"สุทิน" ปิด จบอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วัน รัฐบาลโกงทุกขั้นตอนของโควิด ค้าความตาย

ข่าว

    "สุทิน" ปิด จบอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วัน รัฐบาลโกงทุกขั้นตอนของโควิด ค้าความตาย

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 ก.ย. 2564 21:48 น.

    ฝ่ายค้านสรุปปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตลอด 4 วัน โกงทุกขั้นตอนของโควิด ค้าความตาย 5 อย่าง มีกฎหมายในมือ 40 ฉบับ แต่บริหารไม่เป็น ไร้ภูมิปัญญา ไร้วิสัยทัศน์

    เมื่อเวลา 18.16 น. วันที่ 3 ก.ย. 2564 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในการประชุม

    โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตลอด 4 วัน ว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำให้ประชาชนจมในกองทุกข์ ประเทศจมในกองหนี้ เหตุเกิดจากประชาชนกลัวตาย โดยมีเหตุแห่งการตาย 5 อย่าง คือ

    1. ตาย เพราะผู้นำไร้ภูมิปัญญา ไร้วิสัยทัศน์
    2. ตาย เพราะผู้นำไร้ความสามารถ
    3. ตาย เพราะผู้นำโกง
    4. ตาย เพราะผู้นำโอหังคลั่งอำนาจ
    5. ตาย เพราะผู้นำไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบ

    โดยนายสุทิน ได้กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ที่แม้มีคนหายป่วยแล้ว ก็อาจอดยากจนตาย เพราะผู้นำไร้ภูมิปัญญาขาดวิสัยทัศน์ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อการเปิดอภิปรายตัวเลขผู้ติดเชื้อและตายลดลง เมื่อไปตรวจสอบก็พบว่า เป็นเพราะมีการตรวจหาเชื้อน้อยลง อาจจะทำให้ประชาชนการ์ดตกได้ ประกอบกับรัฐบาลเพิ่งคลายล็อกด้วย ส่วนที่รัฐบาลอ้างว่าสถิติตัวเลขของไทย เมื่อเทียบกับทั่วโลกแล้วไทยดีกว่านั้น เป็นความคิดที่ผิด ขอรัฐบาลอย่าคิดว่าประชาชนโง่ หรือ ฝ่ายค้านโง่ เพราะประเทศอังกฤษ ตรวจหาเชื้อวันละ 7 หมื่นคน แต่ไทยตรวจวันละ 4 หมื่นคน ยืนยันว่าทุกคนกลัวตาย แต่การที่บริหารผิดพลาดให้คนตาย ถือเป็นความล้มเหลวสูงสุด จึงขอให้รัฐบาลนำไปพิจารณาเรื่องนี้ โดยเฉพาะที่ผ่านมามีคนตายอยู่ข้างถนน และตายเพราะรอเตียง ถือว่าเป็นการตายที่ต่ำกว่ามาตรฐานความเป็นมนุษย์ ซึ่งคนเหล่านั้นออกมาตะเกียกตะกายที่ด้านนอก เพื่อแสดงให้เห็นว่าต้องการความช่วยเหลือ และแสดงให้รัฐบาลเห็น จะได้รับรู้ถึงความเป็นจริง

    ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงเรื่องแรงงาน ที่ถูกสั่งปิดแคมป์คนงานและโรงงานหลายแห่ง จนต้องหนีกลับบ้าน อยากให้มองดูสภาพความเป็นจริง เพราะบุคคลเหล่านี้ต้องทำงานส่งเสียที่บ้าน แต่เมื่อเจ็บป่วยคนเหล่านี้จะทำมาหากินอย่างไร ดังนั้นการที่รัฐบาลระบุว่าเศรษฐกิจดี เป็นเพราะมองภาพของธุรกิจใหญ่ จึงอยากให้มองถึงผลวิจัยของธนาคารแห่งประเทศด้วยว่า ธุรกิจใหญ่ 5% เหล่านี้มีส่วนแบ่งรายได้ถึง 85% แต่เอสเอ็มอีที่เหลืออีก 95% มีส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียง 15% จึงปิดร้านเจ๊งตายเรียบหมด

    ขณะที่เรื่องการเกษตร ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหาร พบว่าสินค้าราคาตกต่ำทุกตัว แม้แต่ราคายางพารา ยังทุบราคา เอาของดีไปขายหมด ทำให้ราคายางพาราตกต่ำ และยังประสบปัญหาเรื่องโรคลัมปีสกินในโคกระบืออีก จึงอยากให้รัฐบาลมองภาพคนเหล่านั้นที่ไม่ได้ร่ำรวย ต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน แต่สถานการณ์โควิด รัฐบาลกลับสั่งปิดตลาดนัดสินค้าเกษตร โดยไม่หามาตรการรองรับ ชาวบ้านหลายคนจึงไม่มีรายได้ เมื่อนำรถไปเร่ขายสินค้ากลับถูกรีดไถจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก ส่วนการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังผิดฝาผิดตัว

    ส่วนด้านสาธารณสุข เหมือนตัวใครตัวมัน เป็นเพราะความผิดของคณะรัฐมนตรี ที่ไม่มีมาตรการป้องกัน ไม่เตือนภัยชาวบ้าน การแพร่ระบาดที่เวทีมวย ชายแดน และสถานบันเทิงทองหล่อ ก็เกิดจากการหละหลวมของรัฐบาลทั้งสิ้น ทำให้ชาวบ้านต้องรับกรรม จึงเป็นที่มาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะอยากให้มีจิตสำนึกและมีสปิริตแสดงความรับผิดชอบ พร้อมถามรัฐบาลว่าจะมีมาตรการรองรับกับสายพันธุ์มิวที่เข้ามาใหม่ไว้อย่างไรบ้าง เหตุใดวัคซีนไม่เพียงพอ และทำไมไม่ชี้แจงเรื่องวัคซีนซิโนแวคถึงเอกสารการจ่ายเงินแบบรัฐต่อรัฐต่อสภาตามที่รัฐบาลอ้างไว้ รวมถึงทำไมยังสั่งซิโนแวคเพิ่มเติม ทั้งที่ทราบดีว่ามีคุณภาพไม่ดี เป็นเพราะมีเงินทอนหรือไม่ เหตุใดการซื้อแบบรัฐต่อรัฐจึงต้องเสียภาษี และทำไมจึงซื้อแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านถึง 100 บาท ทั้งที่อ้างว่าเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้อง ซึ่งเรื่องนี้ตลอด 2 วัน ก็ยังไม่มีการชี้แจงต่อสภา ทำให้ปักใจเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ "ค้าความตาย"

    นอกจากนี้รัฐบาลยังบริหารประเทศแบบรัฐราชการ ทั้งที่มีกฎหมายในมือถึง 40 ฉบับ แต่กลับมีเงื่อนไขมากมาย อาทิ เรื่องวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยาไทย ทั้งที่ผ่านการตรวจสอบจาก WHO มาแล้ว รวมถึงเรื่องการซื้อชุดตรวจ ATK ที่มีการล็อกสเปก การเข้าถึงการตรวจโควิดในช่วงแรกแบบ RT-PCR ยังทำได้ยาก มีราคาแพง ทั้งหมดนี้จึงถือว่าเป็นความล้มเหลว ของรัฐบาล ที่จงใจทำผิดพลาด หาประโยชน์ เป็นผู้นำไร้ภูมิปัญญา ไร้วิสัยทัศน์ ไม่เข้าร่วมโครงการ Covax จนเป็น 1 ใน 7 ประเทศในโลก และการแทงม้าตัวเดียวกับวัคซีนแอสตราเซเนกา เพราะคิดแต่จะหาช่องโกง และยังโกงทุกขั้นตอนของโควิด อีกทั้งยังกีดกันภาคเอกชนนำเข้าวัคซีน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีภูมิปัญญาเป็นได้ถึงแค่ผู้บัญชาการทหารบก แต่ไม่ถึงการเป็นนายกฯ เพราะไม่มีความสามารถบริหารทางการเมือง เน้นแต่กระบวนการแต่ไม่มีผลงานชัดเจน

    นอกจากนี้ยังออกกฎหมายปิดปากประชาชน เตรียมออก ร่าง พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อมาล้างผิดเรื่องวัคซีนซิโนแวคโดยเฉพาะ และยังโกงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในกองทัพ แทนที่จะนำมาคิดซื้อวัคซีน

    โดยความไม่ไว้วางใจเหล่านี้ ยังลามไปถึงพรรคของรัฐบาลเองแล้ว จนต้องซื้อความไว้วางใจ สิ่งที่แก้ได้คือการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านทำสุดความสามารถแล้ว จึงหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมด้วย ด้วยการโหวตไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเป็นของขวัญให้กับชาวบ้าน เพราะนายกฯคนนี้ ทำลายประชาธิปไตย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีรัฐสภา ฝ่ายค้านทุกชีวิตรับไม่ได้กับเหตุการณ์เมื่อวานนี้ จึงไม่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อ

    หลังจากการกล่าวสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสร็จสิ้นของฝ่ายค้าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงนัดสมาชิกให้มาลงมติในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย. 64) ในเวลา 10.00 น. เนื่องจากไม่สามารถลงมติได้วันเดียวกับการอภิปราย ก่อนจะปิดประชุม ในเวลา 20.23 น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อภิปรายไม่ไว้วางใจประชุมสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 64อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564คณะรัฐมนตรีแก้รัฐธรรมนูญประยุทธ์ จันทร์โอชาอภิปรายไม่ไว้วางใจล่าสุดลงมติไม่ไว้วางใจข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวการเมืองล่าสุด

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 28 กันยายน 2564 เวลา 00:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์