาลงโทษเช่นกัน เพราะทำให้พรรคเสียหาย ยืนยันครั้งนี้เอาจริงไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่ และวันที่ 10 ก.ย.จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระ 3 พรรคจะประชุมเพื่อมีมติให้ ส.ส.โหวตไปในทิศทางเดียวกัน เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“โจ้” ห้าวเป้งไล่ไปให้พ้นพรรค

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากผลโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ได้คะแนนน้อยลงไปทุกทีคงอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน ส่วน ส.ส.ของพรรค 7 คนที่โหวตสวนมติพรรคประกอบด้วย นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ที่เป็นถึงประธาน ส.ส.ภาคอีสาน ประเด็นนี้พรรคได้ประชุมและมีมติชัดเจน อีกทั้งหัวหน้าพรรคมีหนังสือให้ทุกคนทำตามมติพรรค ใครฝ่าฝืนถือว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงมีโทษขับออกจาก ส.ส.อย่างเด็ดขาด เรื่องนี้ไม่มีล้อเล่น 7 คนนี้เตรียมตัวเลย ถ้าทำผิดมติพรรคก็ออกไปเลย ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรือกลัว พรรคต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เป็น ส.ส.ต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่มีใครเสนอให้ไล่จะเสนอเองเพราะเป็นกรรมการบริหารเช่นกัน “ที่บอกว่าแน่บอกมาเลยผมจะเอาออกเอง”

เย้ย “บิ๊กตู่” มั่นหน้าอยู่เพื่ออะไร

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการบริหารที่ล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ผ่านมา หากเป็นรัฐบาลที่มีสปิริตคงแสดงความรับผิดชอบลาออกไปนานแล้ว ครั้งนี้ได้คะแนนไว้วางใจรองบ๊วย แต่เสียงโหวตไม่วางใจมาอันดับหนึ่ง ถือว่าเสียรังวัดเสียความสง่างาม ขืนยังดันทุรังอยู่ต่อจะกล้าสู้หน้ารัฐมนตรีคนอื่นใน ครม. โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างไร ที่สำคัญครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นการเคลื่อนกำลังจะโหวตล้มนายกฯกลางสภา ได้เห็นความไม่พอใจในการบริหารประเทศของคนแทบทุกกลุ่ม จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ต่อไปได้อย่างไร วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เหมือนถูกขึงพืด ในสภาพที่บอบช้ำยับเยินที่สุด ประชาชนทั้งประเทศจะลุกขึ้นมายกระดับขับไล่จนรัฐบาลอยู่ไม่ได้

คาดขับออกสาม ส.ส.ฝากเลี้ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมที่พรรคเพื่อไทยตั้งขึ้นเมื่อ ส.ส.ที่ฝ่าฝืนมติพรรคเข้าชี้แจงแล้ว คณะกรรมการฯจะสรุปผลเพื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจะแจ้งมติไปยัง ส.ส.ที่ถูกกล่าวหา คาดว่าอาจมี ส.ส.ถูกขับออกจากพรรคถึง 3 คน

“จิรวัฒน์” ลั่นตั้งใจถีบหัวเรือ กก.

ขณะที่นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตั้งใจโหวตไม่ไว้วางใจนายกฯเเละรัฐมนตรีทุกคน ยกเว้นไม่ได้ลงคะเเนนให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม คนเดียว เพราะเคยช่วยเหลือเรื่องการย้ายป้ายรถเมล์ตรงสถานีขนส่งสายใต้ใหม่สำเร็จ ส่วนข้อหา “เสเพล” ก็เป็นเรื่องการใช้ชีวิตส่วนตัว ยืนยันว่าจุดยืนทางการเมืองยังอยู่พรรคฝั่งประชาธิปไตย เมื่อถามว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดเรื่องจะดองงูเห่า นายจิรวัฒน์ตอบว่า ยอมรับว่าคงไม่ได้ไปต่อกับก้าวไกล ทัศนะหลายอย่างไม่ตรงกัน ความสัมพันธ์จริงๆห่างเหินกันมาตั้งแต่เดือน ก.พ.เเล้ว ตั้งแต่มีเรื่องเห็นต่างในการเเก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคอีกเลย

เป้าหมาย “ตู่” ไม่ใช่เสียงโหวต

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีคนอื่น ถือว่าได้รับความไว้วางใจจาก ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง สะท้อนว่าสภายังเชื่อมั่นการทำงานของนายกฯและรัฐบาล รัฐบาลยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป ผลโหวตเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ตามระบอบประชาธิปไตยเป็นกระบวนการถ่วงดุลการทำงานระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ นายกฯให้ความสำคัญการบริหารมากกว่าการเมือง เป้าหมายสำคัญของการทำงานคือประชาชน ไม่ใช่จำนวนตัวเลขในสภา

ปชป.ยังไม่ได้สัญญาณปรับ ครม.

ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องคะแนนไว้วางใจเป็นแบบนี้มาทุกยุคทุกสมัย น้อยครั้งที่คะแนนจะเท่ากันทุกคน ครั้งนี้คะแนนนายกฯและรัฐมนตรีทั้ง 5 คนก็เกาะกลุ่มกัน สะท้อนความเป็นเอกภาพในรัฐบาล เมื่อถามว่า ผลคะแนนที่ออกมาจะเกิดแรงกระเพื่อมภายในพลังประชารัฐหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ไม่ขอก้าวล่วง ไม่สามารถตอบได้ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับสัญญาณการปรับ ครม. ส่วนสมาชิกพรรคที่โหวตสวนมติ 2 คนนั้น เป็นคนหน้าเดิม คงไม่ไปตักเตือนอะไร แต่ต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรคอยู่แล้ว

จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบค่าหัว 5 ล้าน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหานายกฯแจกเงิน ส.ส.หัวละ 5 ล้านบาท ให้โหวตไว้วางใจนั้น องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนเรื่องนี้คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากคำกล่าวหาของนายวิสารไม่เป็นความจริง อาจผิดมาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 15 หรือหากนายกฯจ่ายเงินให้ ส.ส.คนละ 5 ล้านบาทจริง อาจเข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 17 และหากมี ส.ส.รับเงินจริง อาจผิดมาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 9 ป.ป.ช.ต้องรีบเข้ามาไต่สวนโดยเร็ว คือนายวิสารก่อนเป็นลำดับแรก จึงเตรียมส่งเรื่องถึง ป.ป.ช.ต่อไป

หลังศึกซักฟอกต้องปรับ ครม.

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชน 1,146 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อศึก อภิปรายไม่ไว้วางใจในสายตาประชาชน พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 89.8 เข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 98.9 ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางคนบางกลุ่มต้องการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง รองลงมามองว่าคนในฝ่ายรัฐบาลไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อรองราคา และสมประโยชน์กัน ส.ส.กลุ่มการเมืองใหม่อภิปรายได้ดีมีเหตุมีผล ไม่ใช้อารมณ์ เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชน ส่วนก้าวต่อไปของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่เห็นว่าควรนำแนวทางสร้างสรรค์จาก ส.ส.กลุ่มการเมืองใหม่ ไปเร่งแก้วิกฤติ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ รวมถึงปฏิรูประบบราชการ บริหารจัดการ จัดหาและกระจายวัคซีนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 81.9 เห็นด้วยต่อการปรับ ครม. เพราะต้องการให้ปรับคนไม่มีผลงาน ทำงานไม่ดี ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่โปร่งใส และมีปัญหาภาพลักษณ์ ออกไป

“ไพบูลย์” มั่นใจแก้ รธน.ผ่านแน่

อีกเรื่อง นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 93 และมาตรา 91 กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาลงมติในวาระที่ 3 วันที่ 10 ก.ย. ชัดเจนอยู่แล้ว พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงเวลาวาระ 3 ก็โหวตเห็นชอบทุกคน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลมีทิศทางการโหวตอย่างไรก็แล้วแต่เขา แต่พรรคประชาธิปัตย์คงเห็นด้วยหมด พรรคฝ่ายค้านก็มีพรรคเพื่อไทย ในส่วน ส.ว.ก็ได้เสียงมากพอสมควร ดูจากตอนพิจารณาวาระที่ 2 แต่การพิจารณาในวาระที่ 3 จะได้เสียงมากขึ้น มั่นใจการลงมติผ่านแน่นอน ไม่มีปัญหาอะไร

ชง ครม.ปล่อยผีเลือกตั้งท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เตรียมเสนอพิจารณาเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 ประเภท ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ที่ครบวาระตั้งแต่เดือน พ.ค.2561 แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. และประกาศที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เห็นชอบให้เตรียมความพร้อมเลือกตั้ง อบต. กทม. และเมืองพัทยา ส่วนงบประมาณค่าใช้จ่าย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งจังหวัดกำชับ อบต. กทม. และเมืองพัทยา จัดทำข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งไว้พร้อมแล้ว

“จุรินทร์” อุบไต๋ผู้ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคมีตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดตัวเพราะยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอฟังมติ ครม.ก่อน รวมถึงฟัง กกต.ด้วยว่าจะมีความเห็นอย่างไร อย่างน้อยที่สุดมั่นใจว่าผู้ที่พรรคจะส่งลงสมัครจะเป็นที่ยอมรับ ชาวกรุงเทพฯจะรับไว้พิจารณาไม่ใช่ได้ยินชื่อปั๊บก็เขี่ยทิ้ง

โพลเชียร์ “ชัชชาติ” นั่งผู้ว่าฯ กทม.

ด้านนิด้าโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 5” พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 27.71 เป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 24.60 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 15.49 เป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อันดับ 4 ร้อยละ 9.57 ระบุ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันดับ 5 ร้อยละ 5.24 ระบุเป็นผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล รองลงมา คือ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ผู้สมัครจากพรรคประ ชาธิปัตย์ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และยังไม่เลือกใคร

จับตา “บิ๊กวิน” มีทิ้งทวนหรือไม่

วันเดียวกัน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่คาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม. ในเดือน พ.ย.นี้ เนื่องจาก กกต.ประกาศเขตเลือกตั้ง ส.ก.เรียบร้อยแล้ว และ รมว.มหาดไทย ลงนามเสนอคณะรัฐมนตรีให้จัดเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ทั้งนี้ขอให้สังคมรอดูว่า อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯจะลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ถ้ามั่นใจว่าคนรักก็ควรลงเลือกตั้ง และขอให้จับตาดูว่า อัศวินจะมีการทิ้งทวนนำเรื่องการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าที่ประชุม ครม.เป็นวาระจรหรือไม่ ถ้ามีจริงก็ถือว่ารัฐบาลชุดนี้ใจดำอำมหิตมาก ประชาชนต้องออกมาร่วมกันขับไล่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทยอรุณี กาสยานนท์ประเสริฐ จันทรรวงทองประยุทธ์ จันทร์โอชายุทธพงศ์ จรัสเสถียรพรรคก้าวไกลข่าวหน้า1ข่าววันนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 11:37 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์