ไร้เงา "ประวิตร-ธรรมนัส" 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ผนึกกำลัง ยื่นอภิปรายฯ 6 รมต. พิธา ย้ำ ผสานกำลังใช้กลไกสภาแก้โควิด ด้าน "ชวน" คาด ซักฟอกได้ช่วงกลาง ก.ย.นี้
วันที่ 16 ส.ค. 64 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ, พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ ในนามนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์
ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ประกอบด้วย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเเรงงาน และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม
...
ทางด้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกระบวนการเหมือนกับการอภิปรายทุกครั้ง ทุกพรรคมีความต้องการในอภิปรายเเละเสนอรัฐมนตรี ที่ไม่ไว้วางใจของตนเอง เเต่ในที่สุดเเล้วเราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และมีมติว่า เราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี เเละรัฐมนตรีทั้งหมด 6 คนสำคัญ มีความจำเป็นจะต้องพูดคุยกัน เพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน
นายพิธา กล่าวเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในช่วงนี้ ซึ่งเร็วกว่าตามกรอบเวลาปกตินั้น ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน เราตั้งใจที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ เพื่อที่จะใช้กลไกสภาแก้ไขวิกฤติเเละลดความขัดเเย้ง โดยมีความจำเป็นที่ต้องถอดสลัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อที่จะให้ประเทศสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ตนมีความเห็นว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แตกต่างจากครั้งก่อนๆ พอสมควร ในครั้งนี้ความเดือดร้อนเเละความลำบากของพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง พรรคก้าวไกล ได้ประกาศออกไปว่า จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยพี่น้องประชาชนให้ความสนใจเเละมีส่วนร่วม ซึ่งพี่น้องประชาชนส่งข้อมูล ส่งภาพเเละเนื้อหามาประกอบการอภิปรายให้ตนเเละพรรคก้าวไกลอย่างไม่ขาดสาย
เเละขณะนี้บรรยากาศนอกสภา เเละในสภาตรงกัน ความชอบธรรมในการบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เเทบจะไม่เหลือเเล้วนอกสภา เราต้องการใช้กลไกในสภาตอนนี้เพื่อให้เกิดเเรงสั่นสะเทือนและอาฟเตอร์ช็อกต่อไป เมื่อถามถึงว่า มีความขัดเเย้งภายในพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่นั้น พิธากล่าวว่าไม่มี ประชาชนต้องมาก่อน เราต้องการใช้กลไกในรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แน่นอนว่าในอดีตแต่ละพรรคมีความเห็นของตนเอง มีความเเตกต่างกันบ้าง เเต่เรามีวุฒิภาวะพอที่จะวางความแตกต่างนั้นลงเเละร่วมมือกันทำอย่างเต็มที่ที่สุดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้
ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ร่วมกันพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้ว ซึ่งแน่นอนมี ส.ส. ได้เสนอรายชื่อรัฐมนตรีเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อพิจารณาแล้วสรุปจบที่ 6 รัฐมนตรี เนื่องจากการขอเปิดอภิปรายไม่วางใจในครั้งนี้จะเน้นเป้าไปที่เรื่องการบริหารจัดการโควิด-19 เรื่องเศรษฐกิจ และ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหลัก สำหรับช่วงเวลาในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคร่วมฝ่ายค้านเราอยากจะได้กรอบเวลาดังเช่นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในทุกครั้งที่ผ่านมาคือไม่น้อยกว่า 3 วัน
โดยภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น เรามีหลักฐานมากพอที่จะส่งเพื่อเอาผิดรัฐบาล โดยรัฐบาลก็ต้องคิดว่า ท่านจะรับฟังการอภิปรายอย่างไร ประชาชนก็มีความเดือดร้อนกันอย่างไร ในการจัดการต่างๆ และต้องฝากไปยังประชาชนที่เลือกผู้แทนราษฎรเข้ามาว่า ท่านจะต้องจับตาว่า ส.ส. ที่ท่านเลือกมาเข้ามาเห็นแก่ใคร เขาเห็นแก่พี่น้องประชาชน หรือไม่ที่กำลังล้มตายกันอยู่ขณะนี้ จึงขอวิงวอน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ร่วมกันพิจารณาและตัดสินใจเพราะครั้งนี้คือที่สุดแล้ว ส.ส.ที่ท่านยังมีความคิดความอ่านท่านต้องระลึกถึงประชาชนที่เลือกท่านเข้ามา เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้ายังมีอีก
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า กระบวนการหลังจากนี้ จะนำสู่การตรวจสอบรายชื่อ ส.ส. ผู้ที่ลงรายชื่อในญัตติว่า มีความครบถ้วน และมีรายชื่อซ้ำหรือไม่ ขณะเดียวกัน เนื้อหาในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่วางใจ จะต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาในการพิจารณา 7 วัน หลังจากนี้จากนั้นจะดำเนินการเพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน
ขณะเดียวกัน การขอเปิดอภิปรายไม่วางใจในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ไม่เหมือนการเปิดอภิปรายเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ที่เป็นการยื่นขอเปิดอภิปรายในช่วงสมัยประชุมที่ 2 ของปี แต่ครั้งนี้เป็นการขอเปิดอภิปรายในสมัยประชุมแรกของปี ดังนั้น หลังจากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังสามารถที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติได้อีกครั้งหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ขณะเดียวกันในช่วงการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจะยุบสภาในช่วงนี้ไม่ได้
โดยคาดว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายคนนั้นจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายน 2564.