ก้าวไกล-ส.ว.ขยับ ต้านบัตร 2 ใบ วาระร้อนปมแก้รัฐธรรมนูญ ชี้พรรคใหญ่กินรวบ

ข่าว

    ก้าวไกล-ส.ว.ขยับ ต้านบัตร 2 ใบ วาระร้อนปมแก้รัฐธรรมนูญ ชี้พรรคใหญ่กินรวบ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    23 ส.ค. 2564 05:14 น.

    สภาฯผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.งบฯ 65 ด้วยมติ 257 ต่อ 189 เสียง พท.ประกาศลั่นไม่รับร่างฯ “ประเสริฐ”ยกหลายโครงการส่อทุจริต-เอื้อพวกพ้อง-หาประโยชน์การเมือง “ไชยา” เกาะติดห้ามใช้บิดเบือนไม่งั้นเจอกันวาระร้อนต่อเนื่องแก้ รธน. ก้าวไกลย้ำระบบบัตร 2 ใบ ทำพรรคใหญ่กินรวบ “ธีรัจชัย” ขู่ถ้าไม่ได้ระบบเอ็มเอ็มพีมีโหวตสวน วุฒิสภาติวเข้ม ส.ว. “พรเพชร” โต้ไม่เคยชักใยปล่อยให้โหวตอิสระ ซาวเสียง ส.ว.ส่อหนุนระบบเอ็มเอ็มพี “วันชัย” ทำนายขั้วการเมืองวงแตกแน่

    สภาผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ด้วยคะแนน 257 เสียง ต่อ 189 โดยฝ่ายค้านประกาศขอเกาะติดการใช้งบฯ ต้องมีประสิทธิภาพ ห้ามรั่วไหล ขณะที่มีวาระร้อนรออยู่ด่านหน้า คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้ง ส.ส. ที่ส่อเค้าถึงขั้นทำให้ขั้วการเมืองวงแตก

    สภาฯฉลุยผ่านงบฯ 257 ต่อ 189

    เมื่อเวลา 01.09 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วาระสอง ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 จนถึงมาตราท้ายๆ มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้แก่ มาตรา 37 งบฯแผนงานบูรณาการ วงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท มาตรา 38 งบฯแผนงานบุคลากร ภาครัฐ วงเงินกว่า 7.7 แสนล้านบาท มาตรา 39 งบฯสำหรับทุนหมุนเวียนวงเงินกว่า 1.9 แสนล้านบาท มาตรา 40 งบฯสำหรับแผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ วงเงินกว่า 2.9 แสนล้านบาท มาตรา 41 งบฯเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 5.9 ร้อยล้านบาท และมาตรา 42 งบฯเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่ายกว่า 2.4 แสนล้านบาท ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน 257 เสียง ต่อ 189 งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 1

    “สุพัฒนพงษ์” ยันจะใช้โปร่งใส

    ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน กล่าวสรุปว่า ในนามรัฐบาลขอขอบคุณสมาชิกที่ร่วมให้ข้อคิดเห็น คำแนะนำและข้อเสนอแนะ จะนำไปปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยงาน ให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคม จะนำไปดำเนินการโครงการต่างๆ ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้มั่นใจว่าจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด โดยจะกำกับดูแลให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามความมุ่งหวังของทุกท่าน

    พท.เกาะติดงบฯไม่ให้รั่วไหล

    ต่อมาเวลา 10.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยโหวตไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณฯ เพราะเห็นว่าไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะไม่ได้เตรียมงบฯสำหรับแก้ปัญหาโควิด-19 ไว้ให้ครอบคลุมและรวดเร็วเพียงพอ ที่สำคัญยังไร้แนวทางในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ รองรับผู้ว่างงานที่จะต้องเกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งหลายโครงการยังส่อทุจริต แอบแฝงเอื้อประโยชน์พวกพ้อง หาประโยชน์ทางการเมือง ขณะที่ปัญหาพี่น้องเกษตรกรที่ราคาพืชผลตกต่ำ ก็ไม่มีงบประมาณหรือแนวทางในการแก้ไข แต่เมื่อร่างฯผ่านสภาไปแล้วเราจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้ งบประมาณของรัฐบาล ไม่ให้ใช้จ่ายนอกลู่นอกทาง เงินทุกบาทต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ในฐานะฝ่ายค้านหากพบเบาะแสอะไรที่ไม่ชอบมา พากลจะตรวจสอบให้ถึงที่สุด

    ลั่นภารกิจสำคัญสุดไล่รัฐบาล

    เมื่อถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายประเสริฐตอบว่า ยืนยันข้อมูลพรรคร่วมฝ่ายค้านแน่นหนาที่จะชี้ให้ประชาชนเห็นถึงข้อบกพร่องจากการบริหารของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันไม่มีอีกแล้ว เวลานี้พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีเวลามาทะเลาะกัน ทุกคนต้องร่วมมือกันยึดมั่นการทำงานเพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้ออกไปให้ได้ นี่คือเป้าหมายสูงสุดที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีร่วมกัน เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

    “ไชยา” ขู่ใช้งบฯบิดเบือนเจอกัน

    นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า การจัดงบฯของรัฐบาลเหมือนอยู่ในภาวะปกติ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาโควิด ที่รัฐบาลประเมินผิดพลาด จะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเข้มงวด ว่าเป็นตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือใช้ผิดประเภทจะตรวจสอบ ถ้าเห็นข้อผิดพลาดจะเสนอไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนมากที่สุด

    โฆษก ปชป.แจงยิบผลงาน พณ.

    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ฝ่ายค้านอภิปรายการจัดงบฯ ของกระทรวงพาณิชย์ สวนทางกับความจริง นโยบายกระทรวงพาณิชย์เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการประกันรายได้ ที่เป็นหลักประกันให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ได้ บิดเบือนพูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ขณะที่ตัวเลขส่งออกล่าสุดสูงถึงร้อยละ 43.82 ถือว่าสูงสุดในรอบ 11 ปี กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยละเลยทอดทิ้งเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นมังคุด หรือลำไย ที่สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ การเสนอให้ยุบกระทรวงพาณิชย์ทิ้ง ถือเป็นคำพูดที่ทำลายน้ำใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ ทำลายน้ำใจข้าราชการ

    9 ส.ส.ตีปีกรอดบ่วงคดีหุ้นสื่อ

    นายราเมศในฐานะหัวหน้าทีมทนายความต่อสู้คดีหุ้นสื่อ ส.ส. กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งผลการพิจารณามายัง ส.ส.และอดีต ส.ส. ผู้ถูกร้องรวม 9 คน กลุ่มแรก ให้ยุติเรื่อง 4 คน คือ นายประกอบ จิรกิติ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายวีระชัย วีระเมธีกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กลุ่มที่สอง วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของ 5 ส.ส. ยังไม่สิ้นสุดลง คือ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชี รายชื่อ น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และ นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี ถือว่าคำวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว ทราบว่าผู้ที่ถูกร้องจะขอใช้สิทธิตรวจดูคำร้องเพื่อปกป้องสิทธิของตนตามกระบวนการต่อไป

    กก.ย้ำบัตร 2 ใบ พรรคใหญ่กินรวบ

    วันเดียวกัน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รองประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญฯ กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 24-25 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่า ด่านแรกขอดูการตีความว่าการแก้ไขมาตรา 83 และ 91 นอกเหนือจากเนื้อหาที่รับหลักการในวาระแรกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ด่านที่ 2 มองว่า จำนวน ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จะทำให้เกิดการกินรวบในสภาโดยพรรคใหญ่พรรคเดียว ทำให้เกิดระบอบที่หลายฝ่ายไม่สบายใจ จนนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อปี 2549 ต่อเนื่องถึงปี 2557 การใช้ ระบบบัตร 2 ใบ ไม่ได้สะท้อนความนิยมในพรรคจริง ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ได้มาเป็นแค่ของแถม

    วืดระบบเอ็มเอ็มพีมีโหวตสวน

    นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า เราจะสู้ในเรื่องมาตรา 91 ให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (เอ็มเอ็มพี) ของ เยอรมนี ที่สะท้อนภาพความต้องการของประชาชนได้ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี 40 เป็นการนำจุดแข็งของรัฐธรรมนูญปี 40 มาบวกกับจุดแข็งของรัฐธรรมนูญปี 60 ส่วนจะสู้พรรคใหญ่ได้หรือไม่นั้น มองว่า 2 พรรคใหญ่ค่อนข้างได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ แต่วันนี้เชื่อว่าในส่วนของพรรคเล็ก พรรคขนาดกลาง วุฒิสภาเห็นด้วยกับเรา เราไม่ต้องการให้พรรคการเมืองทำเพื่อตัวเอง แต่หากท้ายที่สุดแล้วยังเดินหน้าเอาตามที่พรรคใหญ่เสนอ เราจะโหวตสวนแน่นอน เรายึดตามระบบเอ็มเอ็มพี เท่าที่ฟังเสียงดูหลายๆ พรรคเห็นด้วยกับเอ็มเอ็มพี ดังนั้นถ้าถึงวันจริงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ควรปักหมุดว่าการเมืองไทยไม่ควรถอยหลังไปจุดเดิมอีกแล้ว

    ติวเข้ม ส.ว.ก่อนถกแก้ไข รธน.

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมร่วมรัฐสภากลางสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ส.ส. ว่า วันที่ 23 ส.ค. ส.ว.จะจัดสัมมนา เตรียมความพร้อมพูดคุยในประเด็นข้อถกเถียง เท่าที่ฟังมา ส.ว.ส่วนใหญ่เข้าใจประเด็น แต่บางส่วนยังเข้าใจไม่ชัด จึงสัมมนาจะได้รู้กันชัดๆ เพื่อตัดสินใจได้ถูก โดยเฉพาะประเด็นว่ามีการแก้ไขเกินหลักการหรือเปล่า ตรงนี้ต้องมีการโต้เถียงกันแน่ แต่ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมยืนยันว่าเขาแก้ไขได้เพื่อให้ร่างเดิมสมบูรณ์

    โต้ไม่เคยชักใยให้โหวตอิสระ

    เมื่อถามว่าข้อถกเถียงตรงนี้อาจมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายพรเพชรตอบว่า กฎหมายทุกฉบับยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ต้องใช้เสียงสมาชิก 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา เมื่อถามอีกว่าการโหวตลงมติต้องเป็นไปตามมติหรือปล่อยอิสระ นายพรเพชรตอบว่า ส.ว.ไม่ใช่พรรค การเมืองคงจะไปสั่งใครไม่ได้ แค่จัดสัมมนาให้มีการซักถามกัน ส่วนดุลพินิจเขาคงไปคุยกันว่าจะเอาอย่างไร พูดตรงๆ ไม่เคยไปบังคับให้โหวตผ่านหรือโหวตคว่ำ ใครจะพูดอย่างไรไม่รู้ แต่ตนไม่เคยสั่งแน่นอน

    ซาวเสียงหนุนระบบเอ็มเอ็มพี

    นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ ส.ว.ไม่ออกตัวแรง เพราะเป็นผลประโยชน์ของพรรคการเมืองล้วนๆ โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ ประชาชนและประเทศชาติไม่ค่อยได้อะไร เราทำความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่อกลุ่ม และ กมธ.ต่อ กมธ. ทุกคนมีอิสระตัดสินใจ เท่าที่ฟังมามีความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขระบบเลือกตั้งหลายแนวทาง เช่น เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 60 มีพรรคเล็กพรรคน้อย มี ส.ส.ปัดเศษมากเกินไป ไม่ตรงความ ต้องการประชาชน ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แต่ถ้าแก้รัฐธรรมนูญเป็นแบบปี 40 ที่กำลังจะทำอยู่นี้ ส.ว.หลายกลุ่มเห็นว่าทำให้พรรคใหญ่กินรวบ เกิดเผด็จการรัฐสภาเหมือนอดีต พรรคเล็กๆจะไม่มีที่ยืน ขณะที่มีผู้แปรญัตติเสนอระบบแบบสัดส่วนผสม (เอ็มเอ็มพี) ใครได้รับเลือกตั้งในเขตใด คนนั้นได้เป็น ส.ส. และเอาคะแนนของพรรคมาคำนวณเป็นสัดส่วน ส.ส.พึงมี มีหลายพรรคสนับสนุน ระบบนี้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

    “วันชัย” ทำนายขั้วการเมืองวงแตก

    นายวันชัยกล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าคำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติ ต้องการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ควรใช้ระบบเอ็มเอ็มพีดีที่สุด เท่าที่ดู ขณะนี้พรรคก้าวไกล และประชาธิปัตย์เสนอ ชาติไทยพัฒนาก็เห็นด้วย ส่วนภูมิใจไทยเท่าที่ดูลึกๆไม่เห็นด้วยกับระบบเอ็มเอ็มพี กลัวเสียเปรียบ จึงเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง มีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่เห็นด้วย เพราะทำให้ตัวเองเสียคะแนน มีแนวโน้มจะไม่โหวตสนับสนุน และอาจร่วมกับพรรคฝ่ายค้านบางพรรค ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหลังโหวตผ่านวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล และในสภาฯ อีกทั้งมีทีท่าว่าที่จะแก้ได้เร็วนั้นอาจไม่เร็วดังความ ต้องการก็เป็นไปได้ ส.ว.ทั้งหมดจึงไม่เคลื่อนไหว หรือออกตัวแรง ที่มีบางคนคาดหวังว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะยุบสภาฯได้เร็ว อาจไม่ทันดังที่หวังก็ได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประชุมสภางบประมาณปี 2565ร่างงบประมาณ 2565ประชุมสภา งบประมาณ 65พิจารณางบ 65พิจารณางบประมาณ 2565แก้รัฐธรรมนูญข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 20:21 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์