สมาชิกส่วนใหญ่เสนอปรับงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลง 5% ขณะที่ ส.ส.ก้าวไกล "เบญจา" อภิปรายให้กรมหม่อนไหมไปรวมกับหน่วยงานอื่น หลังพบใช้งบประมาณจริงแค่ 40 ล้านบาท จาก 506 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.45 น. ที่อาคารรัฐสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ได้ให้สมาชิกเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขณะที่เวลา 14.52 น. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวอภิปรายปรับลดงบลง 5% โดยเฉพาะการก่อสร้างเรื่องอ่างเก็บน้ำ แต่ให้ไปใช้น้ำใต้ดิน ที่ยังมีจำนวนมากแทน โดยมีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลดูแลอยู่ เพราะในประเทศยุโรปก็ใช้น้ำดังกล่าวมาเพื่อการเกษตรและการบริโภคเนื่องจากปลอดภัย โดยเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องดินทรุดทั้งหมด

จากนั้นเมื่อเวลา 15.08 น. นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้สงวนแปรญัตติ ปรับลดงบ 5% พร้อมตั้งคำถามกับกรรมาธิการ ถึงเรื่องการจัดสรรเมล็ดพันธุ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

...

เวลา 15.29 น. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวอภิปราย ขอปรับลดงบลง 3% โดยเฉพาะงบครุภัณฑ์ พร้อมชี้แจงว่า งบของกระทรวงเกษตรฯ ยังใช้วิธีการเดิมๆ ซึ่งจะไม่มีการสร้างตลาดใหม่ๆ จึงขอให้เทงบไปที่ กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้มีการรองรับตลาดที่ถาวร เพราะปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำเกิดขึ้นทุกปี พร้อมทั้งฝากรัฐบาลให้ดูเรื่องการเยียวยาของเกษตรกรโดยเฉพาะช่วงโควิด

ขณะที่เวลา 15.35 น. น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณของกรมหม่อนไหมลง เนื่องจากตลาดผ้าไหมมีขนาดเล็ก เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น นมวัว ที่การส่งออกมีมูลค่าสูงกว่า และพบว่างบประมาณ 316 ล้านบาท จาก 506 ล้านบาท ยังถูกนำไปใช้ เป็นงบประมาณส่วนบุคลากร แต่นำไปใช้ประโยชน์กับเกษตรกรจริงๆ มีเพียง 40 ล้านบาทเท่านั้น หากมีการนำกรมดังกล่าวไปควบรวมกับหน่วยงานอื่นจะสามารถปรับลดงบประมาณลงได้จำนวนมาก