ทีมโฆษกรัฐบาล ยืนยัน แอสตราเซเนกาในไทย เดินทางไปต่างประเทศได้ ทางเจ้าของย้ำทุกฐานการผลิตมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ปฏิเสธกีดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีน ชี้เป็นเรื่องที่ติดต่อไม่ได้เอง
วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 19.30 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกปะจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลิดตวัคซีน mRNA ในประเทศไทย หรือ Chula-Cov19 ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการทดลองระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ในคน เพื่อให้มั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพ คาดว่าจะใช้ในปีหน้า
นอกจากนี้ยังมีการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุด้วยพืช โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด เพื่อผลิตวัคซีนโควิด-19 ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ คาดว่าจะได้ใช้ปลายปีหน้าเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ นายอนุชา ยืนยันว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นเอกชนเรื่องการนำเข้าวัคซีน หากเอกชนติดต่อกับผู้ผลิตได้ เพราะวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบัน คือ อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ผู้ผลิตจึงอยากจะให้ติดต่อผ่านทางรัฐบาลมากกว่า โดยเอกชนที่ระบุว่าสามารถนำเข้าวัคซีนได้ ส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ และลอบบี้ยิสต์ ที่ระบุว่าสามารถนำวัคซีนมาให้ได้ แต่มีเพียงแค่ตัวเลข จึงย้ำว่าไม่ได้ปิดกั้น เพียงแค่เอกชนไปติดต่อเองแล้วไม่ได้มากกว่า จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจในเรื่องนี้
...
อย่างไรก็ตาม น.ส.ไตรศุลี ยังกล่าวถึงกรณีการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา แต่เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ว่า บางประเทศใช้เกณฑ์จาก องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) หรือบางประเทศใช้จากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือบางประเทศก็เป็นการตั้งเกณฑ์ขึ้นมาเอง ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาจากไทย ทางแอสตราเซเนกายืนยันแล้วว่าทุกฐานการผลิตทั่วโลกมีคุณภาพและมาตรฐานเท่าเทียมกัน จึงยืนยันว่า ไม่ว่าจะฉีดของประเทศใดก็ได้มาตรฐานเช่นเดียวกัน ซึ่งของไทยสามารถเดินทางไปยุโรป และเยอรมนีได้ ส่วนไอร์แลนด์ถ้าฉีดแล้วยังต้องกักตัว 14 วัน แต่สามารถเดินทางไปได้