สภา ผ่านงบฯ กลาโหม ยึดตามกมธ.เสียงข้างมาก ด้าน "สรวุฒิ" ประธานกมธ. แจงยิบ งบกลาโหมโดนปรับลดมากสุด ย้ำอำนาจในการต่อรองของประเทศ ก็มีความจำเป็นไม่น้อยกว่าด้านอื่น
วันที่ 18 ส.ค. ในการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ที่มี นายสุชาติ ตันเจริญ ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะกมธ. วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สภาผู้แทนราษฎร เสียงข้างมาก ได้ลุกขึ้นชี้แจง กรณีงบประมาณของกองทัพบก แทนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ.งบประมาณฯ ที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ขอให้เป็นผู้ตอบคำถาม กรณีที่กมธ.เสียงข้างน้อยตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีรายละเอียดงบกองทัพแจกแจงในร่างพ.ร.บ.งบประมาณ และเหตุใด กมธ.เสียงข้างมากจึงยกมือผ่านงบจำนวนมากของกองทัพ โดยเฉพาะงบจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ในขณะที่ประเทศเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19
โดยนายสรวุฒิ ชี้แจงว่า ท่ามกลางวิกฤติมากมายที่เกิดขึ้นกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่ถูกเพ่งเล็งมากที่สุด งบของกระทรวงกลาโหม จำนวน 9.2 หมื่นล้านบาทนั้น กระทรวงกลาโหม ถูกปรับลดเป็นอัตราส่วน และเนื้อเงินที่มากที่สุด ภารกิจของประเทศไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เราเรียกร้องให้ใช้งบอย่างคุ้มค่าเรื่องโควิด แต่เมื่อจบโควิดไปแล้วเราจะเดินหน้าอย่างไรต่อ
“ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทัพเองก็ปรับตัวมาโดยตลอด กำลังพลจาก 100% ก็ปรับลดเหลือเพียง 75% อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ปรับลดมาตลอดและพยายามจะให้เหลือเพียง 33% วันนี้ ทุกส่วนมีความสำคัญอำนาจในการต่อรองของประเทศ ก็มีความจำเป็นไม่น้อยกว่าด้านอื่น จากการพิจารณาในห้องงบประมาณ จะเห็นว่างบประมาณล้วนเป็นเรื่องขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อพูดคุยกันด้วยเหตุผลก็มีการปรับลดถึง 1 พันล้านบาทที่สูงพอสมควร ดังนั้นกมธ.เสียงข้างมาก ขอยืนยันมาตรานี้ไว้เช่นเดิม” นายสรวุฒิ กล่าว...
...
ขณะที่ เมื่อเวลา 20.10 น. ที่ประชุมได้ลงมติผ่านมาตรา 8 งบของกระทรวงกลาโหม จากนั้นนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 20.15 น. จากนั้นนัดประชุมต่อในเวลา 09.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม