“อนุทิน” กราบขออภัยผู้เสียชีวิต แจงหลายประเด็น วอนหยุดเอาโควิดเล่นการเมือง (คลิป)

ข่าว

    “อนุทิน” กราบขออภัยผู้เสียชีวิต แจงหลายประเด็น วอนหยุดเอาโควิดเล่นการเมือง (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 ก.ย. 2564 00:15 น.

    “อนุทิน” กราบขออภัยครอบครัวผู้เสียชีวิตกลางสภาฯ แจงยาวหลายประเด็น วอนฝ่ายค้านหยุดเอาโควิดมาเล่นการเมือง อย่าด้อยค่าวัคซีนจนประชาชนหวาดกลัว

    เมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 2 ก.ย. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 3 จากการถูกกล่าวหาว่าประเมินความรุนแรงและผลกระทบโควิด-19 เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา ไม่มีการเตรียมพร้อม ละเมิดกฎหมาย จนเกิดการแพร่ระบาดวงกว้าง โดยร่ายยาวไปตั้งแต่ทราบว่ามีโรคระบาดในอู่ฮั่น ประเทศจีน ช่วงสิ้นปี 2562 ก็เตรียมการในเรื่องต่างๆ มาโดยตลอด และไทยก็สามารถควบคุมการระบาดได้ดีเมื่อพบผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ระลอก เรารับมือสถานการณ์โควิดได้ดีกว่าหลายประเทศ ที่กล่าวหาว่าเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยและไม่เป็นความจริง

    แต่โชคไม่ดีที่เจอการระบาดระลอก 3 ลากยาวจนปัจจุบัน ยอมรับว่ามีความรุนแรงในทุกมิติ สาเหตุหลักมีการเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎหมาย ขาดความระมัดระวัง สัญจรไปมาอย่างเสรี ละเลยการเว้นระยะห่าง ไปสังสรรค์ เที่ยวสถานบันเทิง ลอบเล่นการพนัน นำเชื้อกลับมาติดคนใกล้ชิดจนเป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์ ขยายไปโรงงาน ครัวเรือน จนติดเชื้อเป็นหลักหมื่นราย แต่หากไม่มีการเตรียมความพร้อมคงไม่สามารถให้การรักษาอย่างทุกวันนี้ได้ แม้จะมีผู้ติดเชื้อ อาการหนัก และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่พยายามดูแลอย่างเต็มที่ ทำสุดความสามารถ แม้ผู้ป่วยสะสมเกิน 1 ล้านราย แต่ผู้ที่หายป่วยก็เกือบ 1 ล้านราย ส่วนอัตราเสียชีวิตก็ต่ำกว่า 1% ซึ่งส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงเสียชีวิตหากติดโควิด

    “ตัวกระผมเอง ตัวท่านนายกรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์การสาธารณสุขทุกคน รู้สึกเสียใจ โดยเฉพาะตัวผม ผมขอถือโอกาสนี้ขอกราบขออภัยอย่างที่สุดต่อครอบครัวของผู้ป่วยที่เสียชีวิต ขออภัยอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของท่านเหล่านั้นไว้ได้”

    นายอนุทิน กล่าวต่อไป ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุข หนีความรับผิดชอบ ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ยืนยันไม่เคยอยู่นิ่งเฉย สั่งการตลอดเวลาให้เกิดความพร้อม ซึ่งทางบุคลากรสาธารณสุขบอกว่า ขอให้แค่บอกก็พร้อมที่จะทำถ้าเป็นการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน จะทำทันที ไม่มีการรำมวย ถ้าไม่มีความสำนึกรับผิดชอบ ก็แค่บอกว่ามีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แล้ว สั่งการอะไรไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้อง แต่คำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความหมายมากกว่านั้น และการที่มีโอกาสได้มาอยู่กระทรวงนี้ มั่นใจว่าความสามารถน่าจะทำสิ่งเป็นประโยชน์ให้กับสถานการณ์โรคระบาดนี้ดีขึ้นมาได้ แม้บทบาทหน้าที่จะถูกจำกัดไปบ้างตามประกาศของ ศบค. แต่ความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังสามารถทำงานที่เป็นภารกิจประจำกระทรวงได้อย่างราบรื่น ได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคน

    นอกจากนี้ ทุกอย่างมาจากความตั้งใจ ใส่ใจในสุขภาพที่ดีของประชาชน มั่นใจว่าไม่ได้เพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลยต่อภาระหน้าที่ความรับผิดชอบตามข้อกล่าวหาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และสิ่งที่ดำเนินการทั้งหมดเกิดผลเป็นรูปธรรมเพราะนายกรัฐมนตรีเข้าใจและสนับสนุนข้อเสนอทุกเรื่องที่เป็นการลดความเดือดร้อนประชาชน เป็นข้อพิสูจน์ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม ผ่านการวางแผนที่รอบคอบ มีการประเมินสถานการณ์ด้วยความตระหนักรู้ ไม่ผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ไม่ได้ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ได้ขาดความรู้และภูมิปัญญา สิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในเอกสารญัตติที่กล่าวหาว่าขาดความรู้และภูมิปัญญา แต่เลือกปฏิบัติสิ่งที่ตนเองเข้าใจ และมอบหมายให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านช่วยกันทำงาน ให้บังเกิดผลสำเร็จ

    ไม่ได้เป็นการคุยโม้โอ้อวด ไม่มีการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือการใช้กฎหมายใดๆ ในทางมิชอบและเกินขอบข่ายที่มีอยู่ ไม่ได้บริหารงานผิดพลาดจนกระทั่งทำความล้มเหลวให้กับระบบการสาธารณสุขของประเทศไทย ไม่เคยแม้แต่น้อยที่จะคิดมุ่งกอบโกยผลประโยชน์ใดๆ ท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามข้อกล่าวหาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้จงใจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจในการตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้

    “อยากขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า พวกเราหยุดเอาโควิดมาเล่นการเมือง พี่น้องประชาชนเขามีความเดือดร้อนกันอยู่ ถ้าเรามาร่วมช่วยกันแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนก่อน เราอย่าซ้ำเติมพวกเรา อย่าไปโชว์ภาพความเดือดร้อน ความเจ็บป่วย ความตาย เท่ากับเป็นการไปซ้ำเติมพวกเขา ซ้ำเติมครอบครัว และซ้ำเติมผู้ที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ให้กำลังใจเขาถูกบั่นทอน พวกเราต้องชนะโควิดก่อน ระบบทุกระบบถึงจะรุดหน้าเติบโตต่อไปได้ บ้านเมืองก็จะได้สงบสุข มีความก้าวหน้า พวกเราเป็นผู้แทนราษฎร มีหน้าที่หลักเหมือนกันทุกคน คือสร้างประโยชน์สุขให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกวัน ทุกเวลา”

    นายอนุทิน ยังได้ชี้แจงในเรื่องของวัคซีนคล้ายกันที่เคยแจ้งไปก่อนหน้านี้แล้วยืนยันว่าวัคซีนแอสตราเซเนกาจะส่งวัคซีนครบ 61 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ และนายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยเร่งรัดทุกวิถีทาง และปีหน้าอย่างไรก็ต้องสั่งเพิ่มเพื่อจะใช้เป็นบูสเตอร์โดส และตราบใดที่เรายังใช้วัคซีนที่มีฐานการผลิตในไทยก็อุ่นใจระดับหนึ่ง สำหรับซิโนแวค ที่สั่งมาแต่แรกก็เพื่อประคองสถานการณ์ในช่วงที่วัคซีนยังมาไม่ถึง แต่ยืนยันในประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพราะกว่าจะนำวัคซีนชนิดใดเข้ามาให้ประชาชนฉีดต้องผ่านหลายคณะกรรมการ ก่อนย้ำว่าไม่มีส่วนต่าง ไม่มีเงินทอน ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นจากการจัดซื้อวัคซีน

    อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ยังขอว่าอย่าไปด้อยค่าวัคซีน อย่าไปพูดให้คนกลัว เพราะเป็นวัคซีนที่ดี วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่พวกเราได้รับ ถ้าปฏิบัติตามมาตรการไม่มีทางติดเชื้อ เพราะฉะนั้นต้องขอให้ประชาชนมารับวัคซีนกันถ้วนหน้า อย่ากลัววัคซีน รัฐบาลพร้อมให้การดูแล ตอนนี้เราคิดไปถึงเข็ม 3 (บูสเตอร์โดส) ปีหน้าคอนเฟิร์ม 60 ล้านโดสเป็นอย่างต่ำ และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยังออกจดหมายแสดงเจตจำนงวัคซีนไฟเซอร์อีก 50 ล้านโดส ปีหน้าไทยมีความมั่นคงทางสาธารณสุขเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เรื่องวัคซีนไม่ต้องกังวลอีกต่อไป และสิ่งสำคัญคือชีวิตของประชาชน

    “ผมได้รับฟังคำอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกท่านอย่างตั้งใจ ถึงแม้ว่าบางครั้งก็อยู่บนบัลลังก์นี้ บางครั้งก็อยู่ข้างนอก สิ่งที่ทุกท่านได้พูดมีประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งที่พวกท่านได้คิดปรารถนาร้ายต่อบ้านเมือง อาจจะปรารถนาร้ายต่อผมบ้าง ไม่เป็นไร บ้านเมืองสำคัญกว่า ผมรับทุกข้อมูลที่ได้กรุณาอภิปราย แนะนำ ตำหนิ เสนอแนะ ผมขอรับทุกอย่าง ในส่วนที่บอกว่ามีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริต ผมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ส่วนที่ทีมของผมปรับปรุงได้ ผมก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข

    ผมขอขอบพระคุณในความทุ่มเทของทุกท่าน ท่านได้ช่วยกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ผมก็เหมือนกัน ผมขอยืนยันว่าบุคลากรทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ของทุกๆ สถาบันการแพทย์ทุกคน พวกเขาทำงานจนสะกดคำว่าเหนื่อยและท้อไม่เป็นแล้ว พวกเขาทุกคนต้องการเอาชนะโควิด โปรดมั่นใจเถิดว่าพวกเขาทำได้ ระบบการสาธารณสุขของเรายังแข็งแกร่ง ผมขอให้ประชาชนทุกคนได้โปรดเชื่อมั่นในคุณหมอ พยาบาล เภสัชกร บุคลากรทางสาธารณสุขทุกคน เราต้องชนะ พวกเขาไม่เคยแพ้ ประเทศไทยไม่เคยแพ้ พวกเราก็ไม่เคยแพ้ ขอให้พวกเราทุกคนร่วมมือกันต่อสู้ แล้วเราก็จะผ่านวิกฤตการณ์เช่นนี้ไปได้ด้วยความสวยงาม”

    ทั้งนี้ นายอนุทิน ชี้แจงจบในเวลา 23.11 น. จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรเพื่อไทย กล่าวว่าวันนี้เดินการอภิปรายมาได้ตามข้อตกลงเกินกว่า 10 ชั่วโมง โดยยื่นรายชื่อวันพรุ่งนี้ไว้แล้ว จะเริ่มที่ นายสมคิด เชื้อคง นายสุเทพ อู่อ้น และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากนั้น นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งพักการประชุมและจะกลับมาประชุมต่อในเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 2564

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อภิปรายไม่ไว้วางใจประชุมสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 64อนุทิน ชาญวีรกูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564คณะรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาอภิปรายไม่ไว้วางใจล่าสุดลงมติไม่ไว้วางใจข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์โควิด-19

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 09:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์