สกัดล่ม "วาระ 3" กมธ.ตัด 4 มาตราปัญหา ผู้ว่าฯปู ย้ายสมใจ กลับอ่างทอง

ข่าว

    สกัดล่ม "วาระ 3" กมธ.ตัด 4 มาตราปัญหา ผู้ว่าฯปู ย้ายสมใจ กลับอ่างทอง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    25 ส.ค. 2564 05:24 น.

    “พรเพชร” โบ้ย ส.ว.จ่อคว่ำ แก้ รธน.วาระ 3 อ้างยังไม่มี ใครถาม พูดแต่ปมส่งตีความรอดูหน้างาน กมธ.ถอยกรูดหั่นทิ้ง 4 มาตรา ตัดปัญหาถูกยื่นศาล รธน.วินิจฉัย สกัดเกม ส.ส.-ส.ว.โหวตคว่ำ “ไพบูลย์” พลิ้วไม่เสียหน้าฟังเสียงทุกฝ่าย โต้ไม่เกี่ยวภูมิใจไทยตั้งท่าป่วน “นิกร” รับห่วงต้องตีความผลาญงบฯ 3 พันล้านทำประชามติ ภท.โชว์จุดยืนงดพูด-งดออกเสียงวาระ 2-3 “ก้าวไกล” ชงญัตติด่วนหวด กมธ.กระทำขัด รธน. “ธีรัจชัย” จวกแก้ไขตามอำเภอใจเกินหลักการวาระ 1 “โรม” เฉ่งยัดไส้รื้อเละ 9 มาตราหวังกลับมาใหญ่ พปชร.-ปชป.-พท.แพ็กแน่นหนุน กมธ. “นายกฯ” ยันรัฐบาลหนุนแก้ รธน. สั่ง รมต.เคลียร์ทุกข้อกล่าวหา ครม.พร้อมซดศึกซักฟอกตั้งแต่ 31 ส.ค. “บิ๊กตู่” เปลี่ยนโฆษก รบ.ตั้ง“ธนกร” ลุยโต้เดือด “ผู้ว่าฯปู” ได้กลับบ้านเกิดโยกนั่ง ผวจ.อ่างทอง

    กรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ยอมถอยตัดทิ้ง 4 มาตราที่มีปัญหา เลี่ยงถูก ส.ส. และ ส.ว.โหวตคว่ำในวาระ 3 และส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ

    “พรเพชร” กั๊ก ส.ว.จ่อคว่ำ รธน.วาระ 3

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวสมาชิก ส.ว.เตรียมจะโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...แก้ไขเพิ่มเติม (มาตรา 83 และมาตรา 91) ในวาระ 3 ว่า ขณะนี้ ส.ว.ยังไม่มีการหารือกัน เท่าที่ฟังยังไม่มีใครมาถามเรื่องวาระ 3 มีเพียงการพูดถึงเสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ และต้องรอพิจารณาดูหน้างาน

    กมธ.ถอน 2 ปมปัดไม่เกี่ยว ภท.ตีรวน

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง กล่าวว่า กมธ.นัดประชุมด่วนทบทวนเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนเข้าสู่วาระ 2-3 ขอตัดเนื้อหามาตรา 85 แก้ไขระยะเวลาให้กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน และบทเฉพาะกาลมาตราว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาให้รัฐสภาตรา พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 120 วัน หากไม่สามารถทำให้เสร็จได้ทันการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป ให้อำนาจ กกต.ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขไปพลางก่อน 2 ประเด็นนี้ กมธ.ขอทบทวนและตัดออกเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น ไม่เกี่ยวที่พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุน และไม่เกี่ยวกับตัดประเด็นยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ใดจะยื่นตีความยังทำได้หลังลงมติวาระ 3 แต่ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภา หรือ 74 เสียง ไม่ถือว่าเสียหน้า ทำกฎหมายต้องรับฟังเสียงทุกฝ่าย เมื่อมี กมธ.ทักท้วงหลายคน จึงจัดประชุม กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง

    ห่วงมีปัญหาตีความทำประชามติ

    นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ กมธ.ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯ กล่าวว่า กมธ.เห็นว่าควรแก้ไขเนื้อหาเท่าที่จำเป็น แม้จะไม่สวยงาม แต่หากความสวยงาม ถูกท้วงติงว่าไม่ถูกต้อง ความสวยงามต้องแก้ไข แม้จะสวยไม่มาก แต่ทำให้ถูกเพื่อได้รับความเห็นชอบทั้งหมดจะเป็นสิ่งที่ดี เหตุผลที่ทบทวนและปรับออก 4 มาตรา เพราะบางมาตราคงไว้ตามบทบัญญัติเดิมไม่สร้างความเสียหายหรือกระทบต่อการเลือกตั้ง เนื่องจากหลักการที่เป็นหัวใจคือ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส.ส.แบ่งเขต 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงได้ระบบการคำนวณคะแนนแบบที่ต้องการแล้ว ส่วนที่ต้องตัดมาตราบางส่วนออกไป เพราะกังวลอาจเข้าไปกินความอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในฐานะองค์กรอิสระ อาจถูกตีความให้เกิดการนำไปทำประชามติที่ต้องใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศ

    กมธ.ถอยตัดทิ้ง 4 มาตรา

    ต่อมาเวลา 09.30 น. มีการประชุมคณะ กมธ.พิจารณาศึกษาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 เรื่องระบบเลือกตั้ง มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธาน กมธ.เป็นประธานการประชุม จากนั้นนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะ กมธ.เปิดเผยว่า กมธ.มีมติให้ปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและเสนอต่อรัฐสภาใหม่ 3 ประเด็นเท่านั้นคือมาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 91 และบทเฉพาะกาลว่าด้วยข้อกำหนดไม่ให้ใช้บทบัญญัติที่แก้ไขใหม่กับการเลือกตั้งที่ไม่ใช่การเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป ที่ประชุมลงมติโดยผลออกเสียงชนะขาด มาตราที่ตัดออกไปมี 4 มาตรา ได้แก่ มาตรา 85 มาตรา 92 มาตราที่ให้ยกเลิกมาตรา 94 มาตราที่ให้ยกเลิกวรรคสามของมาตรา 105 และบทเฉพาะกาล มาตราว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาให้รัฐสภาตรา พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 120 วันและหากไม่สามารถทำให้เสร็จได้ทันการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปกำหนดอำนาจ กกต.ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขไปพลางก่อน

    แฉถอยกรูด ส.ส.-ส.ว.ต้านหนัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลที่ กมธ.ยอมปรับปรุงเนื้อหาใหม่ ตัดทิ้งเนื้อหาหลายมาตราที่เพิ่มเติมจากวาระรับหลักการนั้น เนื่องจากมีข้อถกเถียงว่า กมธ.ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาได้มากกว่าญัตติที่ได้รับหลักการได้หรือไม่ แม้ กมธ.อ้างอำนาจตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 124 ให้ปรับปรุงเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับญัตติที่รับหลักการได้ แต่ยังถูกต่อต้านอย่างหนักจาก ส.ส.พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย รวมถึง ส.ว.หลายคนเห็นตรงกันว่า กมธ.แก้ไขเกินเลยเนื้อหาขั้นรับหลักการไปมาก โดยเฉพาะการเพิ่มบทเฉพาะกาลให้สภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เสร็จภายใน 120 วัน สุ่มเสี่ยงไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจองค์กรอิสระ อาจตีความให้ต้องทำประชามติได้ ยิ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยืดเยื้อลำบากขึ้น ทำให้รัฐบาลถูกมองเจตนาเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ผ่านวาระ 2-3 ได้ราบรื่นและป้องกันการถูกยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีปรับแก้เนื้อหาเพิ่มเติมจากวาระรับหลักการ

    มติ ภท.งดพูด-งดออกเสียงวาระ 2-3

    เมื่อเวลา 14.00 น. กลุ่ม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรค แถลงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 พรรคภูมิใจไทยมีมติ 2 งด คือจะงดออกเสียงทั้งวาระ 2-3 และงดใช้เสียง การอภิปรายวาระที่ 2 สมาชิกพรรคภูมิใจไทยจะไม่ลุกขึ้นอภิปราย การลงมติทุกมาตราเราจะงดออกเสียง ยืนยันแต่แรกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก แต่ครั้งนี้เกี่ยวกับนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ได้ประโยชน์โดยตรง ไม่ใช่เรื่องจะเห็นด้วยหรือไม่ หรือแก้ไขได้หรือไม่ได้ แต่ควรให้ประชาชนเลือกว่าควรใช้กติกาเลือกผู้แทนฯแบบใด

    ฉะยับทำตามอำเภอใจขัด รธน.

    ต่อมาเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดและร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด ที่ตกค้าง จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องด่วนให้รัฐสภาลงมติชี้ขาดกรณีที่ประชุม กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมไปแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาเกินกว่าที่รับหลักการไว้ในวาระที่ 1 ทำได้หรือไม่ โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯ ชี้แจงว่า กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมเกินจากหลักการมาตรา 83 และ 91 ไปแก้มาตรา 85 86 92 93 94 และ 105 วรรคท้ายและเพิ่มบทบัญญัติอีก ขัดหลักการที่ผ่านวาระ 1 ให้แก้ไขแค่ 2 มาตรา และมาตรา 3 ระบุให้รัฐสภาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จะตีความรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจไม่ได้ กมธ.เสียงข้างมากตีความข้อบังคับการประชุมเกินเลยหลักการ ปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายมาตราแก้ไขเกินหลักการ กมธ.เสนอแก้ไขเองโดยไม่มีอำนาจ ไม่ผ่านการแปรญัตติของสมาชิก รัฐสภาควรวางหลักบ้านเมืองให้มั่นคง ไม่ผันแปรตามผู้มีอำนาจสั่งมา อย่ายึดประโยชน์พรรค อย่าอ่อนข้อให้ใครได้ประโยชน์ใช้เสียงข้างมากบิดเบือน ทำลายหลักการสำคัญประเทศ

    ยัดไส้รื้อ 9 มาตราอยากกลับมาใหญ่

    ต่อมา 14.40 น. บรรดา ส.ส.พรรคก้าวไกล ดาหน้าอภิปรายสนับสนุนญัตติของนายธีรัจชัย อาทิ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ กมธ.อภิปรายว่า ข้อบังคับรัฐสภาหมวด 16 ไม่มีข้อความที่บอกว่าคณะ กมธ.อาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนข้อความใหม่ได้ การตีความกฎหมายมหาชน ต้องตีความตามตัวอักษร เมื่อไม่มีอำนาจให้ กมธ.ทำ แล้วจะฝืนทำอย่างไร

    นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาและไม่ชอบมาพากล รับหลักการวาระ 1 ให้แก้ไขเพียง 2 มาตราคือ มาตรา 83 และ 91 แต่ร่าง กมธ.กลับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญถึง 9 มาตรา หลายประเด็นขัดหลักการชัดเจน ทั้งตัดข้อความให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรง และลับในมาตรา 85 ไปเขียนใหม่ไว้ในมาตรา 83 หรือวรรคท้ายมาตรา 85 เปลี่ยนวันที่ กกต.ต้องตรวจสอบและประกาศผลให้เร็วขึ้นจาก 60 วันเป็น 30 วัน หรือตัดบางมาตราทิ้งไป หรือกำหนดให้เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้ไปใช้บังคับการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขที่เกี่ยวเนื่องตามข้อบังคับข้อที่ 124 แก้ไขหลักการเช่นนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย อย่ามีเลยแก้รัฐธรรมนูญ 3 วาระ จะแก้กันอย่างไรก็เชิญเลย หลายคนเป็น ส.ส.หลายสมัยรู้จักละอายแก่ใจเสียบ้าง ไม่ต่างจากสอดไส้ ทราบดีว่าพวกท่านอยากแก้ระบบเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าจะทำให้พวกท่านกลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่ช่วยเขินอายกันบ้างได้ไหม ไม่ใช่จะแก้กันแบบไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลย

    3 พรรคจับมือแน่น–รุมยำก้าวไกล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมมี ส.ส.และ ส.ว.อภิปรายอย่างกว้างขวาง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคเพื่อไทย ต่างสนับสนุนให้ กมธ.มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกินหลักการได้ อ้างเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกันตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 124 ให้อำนาจ ขณะที่ ส.ส.ก้าวไกลยืนยัน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเกินหลักการในมาตรา 83 และ 91 เป็นการทำเกินอำนาจหน้าที่ ขัดรัฐธรรมนูญ ส่วน ส.ว.อภิปรายไปเช่นกันว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญเกินหลักการที่เสนอมาได้ แต่ต้องเท่าที่จำเป็น ไม่ควรเกินเลยหลายมาตรา

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธาน กมธ. ชี้แจงยืนยันญัตติที่นายธีรัจชัยเสนอแค่แสดงความเห็นส่วนตัวอยากคัดค้านบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 124 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ บัญญัติมานานแล้ว ใครไม่เป็นนักกฎหมายอ่านเข้าใจ เพราะระบุชัดเจน การเพิ่มมาตราใหม่ทำได้ ถ้าเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกับหลักการที่เสนอมาและการเพิ่มมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการระบบเลือกตั้งผ่านการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภาแล้ว กมธ.นำมาใช้ดุลพินิจเพิ่มความต่างๆ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องตีความนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ญัตติพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นประเด็นสอบถาม หากญัตติไม่ชัดเจนก็ลำบากมากที่สภาจะวินิจฉัย เมื่อจะแก้ไขมาตรา 83 และ 91 ตามหลักการที่เสนอมาแล้ว ต้องแก้ไขมาตรา 86 และ 91 ด้วยเพราะเกี่ยวเนื่องกัน หากไม่แก้จะมีปัญหาบังคับรัฐธรรมนูญใช้ในอนาคต ประเด็นที่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่หน้าที่สภาฯวินิจฉัย

    “คำนูณ” ติงอย่ารื้อ รธน.จนเลยเถิด

    นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า ข้อบังคับประชุมรัฐสภาข้อ 124 ถ้าตีความเป็นอำนาจสมาชิกรัฐสภาผู้ยื่นแปรญัตติอย่างเดียวขัดกับนิติประเพณี เป็นอำนาจ กมธ.ด้วย แต่การแปรญัตติเพิ่มใหม่ต้องไม่ขัดหลักการ เว้นแต่แก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่อง แต่จะเพิ่มเติมขัดหลักการได้ต้องทำเฉพาะเท่าที่จำเป็น เฉพาะถ้าไม่แก้แล้วจะส่งผลกระทบต่อการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ มีมาตราเดียวคือการแก้ไขมาตรา 86 แต่การไปตีความมาตราเกี่ยวเนื่องอย่างกว้าง อาจกระเทือนหลายมาตรา ถ้าไปทำให้เกิดประเพณีใหม่ว่าข้อบังคับที่ 124 แก้ไขได้กว้างขวาง ในอนาคตอาจเสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2-3 มาตรา แต่มี กมธ.ไปแก้ไขเพิ่ม 10-20 มาตรา เลี่ยงแก้รัฐธรรมนูญหลายมาตรา เรื่องนี้ต้องตีความอย่างแคบ

    พท.–ก้าวไกลฟัดกันไม่เลิก

    กระทั่งเวลา 17.10 น. หลังอภิปรายกันครบถ้วน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ กมธ.ไปปรับปรุงแก้ไขมาเสร็จแล้ว แต่นายไพบูลย์ปฏิเสธอ้างว่ายังไม่ถึงวาระการพิจารณา ขณะที่ นพ.ชลน่าน ยังคงตั้งคำถามจะลงมติกันอย่างไร สภาฯจะมีอำนาจวินิจฉัยเฉพาะเรื่องที่ไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญเท่านั้น ถ้าญัตติไม่สมบูรณ์เช่นนี้ สภาฯไม่จำเป็นโหวต ทำให้นายธีรัจชัยไม่พอใจลุกขึ้นตอบโต้ทันทีว่า มีผู้พยายามบิดเบือน เบี่ยงเบนประเด็นให้ญัตติตกไป โดยไม่ต้องลงมติโหวต จนนายไพบูลย์เสนอว่า เมื่อหลายคนอยากเห็นเนื้อหาร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่ กมธ.ปรับปรุงแก้ไขมาก็จะแจกให้สมาชิกไปอ่านทำความเข้าใจแล้วค่อยมาตัดสินใจโหวตลงมติญัตตินายธีรัจชัย อีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค. ในที่สุดนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ยืนยันให้เดินหน้าลงมติ ผลปรากฏว่าที่ประชุมลงมติไม่เห็นด้วยกับญัตตินายธีรัจชัย ด้วยคะแนน 374 ต่อ 60 งดออกเสียง 193 ไม่ลงคะแนน 4

    รอถกญัตติแก้ รธน.วันที่ 25 ส.ค.

    ต่อมาเวลา 18.15 น. เข้าสู่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 เรื่องระบบเลือกตั้ง โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลของการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ได้ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาใหม่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ส.ค. และขอให้นำข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาข้อ 37 มาบังคับใช้โดยอนุโลม กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่ กมธ.ได้เสนอไว้ นายชวนเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือว่ามีใครยังติดใจประเด็นใดหรือไม่ แต่ไม่มีใครติดใจ นายชวนจึงสั่งเลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 25 ส.ค. และปิดประชุมเวลา 18.25 น.

    รบ.หนุนแก้ รธน. 31 ส.ค.พร้อมชก

    อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้พูดถึงการพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯในที่ประชุม ครม.ช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามหลักการและเหตุผลในทุกเรื่องทุกประเด็น เพราะรัฐบาลไม่มีร่างแก้ไขเป็นของตัวเอง ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำ สำนักนายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการประสานงานสภาฯ แจ้งต่อที่ประชุมว่า สภาฯให้รัฐบาลแจ้งวันที่พร้อมให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามว่าตกลงจะเอาวันไหน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า รัฐบาลน่าจะพร้อมตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. แต่ถ้าจะลงมติในวันศุกร์ที่ 3 ก.ย. จะดี เพราะสะดวกแก่ทุกฝ่าย

    “จุติ” ชงเลื่อน “หนู” หวั่นปัจจัยแทรก

    ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ระบุว่า เป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะเลื่อนอภิปรายไป 1 สัปดาห์ ให้รัฐมนตรีเตรียมข้อมูล จะได้ไม่ต้องถูกตั้งญัตติด่วนอะไรทำให้รัฐบาลเสียหายอีก มีนายอนุชาสนับสนุนว่าถ้ามีเวลาเตรียมตัวเพิ่มรอดูแนวโน้มตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะลดลงหรือไม่ ค่อยหารืออีกทีดีกว่าหรือไม่ เช่นเดียวกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมให้รอดูสถานการณ์ขยับไปอีก 1 สัปดาห์ การเมืองจะเป็นบวกและภาพจะดีกว่านี้ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข เชื่อว่าสถานการณ์โควิดจะดีขึ้น ถ้าเลื่อนไปไม่รู้จะมีปัจจัยอื่นมาอีกหรือไม่ หลังฟังความเห็นแล้วนายกฯจึงถามที่ประชุมว่าจะเอาอย่างไร โดยนายวิษณุแนะนำว่าให้ส่งคำตอบ ไปแค่ว่า เราพร้อมตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.เป็นต้นไป แล้วให้สภาฯไปคุยกันต่อ

    นายกฯสั่ง รมต.เคลียร์ทุกข้อสงสัย

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.พร้อมให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.เป็นต้นไป ขอให้วิป 3 ฝ่ายไปกำหนดวันที่เหมาะสม นายกฯย้ำว่า จะใช้โอกาสในการอภิปรายให้เกิดประโยชน์สูงสุด รัฐมนตรีทุกท่านมีความพร้อมให้ข้อมูล ชี้แจงทุกข้อสงสัยให้เกิดความกระจ่าง เพื่อให้ฝ่ายค้านและประชาชนที่ติดตามการอภิปรายเกิดความกระจ่างและเข้าใจการทำงานรัฐบาลทุกด้าน

    “ธนกร” โฆษก รบ.–ผู้ว่าฯปูไปอ่างทอง

    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกฯเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง 3 ราย 1.นายบรรสาน บุนนาค เป็นที่ปรึกษา นายกฯ 2.นายอนุชา บูรพชัยศรี เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง 3.นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเป็นต้นไป และ ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง 3 ราย ดังนี้ 1. นายณรงค์ รักร้อย พ้นจาก ผวจ.อุทัยธานี ไปเป็น ผวจ.สมุทรสาคร 2.นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจาก ผวจ.สมุทรสาคร ไปเป็น ผวจ.อ่างทอง 3.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจาก ผวจ.อ่างทอง ไปเป็น ผวจ.อุทัยธานี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นต้นไป

    “ไตรยฤทธิ์” อธิบดีดีเอสไอคนใหม่

    น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้ง 1.นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2.นางอรัญญา ทองน้ำตะโก อธิบดีกรมบังคับคดี เป็นรองปลัดกระทรวง 3.พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้ตรวจฯ เป็นรองปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 เป็นต้นไป และ ครม. อนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการ 4 ราย คือ 1.น.ส.บุปผา เรืองสุด ผู้ตรวจฯ เป็นรองปลัด กระทรวง 2.นายประทีป ทรงลำยอง ผู้ตรวจฯ เป็น อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 3.นายนิยม สองแก้ว รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 4.นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ผู้ตรวจฯ เป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 เป็นต้นไป

    โฆษก รบ.ใหม่คึกโต้เดือดเข้าตา

    นายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกฯที่ไว้วางใจและให้โอกาสมาทำหน้าที่สื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจการทำงานนโยบายของรัฐบาลต้องสื่อสารทั้งสองทาง ต้องรับฟังเสียงสะท้อนกลับมาปรับปรุงแก้ไข นอกจากนี้ จะมีการทำงานเชิงรุกในระบบดิจิทัลต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน ขอบคุณนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยินดีกับนายอนุชา บูรพชัยศรี ที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ด้วย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุการเปลี่ยนโฆษกประจำสำนักนายกฯจากนายอนุชามาเป็นนายธนกร เนื่องจากนายกฯต้องการให้โฆษกรัฐบาลทำงานได้หลายมิติมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้ทางการเมือง ที่นายกฯหรือรัฐบาลถูกพาดพิง รวมถึงการชี้แจงการทำงานของรัฐบาลเรื่องต่างๆให้ทันต่อสถานการณ์ ที่ผ่านมานายอนุชาถูกมองว่าชี้แจงค่อนข้างล่าช้า ไม่ตอบโต้ประเด็นทางการเมืองเท่าที่ควร นายธนกรทำงานเข้าตานายกฯมาพักใหญ่ ระยะหลังสนิทสนมกับคณะทำงานนายกฯบางคน จึงสนับสนุนให้มาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลแทน

    “วีระศักดิ์” น้อมรับคำสั่ง มท.1

    เมื่อเวลา 15.00 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า มติ ครม.ออกมาต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ต้องขอขอบคุณที่เห็นตนมีประโยชน์ต่อการทำงาน จริงๆแล้วไม่เคยยอมแพ้ ปัญหาโควิด ที่ขอย้ายมาจากปัญหาสุขภาพร่างกาย ต้องรักษาตัว ทำกายภาพบำบัดกับแพทย์ รพ.อ่างทอง ต้องการกลับไปรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บังคับบัญชาได้ระงับใบลาออก ได้ปรับความเข้าใจให้ย้ายไป จ.อ่างทอง ตามที่แสดงความจำนงแต่แรก ผวจ. อ่างทองไม่ขัดข้อง ขณะที่นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.อ่างทอง กล่าวว่า นายวีระศักดิ์เคยเป็นผู้บังคับบัญชาสมัยอยู่ จ.สุพรรณบุรี ตนย้ายไป จ.อุทัยธานี เป็นเรื่องปกติทางระบบราชการ

    “ชาดา” โวยทำให้คนอื่นเลียนแบบ

    นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติย้าย ผวจ. อุทัยธานีไปเป็น ผวจ.สมุทรสาคร ว่า ปัญหาเกิดจากบุคคลคนเดียวคือ ผวจ.สมุทรสาครจะลาออก มองว่าไม่สมเหตุสมผล เหมือนมหาดไทยถูกข่มขู่ เพราะ จ.อุทัยธานีกำลังแก้ปัญหาโควิด-19 มีนายณรงค์ รักร้อย ผวจ.อุทัยธานี พร้อมทีมงาน ทั้งส่วนราชการ เอกชน และประชาชนร่วมกันแก้ปัญหาเป็นไปด้วยดี ผู้ว่าฯสมุทรสาครจะลาออกก็ลาไป ก็ให้คนอื่นมาทำหน้าที่ ในอนาคตคนอื่นสามารถสร้างกระแสสื่อมวลชน และเลียนแบบเช่นนี้ได้

    “นิวัติไชย” เลขาฯ ป.ป.ช.คนใหม่

    พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้ความเห็นชอบมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบให้นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.แทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ จากที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เสนอมาจำนวน 3 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แก้ไขรัฐธรรมนูญพรเพชร วิชิตชลชัยวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรีไตรศุลี ไตรสรณกุลจุติ ไกรฤกษ์อภิปรายประชุมรัฐสภาข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 13:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์