“เต้น ณัฐวุฒิ” ยอมรับคุมมวลชนแนวปะทะไม่อยู่ ห่วงสถานการณ์ความรุนแรง ยัน ไร้เจตนาก้าวก่ายหรือถ่วงรั้งการต่อสู้ ส่วนตัวยังขอยึดแนวทางสันติ

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2564 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้นัดหมายจัดการชุมนุม คาร์ปาร์ก (Car Park) หรือคาร์ม็อบและไฮด์ปาร์ก (Car Mob + Hyde Park) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว มีใจความสำคัญว่า CAR PARK 15 สิงหาคม เราได้เห็นทุกอย่างที่เชื่อว่าจะได้เห็น ขบวนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล้นหลามทรงพลังทั่วประเทศ 3 เส้นทางในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยรถนานาชนิด สองข้างทางมีพี่น้องชูป้ายชูมือแสดงสัญลักษณ์ ขอบคุณทุกพลังบริสุทธิ์ทั้งที่ออกมาในขบวน ยืนสองข้างทาง และมีส่วนร่วมทุกรูปแบบรวมถึงทุกกำลังใจที่มอบให้

ทั้งนี้ รูปแบบและเป้าหมายของกิจกรรมสื่อสารชัดเจน หลีกเลี่ยงเงื่อนไขเผชิญหน้าทุกประการ และประชาชนก็ร่วมกันทำจนสำเร็จ ไม่มีเหตุปะทะใดๆ ในเส้นทาง ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงตามเวลา แต่สิ่งที่ห่วงใยคือความรุนแรงที่มีต่อเนื่อง ในที่สุดก็เกิดขึ้นตรงจุดเดิมซึ่งไม่อยู่ในภารกิจ เมื่อประเมินชัดว่าเกิดเหตุจึงรีบเดินทางไปสามเหลี่ยมดินแดง พยายามสื่อสารกับมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาว ควบคู่ไปกับการเจรจากับเจ้าหน้าที่ และกังวลที่สุดคือความปลอดภัยของทุกคน ไม่มีเจตนาก้าวก่ายหรือถ่วงรั้งการต่อสู้ เดิมตั้งใจว่าเลิกแล้วจะกลับบ้าน แต่เมื่อมีเหตุทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้นไม่ได้ เท่าที่เห็นคนหน้างานมี 3 กลุ่ม

1. ตั้งใจไป รู้อยู่แล้วว่าไปก็มีเรื่อง ไม่ฟังและไม่คิดจะฟังแนวทางของกิจกรรมตั้งแต่ต้น

2. อัดอั้นโกรธแค้นการบริหารของรัฐบาล เจ็บปวดจากการถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เตรียมตัวจะไป แต่เมื่อมีสถานการณ์ก็ไปรวมตัวกัน

...

3. สังเกตการณ์ อยากเห็นเหตุการณ์จากพื้นที่จริง

ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นคนละแวกนั้น สื่อมวลชน อาสาสมัครต่างๆ ซึ่งเมื่อเคลื่อนรถไปถึงสามเหลี่ยมดินแดง เห็นแนวหน้าสุดเป็นคนกลุ่มที่ 1 ส่วนกลุ่มที่ 2 สลับเข้าออกเป็นกองหนุน กลุ่มที่ 3 ยืนดูห่างออกมา

ขณะนั้นเสียงระเบิดแก๊สน้ำตา กระสุนยาง พลุ ประทัด ดังต่อเนื่อง ยืนอธิบายความอยู่พักใหญ่ มีบ้างที่หยุดฟังหรือเดินกลับ ผ่านไปอีกระยะบรรยากาศเริ่มเย็นลง จึงชวนมวลชนส่วนหนึ่งเดินตามกลับมาประมาณ 60-70 เมตร หยุดรถพูดคุยกันอีกครั้ง ที่ฟังและเดินกลับมีมากขึ้น ชั่วโมงเศษผ่านไปเริ่มมืด ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่าจะส่งตำรวจควบคุมฝูงชนออกเคลียร์พื้นที่ จึงบอกสถานการณ์ให้พี่น้องทราบและชวนกลับบ้าน กลุ่มใหญ่เดินกลับ มอเตอร์ไซค์หลายคันสตาร์ตเครื่อง เราพากันถอนตัวจนมองกลับไปเห็นถนนโล่งทั้งคนทั้งรถขาดช่วง ประเมินว่าคนส่วนใหญ่ออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนแนวหน้าเกินกำลังจะพากลับได้ ประคองน้องๆ มาส่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บอกทุกคนให้กลับบ้านแล้วก็ออกจากพื้นที่

“ถ้ากลุ่มปะทะเป็นพวกไม่สนใจอะไรเลย ตั้งใจออกมาบวกหรือเจตนาสร้างสถานการณ์ เป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับทุกกลุ่มเคลื่อนไหว ต้องระวัง ตรวจสอบและรู้เท่าทัน พบเห็นความจริงต้องรีบเปิดเผย เพราะไม่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้ หากเป็นแนวทางที่น้องๆ ตัดสินใจเลือกเชื่อว่าทำได้ ผมก็เคารพไม่ด้อยค่าผลักไส เพียงแต่ผมเชื่ออีกแนวทางหนึ่งและจะสรุปบทเรียนเพื่อเดินต่อ จะว่าไม่สู้ ใจไม่ถึง ล้าหลัง ผมน้อมรับไม่โต้แย้ง ผมเพียงอยากสร้างและรักษาพื้นที่ให้คนที่เข้าไม่ถึงแนวทางแบบนี้ได้ร่วมแสดงพลัง ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนมั่นคงและสู้ต่อไป”.