ปูดกลางสภาอุ้มประยุทธ์ แลกโหวต หัวละ 5 ล้านบาท (คลิป)

ข่าว

    ปูดกลางสภาอุ้มประยุทธ์ แลกโหวต หัวละ 5 ล้านบาท (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    3 ก.ย. 2564 05:20 น.

    “ประยุทธ์” อิดโรยกรำศึกซักฟอกพร้อมแก้เกมโค่นนายกฯ ชี้ผลโหวตอยู่ที่ ส.ส.ตัดสินสองขั้วขับเคี่ยวล็อบบี้ ส.ส.พปชร. ทีมงานนายกฯเปิดห้องรับรองชั้น 3 เรียกกล่อมทีละกลุ่ม “สันติ” หักก๊วน 3 ช.พา ส.ส.นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก แม่ฮ่องสอน จับเข่าคุย ขณะที่กลุ่มจ้องล้มเรียกเช็กยอดรับปากดูแล ไม่มาไม่ส่งลงเลือกตั้ง “วิสาร” ปูดกลางสภานายกฯแจกหัวละ 5 ล้านแลกเสียงโหวต “จุลพันธ์” โวยมีคนขอลบภาพกล้องวงจรปิด คน พปชร.ประท้วงวุ่นแค่ให้กำลังใจ “บิ๊กตู่” โต้ลั่นไม่ทำบ้าๆบอๆ ไม่ทำถุงขนมแจก ด้าน “เต้” ปูดนายกฯปลด “ธรรมนัส” “ผู้กองนัส” ปัดไม่ทราบเรื่อง ขออย่าดึงสถาบันมายุ่งการเมือง ลั่นไม่ยึดติดตำแหน่งหน้าที่ พท.ขย่มต่อเงินทอนวัคซีน “จิราพร” ถอนหงอก “ตู่” มือถือสากปากถือศีล ทวงโชว์หลักฐานพิสูจน์ “พิจารณ์” แฉข้อสอบ ตท.อวย “บิ๊กตู่” ซัด ทบ.-ทอ. จัดซื้ออาวุธไม่โปร่งใส

    ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดำเนินไปอย่างเข้มข้นหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุมีคนแอบอ้างเบื้องสูงพยายามเคลื่อนไหวล็อบบี้ ส.ส.โหวตล้มนายกฯ โดยพุ่งเป้าไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค พปชร. โดยทั้งสองฝ่ายต่างขับเคี่ยวเรียก ส.ส.มาล็อบบี้ขอเสียงโหวตลงมติ

    “บิ๊กตู่” ชี้ผลโหวตอยู่ที่ ส.ส.ตัดสินใจ

    เมื่อเวลา 09.35 น. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าร่วมการประชุมการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่ 3 โดย พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจผลโหวตลงคะแนนไว้วางใจว่า ก็ว่ากันไป จะเชื่อไม่เชื่ออะไรก็ไปว่ากันในสภา อย่าพูดนอกสภาเลย เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะได้รับการโหวตไว้วางใจหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.เขา เมื่อถามว่าถึงวันนี้สบายใจขึ้นไหม นายกฯตอบเสียงเนือยๆสีหน้าอิดโรยว่า “ก็สบายใจ”

    อิดโรยกรำศึกซักฟอก-สกัดเกมโค่น

    มีรายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้เวลาเกือบตลอดทั้งคืน ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นแรงกระเพื่อมและกระแสกดดันภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่นายกฯได้ออกมาระบุถึงกระแสข่าวมีบุคคลแอบอ้างเบื้องสูง พยายามดำเนินการโค่นล้มนายกฯในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ คณะทำงานนายกฯยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ ปกติดีไม่ได้ป่วย เพียงแต่พักผ่อนน้อย แพ้อากาศ และยังมีข้อสังเกตว่าในการอภิปรายไม่ไว้ใจ องครักษ์ที่พรรคตั้งไว้เกือบ 20 คน ไม่ค่อยทำหน้าที่เหมือนที่ผ่านมา

    เรียก ส.ส.พปชร.กล่อมทีละกลุ่ม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องรับรองนายกฯ ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ตลอดทั้งวันจนถึงวันที่ 2 ก.ย. ทีมงานนายกฯได้ประสานงานให้ ส.ส.พลังประชารัฐทยอยเข้าพบนายกฯทีละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่ที่ผ่านมานายกฯแทบไม่เคยมานั่งพูดคุยกับ ส.ส.แบบเป็นกันเองเช่นนี้เลย โดยนายกฯได้กล่าวกับ ส.ส.ทุกกลุ่มว่า ขอให้มั่นใจจะไม่มีการยุบสภา ปรับ ครม. ข่าวที่เกิดขึ้นรู้หมดแล้ว ยืนยันจะดูแล ส.ส.ทั้งก่อนและหลังลงมติไม่ไว้วางใจ กลุ่ม ส.ส.ที่เข้าพบนายกฯ มีทั้งกลุ่มที่นำโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และ ผอ.พรรคพลังประชารัฐ พา ส.ส.นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลกและแม่ฮ่องสอนเข้าพบ

    ส.ส.แทงกั๊กรอ “ประวิตร” คุยก่อนโหวต

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ฝ่ายไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ก็เดินเกมเรียก ส.ส.มาพูดคุย รับปากจะดูแลทั้งก่อนและหลังลงมติ พร้อมการันตีว่าจะส่งลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยหน้าในนามพรรค แต่หากไม่มา จะหาผู้สมัครคนอื่นมาลงสมัครแทน ทำให้ ส.ส.พปชร.หลายคนยังรอดูท่าที พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค ที่แจ้งเรียกประชุม ส.ส.พรรค วันที่ 3 ก.ย. เวลา 13.00 น. ก่อนโหวตเสียงลงคะแนนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปัจจุบันพรรค พปชร.มี ส.ส.118 เสียง คือกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาลกว่า 40 เสียง กลุ่มสามมิตรเกือบ 30 เสียง และกลุ่มนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง อีกราว 10 เสียง ส่วนกลุ่มอื่นๆ กทม. ภาคใต้ และกลุ่มอิสระอื่นๆ มีทั้งสนับสนุนและไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์

    “ส.ส.เต้” กระพือ “ธรรมนัส” ถูกปลด

    เมื่อเวลา 14.15 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ข่าวว่า!!! นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แล้ว ถึงเวลาสงครามของผู้แทนของประชาชน+ประชาชนแล้ว ลุงคนดี vs ประชาชน” จากนั้นเวลา 14.50 น.นายมงคลกิตติ์โพสต์เฟซบุ๊กอีกว่า “ถ้านายแน่จริง!!! นายก็ปลด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกคนสิ”

    “ผู้กองนัส” ปัดไม่ทราบเรื่องใบลาออก

    จากนั้นเวลา 14.55 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคพลัง-ประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเซ็นลาออกจาก รมช.เกษตรฯว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่หรอก ไปธุระข้างนอกมา เมื่อถามย้ำว่าเห็นข่าวที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่านายกฯเซ็นคำสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่เห็น ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่าจะเอาผิดกับคนปล่อยข่าวดังกล่าวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “เต้เขาไม่ได้ประสงค์ร้ายอะไรกับผม จะไปเอาผิดเขาได้อย่างไร เรื่องนี้มีที่มาที่ไปหรือไม่ ผมไม่ทราบ ต้องไปถามจากเต้ว่า หมายความว่าอย่างไร”

    เมินไม่คุย “บิ๊กตู่” คุยแค่ “บิ๊กป้อม”

    เมื่อถามว่าได้พูดคุยทำความเข้าใจกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือยัง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ยืนยันว่าผมไม่คุยกับนายกฯ แต่คุยกับรองนายกฯ หัวหน้าพรรคผม เมื่อกลางวันเพิ่งไปทานข้าวกับรองนายกฯมา” เมื่อถามย้ำว่ารอยร้าวที่เป็นปัญหาเรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมยืนยันว่าผมคุยกับรองนายกฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พูดไปหมดแล้วที่แถลงข่าวไปนั้นชัดเจนหมดแล้ว คำตอบที่แถลงข่าวไปชัดเจนทุกเรื่อง ไม่มีประเด็นอะไรใหม่” เมื่อถามว่าจะกลับไปเป็น ส.ส.อย่างเดียวใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนมาจากประชาชน เมื่อถามว่า หากเป็นเรื่องจริงคิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราเข้าสู่การเมืองแล้ว อย่าไปคิดมากในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เราคือตัวแทนของประชาชนชาวไทย เมื่อคุณจะทำอะไรต้องคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เสียงจากประชาชนคือเสียงสวรรค์ คิดแค่นี้ไม่ได้คิดเรื่องอื่น และในชีวิตก็ไม่ได้คิดจะมาเล่นการเมืองอยู่แล้ว

    โยนโหวตแบบไหนอยู่ที่ หน.พปชร.

    เมื่อถามว่าคิดว่ากระแสวันนี้รุนแรงสำหรับตัวเองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมผ่านความเป็นความตายมามากพอแล้วในชีวิต เพราะฉะนั้นหนทางที่จะก้าวไปข้างหน้ามันจะมีหลุม มีบ่อ มีเหว เราก็ต้องมีความเตรียมพร้อม” เมื่อถามย้ำว่าจะส่งผลต่อการโหวตในวันที่ 4 ก.ย. หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบเป็นสิทธิส่วนบุคคลของ ส.ส.ที่เราไม่สามารถไปบังคับเขาได้ เมื่อถามว่ากระแสข่าวถึงขณะนี้แสดงให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสมีความขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ชัดเจนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีแต่กระแสข่าว ยังไม่ได้คุยกับนายกฯเลย

    ไม่ยึดเก้าอี้อย่าดึงสถาบันยุ่งการเมือง

    เมื่อถามว่าในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. จะรวบรวมเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ต่อไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พูดเสมอว่าทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคจะให้นโยบายอย่างไร แต่ทุกอย่างอยู่ที่เอกสิทธิ์ เพราะเป็นสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคนว่าจะตัดสินใจเรื่องเสียงในสภาอย่างไร เราไปครอบงำเขาไม่ได้ เชื่อว่า ส.ส.ทุกคนกว่าจะมาเป็น ส.ส.เขาผ่านอะไรมาเยอะ มีทั้งองค์ความรู้ ประสบการณ์ในชีวิต แต่เชื่อว่าวิถีชีวิตการเป็นนักการเมืองประชาชนจะเลือกคุณหรือไม่สมัยข้างหน้ามันอยู่ที่พฤติกรรมของคุณว่าทำงานดูแลประชาชนของคุณหรือไม่ เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่รุมเร้าขณะนี้จะทำให้ถอดใจลาออกจากรัฐมนตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ ผมพูดคำนี้เสมอ” เมื่อถามว่ากรณีที่มีคนระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสแอบอ้างสถาบันเพื่อเปลี่ยนนายกฯใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปถามเรื่องประเด็นนี้ การเมืองเราต้องแยกให้ชัดเจนว่าการเมืองคือการเมือง อย่าดึง สถาบันลงมายุ่งกับการเมือง ต้องรู้จักแยกแยะ

    “อนุทิน” โต้อย่าโหดร้ายซ้ำเติมกัน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านท้วงติงให้ข้าราชการประจำชี้แจงแทนว่า เมื่ออภิปรายครบจะตอบทีเดียว ขืนตอบทุกครั้งหมดแรงแย่ เรื่องเทคนิคต้องให้คนรู้จริงออกมาพูด ข้อมูลฝ่ายค้านเป็นข้อมูลเก่าทั้งนั้น หลายเรื่องเป็นข้อมูลเท็จ การอภิปรายนำภาพคนป่วยทุกข์ทรมานมาใช้ถือเป็นการซ้ำเติมที่โหดร้ายมาก ทำให้ขวัญกำลังใจผู้ป่วยแย่ ทั้งที่ปัญหาถูกแก้ไขมาจนดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว ถ้าเราไม่ซ้ำเติมกันทุกอย่างจะจบได้ภายในเวลาอันสั้น อย่าโหดร้ายกับประชาชน ควรนำเสนอข้อแนะนำแก้ไขให้กระทรวงสาธารณสุขว่าควรทำอย่างไร พร้อมรับฟัง ไม่มีดื้อไม่มีถือทิฐิิ พร้อมนำมาประยุกต์ใช้ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด

    “สุทิน” ออกตัวเน้นขยี้ข้อมูลไม่บู๊สะใจ

    นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นที่สังเกตว่ารัฐบาลตอบน้อยกว่าเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเพียงนายกฯที่ตอบ รมต. คนอื่นตอบน้อย ส่วนการประท้วงว่าอภิปรายประเด็นซ้ำเป็นกลยุทธ์ที่ต้องโฟกัสจัดคนมาพูดซ้ำ บางครั้งผู้ชมอาจฟังไม่ทันหรือตามไม่ทัน หรือต้องการให้รัฐมนตรีตอบมาเพื่อเห็นช่องจะได้พูดต่อไป แต่คำตอบของรัฐบาลยังไม่ชัดเจนน่าผิดหวัง การอภิปรายยุคใหม่ไม่ใช่บู๊ล้างผลาญ คอการเมืองที่ยึดติดกับค่านิยมต้องบู๊ล้างผลาญอาจผิดหวัง เน้นนำเสนอข้อมูลอาจไม่สามารถกระชากอารมณ์ได้เท่าที่ควร

    ถอนหงอก “ตู่” มือถือสากปากถือศีล

    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่สาม โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม บริหารสถานการณ์โควิดล้มเหลว พาประเทศถึงจุดวิกฤติ วันก่อนบอกมีสมองน้อยนิด แต่ฉลาดนิดนึงคือเรื่องใดมีข้อมูลน้อยนิด จะให้ข้าราชการมาพูดแทน แล้วใช้การสวดมนต์มาบังหน้า เคยได้ยินคำว่ามือถือสาก ปากถือศีลหรือไม่ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบคือ 1.คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้มีมติให้ซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปอย่างเคร่งครัด หมายความว่าต้องซื้อมากกว่า 1 ยี่ห้อ แต่ ครม. กลับมีมติซื้อวัคซีนซิโนแวคอย่างเดียว และที่ผ่านมาสื่อสหรัฐฯเคยเสนอข่าวบริษัท ซิโนแวค เคยติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ นี่คือเหตุผลที่ไม่ซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่นหรือไม่

    ทวงหลักฐานพิสูจน์เงินทอนวัคซีน

    น.ส.จิราพรกล่าวว่า 2.ข้อสงสัยเงินทอนวัคซีนซิโนแวค 5 ครั้ง ซื้อโดสละ 17 เหรียญสหรัฐฯ 10.9 ล้านโดส อ้างเป็นการจัดซื้อเฉพาะครั้งแรก แต่ครั้งต่อๆไปราคาจัดซื้อลดลง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดการจัดซื้อครั้งที่ 2-5 ครม. ยังอนุมัติเงินจัดซื้อ 17 เหรียญสหรัฐฯต่อโดสเหมือนเดิม หลักการถ้าซื้อราคาใดต้องอนุมัติเงินราคานั้น ไม่ใช่ขอเผื่อไว้จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไรว่า มีเงินทอนจากที่ ครม.อนุมัติเงินเกินจริง 1.6 พันล้านบาท เพื่อยืนยันความโปร่งใสขอให้นำหลักฐานการจ่ายเงินที่กรมควบคุมโรคจ่ายให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ไปซื้อวัคซีน 2.เอกสารการจ่ายเงินที่ อภ.จ่ายค่าวัคซีนให้บริษัทซิโนแวคมาแสดงทุกครั้ง อย่าอ้างเปิดเผยไม่ได้ เป็นภาษีประชาชน ไม่ใช่สัญญาระหว่างประเทศ การอ้างเงินส่วนที่เหลือส่งคืนคลังตอบง่ายเกินไป เจ้าของภาษีอยากรู้มีเงินทอนหรือไม่ ถ้าตอบไม่ชัดเจนแสดงว่าค้าความตาย หากินบนซากศพประชาชน รอพรรคเพื่อไทยยื่นดำเนินคดีได้เลย

    พลาดมหันต์เทภาษีหนุน บ.ขาดทุน

    น.ส.จิราพรกล่าวว่า ส่วนการซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา คาดการณ์ผิดพลาดมหันต์ ไม่รู้หรือว่าสภาพบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กำลังขาดทุนไม่มี ประสบการณ์วัคซีน ทำไมกล้าเอาเงินภาษีไปฝากความหวังบริษัทนี้ กระทรวงสาธารณสุขเคยทำหนังสือจัดหาวัคซีนแอสตราเซเนกา แจ้งความเสียหายทางเศรษฐกิจจะมีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท หากไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้ เป็นตัวเลขที่ สธ.ประเมินไว้เดือน ต.ค.63 แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายตอนนี้ที่ประเมินค่าไม่ได้ แม้นายกฯจะประกาศสละเงินเดือน 3 เดือน แต่ไม่เพียงพอชดเชยความเสียหายทางธุรกิจ แต่การหายไปของนายกฯคือสิ่งดีที่สุดของประเทศ

    แขวะสัปเหร่องานหนักกว่านายกฯ

    “ภาวะประเทศไทยขณะนี้ สัปเหร่อทำงานหนักกว่านายกฯ ประชาชนต้องรอตรวจ รอเตียง รอตายกลางถนน จนเตาเผาศพพัง แต่รัฐบาลยังอยู่ได้ จริงๆเตาเผาศพต้องยังอยู่ แต่รัฐบาลต้องไป คนจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะโรคระบาด แต่ตายเพราะความไม่ฉลาดของผู้นำ ขอไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากโควิด ชาติหน้ามีจริงฉันใด ขอให้ท่านเหล่านี้อย่ามาเกิดในยุครัฐประหาร ยุค พล.อ.ประยุทธ์ ยุคผู้นำโอหังคลั่งอำนาจ ยุคผู้นำค้าความตาย และอย่ามาเกิดยุคผู้นำโง่เราจะตายกันหมด” น.ส.จิราพรกล่าว

    แจงซื้อ 17 เหรียญรวมเวชภัณฑ์-ขนส่ง

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า รัฐบาลปรับกลยุทธ์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิดมาตลอด ส่วนการท้าให้เอาหลักฐานมาแสดง ตามระบบทำงานของ ศบค.ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ ตราบใดยังไม่เข้า ครม. จากนั้นจึงตัดสินใจร่วมกัน วัคซีนราคาสูงเพราะตลาดเป็นของผู้ขายไม่ใช่ผู้ซื้อ ต้องระวังเวลาด้อยค่าวัคซีน ถ้าเขาไม่ส่งวัคซีนให้จะทำอย่างไร เราฉีดวัคซีนที่ถูกด้อยค่าจนลดการติดเชื้อได้มาก ทำทุกทางทั้งติดต่อผู้นำประเทศและผู้บริหารบริษัทวัคซีนติดต่อนำเข้าตลอด ราคาจัดซื้อวัคซีน ซื้อเท่าใดก็เบิกงบเท่านั้น อย่างโดสละ 17 เหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากยังมีค่าเวชภัณฑ์วัคซีน ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการต้องรวมไปด้วย อย่าประมวลมั่วไปหมด วันนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 31 ล้านโดส คาดปีนี้จะฉีดครบตามที่ตั้งเป้าไว้ ส่วนการไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ อาเซียนที่เข้าร่วมได้รับวัคซีนสัดส่วนน้อยมาก บางประเทศได้แค่หลักแสนโดส แต่ไทยจองวัคซีนแอสตราเซนเนกา 38 ล้านโดส สูงกว่าหลายประเทศที่เข้าร่วมโคแวกซ์ ยืนยันจะได้ครบ 61 ล้านโดส ภายในเดือน ธ.ค.นี้

    กก.ประท้วง “บิ๊กตู่” สูดน้ำมูก 98 ครั้ง

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การใช้วัคซีนซิโนแวค เพราะเป็นเชื้อตาย ผลข้างเคียงน้อยอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ สั่งซื้อได้ในจำนวนที่ต้องการ จำเป็นต้องมีวัคซีนหลักให้เร็วที่สุด การด้อยค่าวัคซีนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน พูดแล้วอาจเป็นพาดหัวในประเทศที่ผลิตวัคซีน อาจส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขอให้ใช้วิจารณญาณ ใช้ภูมิปัญญาอย่างมากในคำพูดทุกคำพูดท่านต้องรับผิดชอบ ส่วนการคลายล็อกเปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ขออย่าประมาท ไม่ได้โทษใคร แต่ขอความร่วมมือ เพราะหลายคนเอาไปพูดให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ ดูอิดโรย มีอาการคัดจมูกต้องคอยสูดน้ำมูกตลอดเวลา ทำให้นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงนายกฯสูดน้ำมูกตลอดเวลานับได้ 98 ครั้ง เหตุใดปล่อยให้คนเป็นหวัดเข้ามาในห้องประชุม อาจแพร่เชื้อได้ นายศุภชัย ประธานที่ประชุมแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้นายกฯ ถอดหน้ากากอนามัยแล้วเข้าไปชี้แจงที่โพเดียมที่เตรียมไว้ให้

    “มิ่งขวัญ” ฉะทำคนตายยิ่งกว่าสงคราม

    เมื่อเวลา 13.00 น. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายว่า ม.ค.-ธ.ค.63 มีผู้ติดเชื้อ 6,884 คน เสียชีวิต 61 คน พอมา ม.ค.-ส.ค.64 ติดเชื้อ 1,175,866 คน เสียชีวิต 11,495 คน เท่ากับติดเชื้อมากกว่าเดิมหมื่นกว่าเปอร์เซ็นต์ เทียบการสูญเสียครั้งนี้มากกว่าสงครามเอเชียบูรพา มาจากการตัดสินใจผิดพลาดของรัฐบาลหลายเรื่อง ขอตั้งฉายาว่าเป็นรัฐบาลแอปเป๋าตัง เทเงินเข้ากระเป๋านายทุน การจัดการวัคซีนมีข้อพิรุธ ยัดให้คนไทย 40 ล้านคน ถูกบังคับฉีดวัคซีนซิโนแวค ไม่ยอมเข้าร่วมโคแวกซ์ ทั้งที่ 192 ทั่วโลกเข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์ คือชายชาติทหาร ไม่กล้าสารภาพบาป แต่ให้อาจารย์หมอมาขอโทษแทน ผิดพลาดมาตรการปิดแคมป์คนงานหลักสี่ ทำให้โควิดสายพันธุ์อินเดียแพร่กระจายไป 12 จังหวัด เพราะแรงงานทยอยกลับภูมิลำเนาก่อนคำสั่งจะมีผลบังคับใช้ คือจุดตายของคนไทยเป็นหมื่นศพการล็อกดาวน์ไม่มีมาตรการเยียวยาชัดเจน ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มัดมือมัดเท้าให้คนไทยขาดอากาศหายใจตาย ขอให้นายกฯลงจากเก้าอี้ ให้คนไทยคนอื่นที่มีความสามารถเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ยืนยันว่าไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์และขอให้ ส.ส.ทุกท่านช่วยโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องไป

    “พิจารณ์” แฉข้อสอบ ตท.อวย “บิ๊กตู่”

    นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่าทุกวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่แน่ใจว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไว้ใจให้เป็นผู้บริหารต่อไปหรือไม่ ถึงขั้นต้องไลน์ถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า “ผมผิดอะไร” ถ้าอยากรู้ผิดอะไร ให้หาเวลาลงพื้นที่จะได้รู้ว่าผิดอะไร จากนั้นนายพิจารณ์ได้อภิปรายร่ายยาวนานกว่า 70 นาที ถึงความไม่ชอบมาพากลเรื่องหลักเกณฑ์การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารปีล่าสุด ที่มีการตั้งคำถามแตกต่างจากปีที่ผ่านๆมา มีการสอบสัมภาษณ์สอบถามผู้สมัครถึงความเห็นต่อม็อบสามนิ้ว ความเห็นต่อการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังมีแนวทางตั้งคำถามกีดกันผู้สมัครพวก LGBT และมีแนวคิดแบบพวกสีส้ม คำถามเหล่านี้คือการคัดเลือกคนที่จะมาเป็นตำรวจ ทหาร เพื่อคัดเฉพาะคนที่มีเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์

    ซัดพิรุธ ทบ.-ทอ.ซื้ออาวุธไม่โปร่งใส

    นายพิจารณ์ยังอภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ อาทิ การจัดหารถบรรทุก 2.5 ตัน ของกองทัพบก 169 คัน วงเงิน 921 ล้านบาท ที่เปลี่ยนแปลงงบฯจากจัดซื้อเป็นการซ่อมบำรุงรถ M35 ขนาด 2.5 ตัน และ
    รถ UNIMOG ขนาด 1.25 ตัน 201 คัน ที่เคยซื้อจากอินเดียคันละ 2.2 ล้านบาท แต่เปลี่ยนเป็นการจัดซ่อมรถ UNIMOG ที่มีอายุใช้งานมาแล้ว 40-50 ปี ใช้งบฯซ่อม 518 ล้านบาท เฉลี่ยค่าซ่อมราคาคันละ 2 ล้านบาท เหตุผลเดียวคือเรื่องนี้ต้องมีใครได้ประโยชน์แน่นอน นอกจากนี้ กองทัพอากาศมีโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกหัดบินในขั้นต้น T-50 H จำนวน 14 ลำ ใช้งบฯปี 2558-2564 แบ่งการจัดซื้อเป็น 3 ระยะ แต่การซื้อแต่ละระยะ ราคาแพงขึ้นทุกรอบ ทั้งที่ 14 ลำ มีสเปกเหมือนกันทุกอย่าง ระยะที่ 1 วันที่ 17 ก.ย.58 ซื้อ 4 ลำ ลำละ 25.88 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ระยะที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.60 ซื้อ 8 ลำ ลำละ 29.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แพงขึ้น 936 ล้านบาท และระยะที่ 3 วันที่ 30 ส.ค.64 จัดซื้อ 2 ลำ ลำละ 31.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แพงขึ้น 379 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมแล้วจัดซื้อแพงขึ้นทั้งหมด 1,315 ล้านบาท โดยเฉพาะการจัดซื้อระยะ 2 จำนวน 8 ลำ ลงนามสมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม อยากให้ พล.อ.ประวิตรชี้แจงมีนายหน้าจัดซื้อ แพงขึ้นด้วยเงินทอน ไม่ใช่กลไกการตลาด

    “วิสาร” โพล่ง “ตู่” แจก ส.ส.คนละ 5 ล้าน

    กระทั่งเวลา 15.15 น. ระหว่างที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายกล่าวหาทุจริตประมูลอี-บิดดิ้งโครงการไบโอแมสทริกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ใช้งบฯของ กสทช. 7,059 ล้านบาท คัดเลือกบริษัทที่จะรับงานถึง 3 ครั้ง แต่ต้องยกเลิกทั้งหมดเพราะไม่ได้บริษัทของพรรคพวกที่ล็อกไว้ โดยนายวิสาร กล่าวว่า “คนที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯตอนนี้สง่างามหรือไม่ ขอท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่เป็นเสาหลักให้ประชาชนคนไทยด้วย ผมขอประกาศไปทั่วโลกว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์กำลังจ่ายเงินให้ ส.ส.คนละ 5 ล้านบาท ที่ห้องทำงานชั้น 3 ทำอย่างนี้อุกอาจมาก ทุจริตต้องการอยู่ในตำแหน่งจนถึงต้องให้ ส.ส.ไปรับเงินกลางสภาฯ จะอยู่บนความตายของประชาชนแบบนี้หรือ ลงเถอะครับ หน้าไม่อาย ถึงเวลาผมคิดว่าวิญญาณทั้งหลายจะต้องสาปแช่งท่าน ทำอย่างนี้ได้อย่างไรในสภาฯ”

    ลูกหาบเต้นผางประท้วงอุตลุด

    จากนั้น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ดาหน้ายกมือขอลุกขึ้นประท้วงทันทีหลายคน อาทิ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เป็นการกล่าวเท็จในสภาฯ ไม่เกี่ยวกับญัตติ ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ขอให้นายวิสารถอนคำพูดก่อนกล่าวว่า ตนและคณะ ส.ส.เข้าพบกับนายกฯที่ห้องทำงานจริง แต่ไปให้กำลังใจ และเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการผันน้ำยมมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา การยกมือหรือไม่ยกมือให้ ไม่ต้องให้นายกฯแจกเงิน พูดแบบนี้มันดูถูกกันเกินไป ผู้แทนราษฎรที่ไหนจะรับเงิน 4- 5 ล้านบาทในสภาฯ ไม่มีการรับเงินรับทองอย่างที่กล่าวหา ประชาชนฟังแล้วมันไม่ดี เข้าใจผิด มันเสียหายหมด ตนเพิ่งลงมาจากห้องนายกฯ ตั้งแต่พ่อตนจนมาถึงตนไม่เคยมีประวัติไม่ดีเรื่องพวกนี้

    “จุลพันธ์” โวยมีคนลบวงจรปิดชั้น 3

    ก่อนที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ยกมือขอหารือประธานสภาฯว่าขณะนี้กำลังมีคนไปเพื่อขอให้ลบกล้องวงจรปิดที่ชั้น 3 ขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ สั่งการถอดเทป เพราะได้ยินข่าวว่ามีคนเข้าไปยุ่งกับฝ่ายโสตฯกับกล้องวงจรปิด เกรงว่าประธานสภาฯและสภาฯจะกลายเป็นจำเลยไปด้วย ปัจจุบันสภาฯใหม่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกชั้นทุกมุม ขอให้ประธานมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ด้วย

    โต้ 7 ส.ส.ขึ้นห้องนายกฯไปให้กำลังใจ

    ขณะที่นายวีระกรได้ลุกชี้แจงต่อว่า เป็นการให้กำลังใจนายกฯ ขึ้นไปกัน 7 คน ไม่มีการรับเงินรับทอง มีตน นายวิเชียร ชวลิต นายพรชัย ตระกลูวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรปราการ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง (พูดชื่อไม่ครบ) และเพิ่งลงมา การกล่าวหาเป็นพฤติกรรมที่เลวทรามต่ำช้า ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวตนไม่มีตังค์สักบาท คนพูดต้องถอนคำพูด ด้านนายนิโรธลุกขึ้นกล่าวว่า ถ้อยคำแบบนี้เป็นเรื่องวิบัติ เป็นเยี่ยงอย่างให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ถ้ามีคนกระทำผิดเช่นนั้นจริงก็ต้องแจ้งความ

    “ชวน” เบรกเกมให้ “บิ๊กตู่” ชี้แจงเอง

    กระทั่งนายชวน ประธานในที่ประชุม ได้วินิจฉัยว่าประเด็นที่นายวิสารพูดไม่ใช่บอกว่า ส.ส.ขึ้นไปรับเงิน แต่บอกว่านายกฯแจกเงิน 5 ล้านบาท ฉะนั้นเห็นด้วยว่าไม่อยู่ในประเด็นอภิปราย แต่จะให้นายกฯชี้แจง ถ้าจริงก็เสียหาย ถ้าไม่จริงผู้พูดก็โกหกเสื่อมเสียต่อผู้พูดเอง

    “ป๊อป” อัด ทอ.ตุกติกทีโออาร์ 3 โปรเจกต์

    ช่วงเย็นเป็นคิวอภิปรายของพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่เน้นไปที่เรื่องการอภิปรายความไม่โปร่งใสในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ที่เปิดโปงโครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพอากาศ 3 โครงการคือโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท ที่เปลี่ยนแปลงทีโออาร์ไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีฝ่าย เสธ.ของ ผบ.ทอ. ที่รับราชการอยู่นอกหน่วยงาน แต่มาช่วยราชการเป็นผู้สั่งการเปลี่ยนทีโออาร์

    “โจ้” ฉายหนังเก่าซื้ออาวุธ-เรือดำน้ำ

    ขณะที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม อภิปรายเนื้อหาเดิมๆที่เคยแถลงข่าวไปแล้ว อาทิ การเดินหน้าจัดซื้อโครงการเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่เป็นจีทูจีเก๊ ไม่ได้ลงนามกับรัฐบาลจีน แต่ลงนามกับตัวแทนบริษัทเอกชนจีน เร่งรีบทำสัญญา แม้เรือดำน้ำลำที่ 2-3 ถูกกระแสสังคมต่อต้านหนัก จนต้องถอนวาระการจัดซื้อออกไป แต่ยังเหลือโครงการที่เกี่ยวเนื่องอยู่ อาทิ โครงการเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบก 6,200 ล้านบาท โครงการโรงซ่อมเรือดำน้ำ 995 ล้านบาท โครงการทดสอบคลังเก็บตอร์ปิโด รวมมูลค่าโครงการเรือดำน้ำทั้งหมด 44,222 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงซ่อมเรือดำน้ำ ที่บริษัท CSOC บริษัทประเทศจีนชนะประมูลนั้น เป็นบริษัทนายหน้ามาทำจีทูจีเก๊ มีความเชื่อมโยงกับบริษัทแห่งหนึ่งที่บริจาคเงินให้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 2 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทั้งคู่ ขอให้ พล.อ.ประวิตร บิดาแห่งเรือดำน้ำมาตอบด้วย

    นายกฯท้าม็อบลองมาทำร้ายดู

    เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า ไม่อยาก ให้มีการพูดว่า มีคนจาก กมธ.มักเรียกร้องจากหน่วยงานแลกกับการไม่วิจารณ์หน่วยงานต่างๆ ยืนยันไม่เคยเรียกผลประโยชน์จากใคร พยายามลดการทุจริต ถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็ให้ไปว่ากันในชั้นศาล ส่วนคำถามคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหาร ต้องมีการตรวจสอบทัศนคติ เป็นคำถามธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ยืนยันไม่เคยเอากฎหมาย ทหาร ตำรวจมาปกป้องตัวเอง ตนปกป้องตัวเองได้ ใครที่จะมาทำอะไรตนเห็นขู่กันจังข้างนอก ก็ลองมาแล้วกัน ไม่ได้ท้าทาย แต่คิดว่าป้องกันตัวเองได้ การบอกว่าเอากำลังมาปิดกั้นที่ดินแดงเพื่อปกป้องบ้านตนนั้น เป็นการชักชวนให้คนไม่เข้าใจหรือไม่ บริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคม ทำให้การจราจรติดขัด แฟลตดินแดงเดือดร้อน แล้วจะทำไปทำไม จะมาจับตนได้หรือไม่ และไม่เคยล็อกสเปก ไม่เคยทุจริต มิเช่นนั้นไม่กล้ายืนต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ

    การันตีไม่คิดทำถุงขนมแจก

    ภายหลังจากนายกฯชี้แจงจบ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นสอบถามว่าเรื่องที่ตนพูดไปเมื่อสักครู่ ขณะนี้ได้ย้ายจากชั้น 3 มาชั้น 2 ประเทศจีนมีเกมเปลี่ยนหน้า แต่ประเทศไทยมีเกมเปลี่ยนหัว ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง สงสารประชาชน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า “ที่กล่าวหามีคนมาพบ ไม่ใช่คนแบบนั้น มีคนมาพบเพราะไม่ค่อยได้เจอกัน มาคารวะให้กำลังใจ ผมไม่ทำบ้าๆบอๆไม่ทำถุงขนมอยู่แล้ว”

    ปูดซิโนแวค-เลอปู๋มีประวัติติดสินบน

    ต่อมานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รัฐบาลตั้งใจเทวัคซีนคุณภาพ ทิ้งลงกลางอ่าวไทย แทนที่รัฐบาลจะตามไฟเซอร์ แต่เป็นไฟเซอร์ต้องตามรัฐบาลไทยว่าจะซื้อหรือไม่ เป็นการล็อกผลม้า ม้าตัวหลักเททิ้ง พอม้าเต็งไม่มาตามนัด ม้ามืดเลยกลายเป็นม้าหลัก ทั้งที่ซีอีโอ บริษัทซิโนแวคมีประวัติติดสินบน ปี 2002-2011 ทั้งวัคซีนไข้หวัดนก โรคซาร์ส ถ้า อย.จีนอยากได้บ้านก็ได้บ้าน อยากได้รถได้รถ คนเป็นนายกฯรู้หรือไม่ เซลล์ของซิโนแวคใน 20 มณฑลมีเงินทอนวัคซีนต่างๆ 5,321 โดส 2,421 เหรียญ และอาจซ้ำรอยกับชุดตรวจเอทีเค ที่บริษัท Lepu เคยมีประวัติติดสินบนเช่นกัน ให้หมอโฆษณาชักจูงอย่างไม่ตรงไปมาว่า สินค้าของบริษัทน่าใช้มากกว่าบริษัทอื่น จะไว้ใจนายกฯให้ตัดสินใจเรื่องสำคัญนี้ได้หรือไม่ นอกจากนี้ คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่มีส่วนตัดสินใจซื้อวัคซีนและชุดตรวจ ATK ส่วนใหญ่ผ่านหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)จบโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง และบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง นายกฯไว้วางใจคนเหล่านี้ให้ตัดสินใจซื้อซิโนแวคหรือชุดตรวจ ATK ของบริษัท Lepu ถึงเวลาแล้วจะเอามัจจุราชในทำเนียบฯออกจากประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเดินต่อไปได้

    “บิ๊กตู่” หัวเราะร่วนสื่อถามแจก 5 ล้าน

    เมื่อเวลา 19.50 น. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีก่อนเดินทางกลับว่า ยืนยันไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใน ครม. ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด ไม่มีอะไร เมื่อถามว่า มีข้อกล่าวหาจ่ายเงิน 5 ล้านบาท ให้ ส.ส.จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบแต่หัวเราะร่วน เมื่อถามว่าจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็เป็นการพูดในสภาก็พูดไป คุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาแล้วบอกว่าไม่มีอะไรนี่ ขออย่าไปออกข่าวอะไรที่เสียหาย เราบอกท่านชวนให้ตรวจสอบว่ามีอะไรหรือไม่ แต่ท่านชวนบอกว่ามีกล้องอยู่แล้ว ไม่มีใครไปทำอะไรหรอก มันทำไม่ได้” เมื่อถามว่า กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โอเคกันแล้วใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่รู้สิ
    ตนไม่ได้เจอเขานีิ่ ก็เป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะดูแล

    “หาบเร่ กทม.” ให้กำลังใจ “นายกฯตู่”

    วันเดียวกัน ที่รัฐสภา กลุ่มสมาชิกหาบเร่แผงลอย นำโดยนางญาดา พรเพชรรัมภา นายกชมรมหาบเร่แผงลอยกรุงเทพฯ ยื่นหนังสือให้กำลังใจนายกฯผ่านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โดยนางญาดากล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลที่ช่วยเหลือหาบเร่แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์ช่วงถูกล็อกดาวน์ เดือน ก.ค.-ส.ค.ผ่านโครงการปันน้ำใจร้านค้าสู่คนงาน สั่งทำข้าวกล่องแจกแคมป์คนงานถูกปิดกว่า 2.8 แสนกล่อง ช่วยชาวหาบเร่แผงลอยได้กว่า 5,000 คนให้มีรายได้ รวมทั้งเงินเยียวยา 5,000 บาท จากประกันสังคมมาตรา 40 ต่อลมหายใจ จึงมาให้กำลังใจนายกฯที่ได้สั่งการกระทรวง แรงงานให้ช่วยเหลือพร้อมขอบคุณนายสุชาติด้วย

    “สุชาติ” โวคนรักลุงมีตั้งหลายล้าน

    นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า หนังสือฉบับนี้จะทำให้นายกฯ มีกำลังใจ และให้ความจริงกระจ่างให้ฝ่ายค้านฟังเสียงที่มีตัวตน ไม่ใช่เสียงที่เต้าขึ้นมาจากเสียงไม่จริงเพียง 1% คนรักนายกฯมีหลายล้านคน จึงอยากให้ฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง ฝ่ายค้านตั้งญัตติขึ้นมาบ่งบอกถึงวุฒิภาวะ ใช้ความรู้สึกและปมในใจมาเขียน ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อมูลเท็จต้องรับผิดชอบตามไป ฝากสมาคมหาบเร่แผงลอย กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ฟังการอภิปรายว่าฝ่ายค้านจะพูดโกหก จะเอาข้อไหนมาพูด จะสวนกลับด้วยความจริง

    ทภ.2 ยันจำเป็นต้องฟ้อง ส.ส.ก้าวไกล

    พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีเอกสารที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล นำเอกสารไอโอ กองทัพภาคที่ 2 มาเปิดเผยประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่เป็นความจริงและเป็นข้อมูลเท็จ ทำให้หน่วยงานเสียหาย กองทัพภาคที่ 2 จำเป็นต้องขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อรักษาความถูกต้องและยืนยันในบทบาทหน้าที่ด้านความมั่นคง โดยได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษทางกฎหมายแล้ว รายละเอียดข้อเท็จจริง หลังถูกพาดพิงในการอภิปราย กองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงรายละเอียดต่อสาธารณะชัดเจนแล้ว

    “ณัฐชา” มั่นใจแหล่งข่าวพร้อมสู้คดี

    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ คำชี้แจงของ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ระบุเอกสารกองทัพภาคที่ 2 เรื่องไอโอ ที่นำมาอภิปรายเป็นเอกสารปลอมว่า มั่นใจแหล่งข่าวที่ส่งข้อมูลมาให้ พร้อมพิสูจน์ทั้งหมด เอกสารจริงหรือเท็จจะโดนล่อซื้อหรือไม่ ตระหนักเสมอถ้าไม่แน่ใจไม่นำมาใช้ จะเอาความผิดพลาดเล็กน้อยพวกนี้มาหักล้างภาพ เสียง คลิป รายชื่อนายทหารที่มีตัวตนจริงไม่ได้ ข้อเท็จจริงและหลักฐานอื่นอีกมากที่ใช้ในการอภิปราย กองทัพยังไม่กล้าปฏิเสธ พล.อ.ชัยชาญพออยู่ในสภาได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ตอบได้แค่ตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ระดับ รมช.ยังไม่กล้ายืนยันชัดถ้อยชัดคำ ที่กล้าปฏิเสธมีเรื่องเดียวคือหลักฐานเอกสาร อย่าเอาข้อผิดพลาดเพียง 1%ในเอกสารที่เสมียนคนของท่านทำผิดเป็นปกติ มาบอกว่าข้อเท็จจริงที่ตนพูดไปไม่จริง ท่านยังไม่ยอมตอบอีก 99% ที่เหลือต่างหากที่ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อภิปรายไม่ไว้วางใจประชุมสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 64อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564คณะรัฐมนตรีแก้รัฐธรรมนูญประยุทธ์ จันทร์โอชาอภิปรายไม่ไว้วางใจล่าสุดลงมติไม่ไว้วางใจข่าวการเมืองข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 05:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์